วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569
ดำเนินคดีเสร็จเนรเทศพ้นไทย
‘หยู ซินฉี’บักโกรก
ผิดพรบ.คอมพ์/เรี่ยไร/สมาคมเถื่อน
ตำรวจค้นบ้านยึดหลักฐานเพียบ
เจอภาพเด็ดถ่ายรูปคู่บุคคลสำคัญ
‘ชูวิทย์’จี้แยกตม.ออกจากตำรวจ
“หยู ซินฉี” ทุนจีนสีเทาอ่วมหนัก ตำรวจลุยค้น 2 จุด บ้านพัก และที่ตั้งสมาคม พบหลักฐานรูปถ่ายกับบุคคลสำคัญเพียบ แจ้งเอาผิด 3 ข้อหาดำเนินคดีในไทย ก่อนผลักดันออกนอกประเทศ พร้อมขึ้นแบล็กลิสต์ถาวร ขณะที่ “ชูวิทย์” จี้แยกตม.ออกจากตำรวจ
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ภาคภูมิพิพัฒน์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. สั่งการให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศูนย์เทคโนโลยี ตม. สนธิกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และสน.คันนายาว คุมตัว นาย หยู ซิน ฉี ประธานมณฑลส่านซี สมาคมแห่งประเทศไทย ออกจากห้องกักภายในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู เพื่อไปค้นหาพยานหลักฐาน ในกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง และนายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล เปิดเผยเรื่องราวว่า มีการจัดตั้งสมาคมไม่ถูกต้องและมีการแอบอ้างเบื้องสูงและผู้นำประเทศในการแสวงหาผลประโยชน์
โดยเจ้าหน้าที่ตรวจค้น 2 จุด จุดแรก ตรวจค้นบ้านพักตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนถนนจตุโชติย่านวัชรพล -วงแหวน ซึ่งเป็นที่พักของนาย หยู ซิน ฉี จากการตรวจค้นพบเอกสารสำคัญ และรูปถ่ายนาย หยู ซิน ฉี กับบุคคลสำคัญจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เพื่อตรวจสอบ
และจุดที่สอง ตรวจค้นที่ตั้งมณฑลส่านซี สมาคมแห่งประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ย่านเกษตรนวมินทร์ โดยจุดนี้ไม่พบหลักฐานสำคัญแต่อย่างใด
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจค้นวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพยานหลักฐานเอกสารสำคัญรวมถึงภาพถ่ายของนาย หยู ซิน ฉี ที่ถ่ายรูปคู่กับบุคคลสำคัญ ตลอดจนหลักฐานการเรี่ยไรเงินที่นาย หยู ซิน ฉีนำไปใช้แอบอ้าง ซึ่งการที่เขาสามารถเปิดสมาคมได้ สำหรับคนจีนด้วยกันถือว่าการตั้งสมาคมเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ มีหน้ามีตา จากนั้นเขาจะใช้สมาคมเป็นฉากหน้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้คนจีนด้วยกันได้เห็นก่อนจะมีการถ่ายรูปบุคคลสำคัญ ถ่ายรูปผู้ใหญ่ เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดหลอกคนจีนในไทยเพื่อเรี่ยไรเงิน
จากการตรวจค้นในวันนี้เจ้าหน้าที่เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะแจ้งข้อกล่าวหากับนาย หยู ซิน ฉี ประกอบไปด้วย 3 ข้อหาหลักคือ ความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์, พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร, การตั้งสมาคมเถื่อนหรือจัดตั้งสมาคมโดยไม่มีใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม ได้เพิกถอนวีซ่าของนายหยู ซิน ฉี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนของทางพนักงานสอบสวนสน.คันนายาว ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยชาวจีนรายนี้จะต้องถูกดำเนินคดีในไทยและจะทำการผลักดันออกนอกประเทศพร้อมกับขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์เป็นการถาวร ห้ามเดินทางเข้าประเทศอีกต่อไป
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืน เขียนบทความ “ตม. โดดเด่น จีนเทา แปลงวีซ่า” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ข้อมูลชุด “หยู ซินฉี” ที่เก็บไว้ชุดสุดท้าย ถูกส่งต่อให้ใช้อภิปรายในสภา ได้ผลตามคาดการณ์ไว้ เพราะ “ดาวสภา” ส.ส. โรม แสดงการปกป้องสถาบันจากการแอบอ้างของจีนเทา ฉายา “ดร.ฉี” ได้ดีเยี่ยม ทันทีที่ผมพูดเปรยช่วงก่อนหน้านี้ มันขนสมาคมหนี ส่งคนไปดูอยู่เสนา ป้ายหายทันที ผมแกะรอยจึงพบว่าไปอยู่ที่หมูบ้านที่ส่งให้ตำรวจไปจับ โดนไป 3 ข้อหา พรบ.คอม, เรี่ยไร และตั้งสมาคมเถื่อน
ไอ้ฉี เป็นจีนเทาอีกจำพวก ที่สร้างเรื่องราวของตัวเองว่าเป็นผู้สร้างสัมพันธ์จีนไทย เก่งอย่างโน้นอย่างนี้ บรรยายสรรพคุณในเว็บไซต์ภาษาจีน ข้อหาที่ 4 บอกได้เลยว่า บิ๊กโจ๊กต้องตั้ง “ม.112” อันนี้ชัดเจนกว่าไปตั้งให้เด็กนักศึกษา เพราะเอาตัวเองไปใกล้ชิด และเขียนไว้ว่าได้มอบของขวัญให้ผู้ที่คนไทยรักเทิดทูน ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เหตุเกิดที่งาน “เมาริดกลาง” กรุงเทพฯ ต่างหาก ไอ้ฉี ใช้ “วีซ่าท่องเที่ยว” แล้วมาแปลงเป็น “วีซ่าเกษียณ” ที่ชลบุรี ทั้งๆ ที่ตัวอยู่กรุงเทพแท้ๆ
เหมือนกับที่ “จีนเทา” รู้ว่าต้องไปทำวีซ่า นักศึกษา อาสาสมัคร แถวอีสาน ส่วนวีซ่าเกษียณทำแถวภาคกลาง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา บรรดา “จีนเทา” รู้ได้อย่างไร? ก็มาจากการฮั้วกันของ เอเย่นต์ กับ ตม. เพราะค่าหัวในการทำมีการจัดสรรทั่วถึงรายหนึ่ง ราคา 200,000 บาท ในราคานี้รวมถึงการไม่ต้องไปพบ ตม. ด้วยตัวเอง และเงินขั้นต่ำที่ระบุไว้ว่าต้องมีหากจะมาทำวีซ่าประเภทเกษียณอายุ แสดงในบัญชี 800,000 บาท ก็โกหกทั้งเพ
เพราะเป็นการบริการของเอเย่นต์ เอาเงิน 800,000 บาท เข้าบัญชีไว้ในวันแสดงให้ ตม. ดู เสร็จแล้วถอนออกจากบัญชีทันที แค่ให้เห็นชื่อผู้ขอวีซ่ากับสมุดบัญชีมีเงิน 800,000 บาท ไม่ได้ดูเลยว่าฝากมานานหรือยัง เรื่องบานปลายมาถึงขนาดนี้ ทั้ง ตม. อีสานที่ผมเคยแฉไปช่วงตู้ห่าว ฉาวโฉ่มาถึง “ไอ้ฉี” แอบอ้างเอาสถาบันมาหากินกับคนจีน ทุกคนล้วนผ่านกระบวนการ “โดดเด่น” ของ ตม. ทั้งสิ้น
ทำให้จีนเทาพาเหรดกันเข้าเมืองไทย ด้วยผลประโยชน์ของ ตม. แต่เสียหายกับประเทศ แปลงวีซ่าได้ตามใจชอบ อยู่กรุงเทพไปทำวีซ่านักเรียนที่ สกลนคร ขอนแก่น ทำท่าเอาขนมให้เด็กกิน ก็ได้วีซ่าอาสาสมัคร ทำมาหากินแอบอ้างสถาบันก็ขอวีซ่าเกษียณ เงินไม่มีจริง แค่จ่าย 200,000 ก็เรียบร้อยโรงเรียนจีนเทา ประเทศไหนเขาทำแบบนี้กันบ้าง? และไม่เคยพบเห็นประเทศอื่นว่า ตม. ไปขึ้นกับตำรวจเพราะเป็นงานความมั่นคง
ตำรวจงานมากอยู่แล้ว โลกเปลี่ยนไป แต่ก่อน หลายอย่างขึ้นอยู่กับตำรวจจนงานท่วมหัว แนะนำว่า ตม. ต้องไปขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย เพราะหากปล่อยแบบนี้ไป ได้ จีนเทา อินเดียเทา รัสเซียเทา สารพัดเทาเข้ามาประเทศไทย ตม. ไทย เปิดประตูอ้าแขนรับสารพัดต่างชาติเทา แต่บ้านเมืองจะมีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับต่างชาติยังไงไม่สน เพราะปล่อยเข้าแล้วเป็นอันหมดเรื่อง แถมต่อให้อีกต่างหากด้วยวิธีการพิสดารในราคา 200,000 บาท แบ่งสรรปันส่วนกันลงตัวตลอด จนต่างชาติเทาๆ ทั้งหลายแผลงฤทธิ์อย่างที่ผมเอามาแฉ รัฐบาลช่วยยกเครื่อง ตม. ออกจากตำรวจทีเถอะ เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว ทุกวันนี้ รายได้ ตม. โดดเด่นเสียเหลือเกิน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี