ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 กรณีเจ้าหน้าที่ศุลกากร ด่านศุลกากรอรัญประเทศจับกุมทุเรียนลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ต่อมามีข่าวว่าเจ้าของทุเรียนแจ้งว่าทุเรียนที่ถูกจับไม่ใช่ทุเรียนลักลอบนำเข้า แต่เป็นทุเรียนที่มาจาก จ.ศรีษะเกษ และมีการกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่ศุลกากรเอาทุเรียนที่จับได้ไปขายเองนั้น
26 มิถุนายน 2566 กรมศุลกากรได้จัดแถลงข่าว ชี้แจง กรณี จับทุเรียนลักลอบนำเข้าจำนวน 8,420 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า เนื่องจากข่าวที่สร้างความสับสนเรื่องการขนส่งทุเรียน ซึ่งมีการลักลอบนำเข้าทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านและ สวมสิทธิ์เพื่อส่งออกต่างประเทศ ซึ่งในพื้นที่ชายแดนทางฝั่งภาคตะวันออกส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทับซ้อน จะมีเฉพาะด้านหลักๆ 2 จุด และจะมีช่องแดนธรรมชาติตลอดแนวตั้งแต่จังหวัดสระแก้ว-จังหวัดตราด
สำหรับการจับกุมทุเรียนชุดนี้เนื่องจากมีสายข่าวแจ้งว่ามีการลักลอบนำเข้า ซึ่งเหตุที่ไม่จับที่พรมแดนเนื่องจากเป็นพื้นที่ทับซ้อน จึงต้องรอให้ผ่านเข้ามาที่ชายแดนไทยก่อนจึงจะสามารถจับกุมได้ ส่วนกรณีที่มีประเด็นว่า ทุเรียนที่จับได้มาจากจังหวัดศรีสะเกษ ไม่ใช่ทุเรียนที่ลักลอบนำเข้า นาย พชร กล่าวว่าทางกรมศุลกากร มีหลักฐานทั้งหมดรวมถึง gps รถยนต์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องมีการบันทึกภาพและเสียงรวมถึงประสานงานกับตำรวจและอัยการก่อนและหลังดำเนินการ ซึ่งก็มีเอกสารทุกอย่างครบถ้วนในการจับกุมผู้รับจ้างขนส่ง จนสามารถยอมรับว่ากระทำผิดกฎหมายศุลกากร จึงมีความผิด 2 มาตราได้แก่ มาตรา 242 และ 246 ทั้งผู้รับจ้างขนส่งและผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของ ซึ่งต่อมาทางผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของได้มีการลงบันทึกประจำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว แต่ยังติดใจกับของกลางที่ทางกรมศุลกากรจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งอยากประมูนซื้อคืนทั้งหมด แต่ไม่สามารถทำได้เพราะของกล่งไก้ตกเป็นของแผ่นดินแล้วและทางกรมฯได้ดำเนินการตามระเบียบศุลกากรไปแล้ว ซึ่งต่อมามีการปล่อยข่าวว่าเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเอาทุเรียนที่จับได้ไปขายให้กับหน่วยงานต่างๆ ประเด็นนี้ทางกรมศุลกากรขอชี้แจงว่า ในการจัดการของกลางนี้ได้ให้ส่วนราชการแจ้งความประสงค์ และขายปันส่วนให้ส่วนราชการเพื่อเอาไปขายเป็นสวัสดิการในหน่วยงาน ตามกฎระเบียบศุลการกร ซึ่งเมื่อตรวจแล้วไม่มีโรคพืชติดเข้ามาจึงไม่ใช่ของเสียที่ต้องทำลายทิ้ง จึงสามารถขายปันส่วนให้กับหน่วยงานราชการตามระเบียบได้
ส่วนเรื่องคดีความ เพื่อความสบายใจในวันนี้จะไม่มีการระงับคดีในชั้นศุลกากรแต่จะส่งคดีให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการเพื่อขยายผลต่อไปเพื่อให้มั่นใจได้ว่ากรมศุลการกรและเจ้าหน้าที่ทุกคนได้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ รวมถึงส่วนที่มีการกล่าวอ้างในโลกออนไลน์ว่าเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเอาทุเรียนที่จับได้ไปขายให้หน่วยงานต่างๆก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายด้วย เพราะเป็นการทำลายชื่อเสียงของกรมศุลกากร
ทั้งนี้ ขอร้องไปยังผู้กระทำผิดในลักษณะนี้ด้วยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการส่งผลกระทบต่อเกษตรกรของประเทศ และยังส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกด้วย จึงขอให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว เพราะทางกรมศุลกากรมีเจ้าหน้าที่ที่เพ่งเล็งเฝ้าระวังอยู่ในทุกที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี