Logo วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
‘พัฒนาเมือง’ไม่ทิ้ง‘ฐานราก’โจทย์ใหญ่  ‘แผงลอย’อาชีพรายย่อย-ห่วงโซ่เศรษฐกิจ

‘พัฒนาเมือง’ไม่ทิ้ง‘ฐานราก’โจทย์ใหญ่ ‘แผงลอย’อาชีพรายย่อย-ห่วงโซ่เศรษฐกิจ

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.52 น.
Tag : ฐานราก แผงลอย พัฒนาเมือง ห่วงโซ่เศรษฐกิจ อาชีพรายย่อย
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การย้ายผู้ค้าแผงลอยออกจากถนนสีลมที่เริ่มในเดือนธันวาคม 2565 และข่าวการย้ายผู้ค้าบริเวณคลองผดุงกรุงเกษม ในเดือนมิถุนายน 2566 เพื่อเตรียมพัฒนาเป็นย่านสร้างสรรค์ มีกิจกรรม วิถีชีวิต และส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงนโยบายพัฒนาพื้นที่ตั้งแต่เยาวราช พาหุรัด บ้านหม้อ เป็นสถานการณ์ที่ยืนยันถึงกระแสการพัฒนาด้านกายภาพของกรุงเทพมหานคร(กทม.) ซึ่งจะส่งผลถึงการประกอบอาชีพของผู้ค้าแผงลอย (ตามข่าวระบุว่าที่คลองผดุงฯ มี 700 คน) ไม่นับผู้ประกอบอาชีพในห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกัน

การย้ายผู้ค้าเพื่อเป้าหมาย “พัฒนา” ซึ่งมักมากับ “ความทันสมัย” ไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ เมื่อโอกาสทางเศรษฐกิจมากขึ้น ผู้คนมีรสนิยมการใช้ชีวิตเพื่อความทันสมัย การใช้พื้นที่ย่อมเป็นไปเพื่อผลตอบแทนที่ให้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงนันทนาการ ในนามของ “พื้นที่สร้างสรรค์” การรื้อย้ายการค้าริมทางซึ่งเป็นวิสาหกิจรายย่อย มีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำกว่า (แต่ไม่ได้หมายความว่ามีคุณค่าน้อยกว่า) จึงเป็นแนวทางที่ถูกเลือกเสมอ


“การรื้อย้ายนี้คงจะไม่น่าสะพรึง หากมีการเตรียมพื้นที่ใหม่สำหรับผู้ค้า มีสาธารณูปโภครองรับอย่างเหมาะสม รวมทั้งเตรียมการผู้ค้าสำหรับการปรับตัวในพื้นที่ใหม่ ทั้งในด้านทุน และการประกอบการ(เราจะยังไม่กล่าวถึงผลกระทบด้านสังคมและวัฒนธรรม โลกทัศน์ ชีวทัศน์ของผู้คน และความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ จากการ “พัฒนา” พื้นที่)”

ในกรณีของสีลม ทางออกที่กรุงเทพมหานครเสนอให้ผู้ค้าคือ(1) เจรจาหาพื้นที่เอกชน (บริเวณถนนพัฒน์พงษ์) โดยเจ้าของพื้นที่ลดค่าเช่าเป็น 150 บาทต่อวันในช่วงสองเดือนแรก หลังจากนั้นคิดค่าเช่าปกติวันละ 500 บาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ (2) ให้ย้ายไปขายในพื้นที่ถนนคอนแวนต์ (ซึ่งมีผู้ค้าอยู่แล้ว) และ หน้าวัดแขกสีลม (ซึ่งมีข้อมูลว่าไม่มีคนเดิน) ผู้ค้าสีลมบางส่วนออกจากพื้นที่ไปแล้ว บางส่วนยังปักหลักขายอยู่ จำนวนที่น้อยลงของผู้ค้าและสินค้าไม่เป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวเหมือนเมื่อก่อน ในขณะที่บนถนนเส้นเดียวกันมีศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น

ในกระบวนการจัดการพื้นที่ในนามของการพัฒนา “จำเลย” ของสังคมคือผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ที่ถูกมองว่าเอาเปรียบสังคมมานาน ทั้งยังทำให้เมืองไม่เป็นระเบียบ ไม่ทันสมัย ที่สำคัญทางเท้าควรมีไว้เพื่อสัญจรเท่านั้น ประเด็น “การจัดการ” อันเป็นที่มาของสารพัดปัญหา ไม่ได้ถูกกล่าวถึง “ทัศนะ ต่อกรณีนี้อาจพิจารณาได้หลายมุม” โดย“มุมมองแรก” คือ ผู้ค้าได้มีโอกาสใช้พื้นที่สาธารณะมาเป็นเวลานานแล้ว

“มุมมองที่สอง” คือ เป็นอาชีพที่เขาทำมานาน ทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวหากจะขับไล่ให้เขาไปขายในพื้นที่อื่นก็ควรต้องคิดถึงความเป็นไปได้ในการสร้างรายได้ในพื้นที่ใหม่ หรือหากจะให้เขาเปลี่ยนอาชีพ น่าจะต้องให้เวลาในการเตรียมการ (ลองนึกเปรียบเทียบกับอาชีพอื่นดู ถามตัวเองก็ได้ ถ้าต้องเปลี่ยนอาชีพ ต้องใช้เวลาเตรียมตัว ปรับตัวนานเท่าไร)

“มุมมองที่สาม” คือ ถนนมีไว้ให้คนเดิน ไม่ใช่ค้าขาย มุมมองนี้อาจปรับได้หากมองในมิติการใช้ประโยชน์ผสมผสานซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นเนื่องจากทรัพยากรมีจำกัด หากพื้นที่สามารถตอบโจทย์ได้มากกว่าหนึ่งวัตถุประสงค์อย่างเหมาะสม หัวใจอยู่ที่ “การจัดการ” ซึ่งเท่าที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า “สอบไม่ผ่าน” ตั้งแต่การจัดการเชิงพื้นที่ซึ่งเป็นความรับผิดชอบโดยตรง ไปจนถึงการจัดการหาบเร่แผงลอยในฐานะเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งควรต้องมี เจ้าภาพหลักมากกว่าสำนักเทศกิจ

เมื่อเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า และมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ค้ามีความมั่นคงในอาชีพ ทำฐานข้อมูลผู้ค้าแผงลอย รวมทั้งวางแผนหาพื้นที่ของส่วนราชการหรือเอกชนที่สามารถจัดเป็นพื้นที่ขายของหรือ Hawker Center ซึ่งผู้ว่าฯ ให้ความสนใจ ในฐานะเครื่องมือ/แนวทางในการประสานประโยชน์ระหว่างประชาชนที่สามารถใช้พื้นที่ทางเท้าได้อย่างปลอดภัยและผู้ค้า

“กทม. มี Hawker Center อยู่ไม่น้อย และปลายเดือนพฤษภาคม มี “Mini Hawker Center” ด้วย เป็นการใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ใช้ทางเท้าและการค้าริมทาง Mini-Hawker Center ได้รับความร่วมมือทั้งจากผู้ค้า สำนักงานเขต และภาคธุรกิจ ต้นทุนค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับที่ ผู้ค้าพอจัดการได้ ต่างจาก Hawker Center ในพื้นที่เอกชน ซึ่ง Hawker Center เอกชนแห่งหนึ่งคิดค่าเช่าพื้นที่วันละ 350 บาทต่อล็อก จ่ายครั้งเดียวทั้งเดือนตามจำนวนวัน ค่าไฟฟ้าดวงละ10 บาทต่อวัน ค่าแรกเข้า 3,000 บาทยังมีค่าตกแต่งร้านเป็นหลักหมื่น

(สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวว่าเทศบาลเมืองกัลกัตตาในอินเดียได้แรงบันดาลใจจาก Hawker Center ในกรุงเทพมหานคร ถึงกับจะใช้เป็นแนวทางส่งเสริม Street Food ในเมืองของเขา) ต้นทุนในระดับนี้ผู้ค้าที่มีทุนน้อย คงไม่สามารถจัดการได้งานวิจัยเกี่ยวกับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยยืนยันว่า ผู้ค้ามีฐานะทางเศรษฐกิจหลายระดับ ตั้งแต่รายได้น้อย ไปจนถึงระดับกลางสูง กลางต่ำ และ สูงผู้ค้าเหล่านี้จึงมีโอกาสและทางเลือกไม่เท่ากัน และทางเลือกเหล่านี้มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของผู้บริโภคและสภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

เราจะทำอย่างไร ที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยเหล่านี้มีอาชีพต่อไป หากเขายังจำเป็นต้องประกอบอาชีพ ไม่ใช่เพื่อให้เขามีอาชีพมีรายได้เท่านั้น แต่ยังเพื่อรักษาไว้ซึ่งห่วงโซ่อุปทานของวัตถุดิบซึ่งเป็นวิสาหกิจขนาดย่อยและขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งเชื่อมโยงกับการมีงานทำ รายได้ของผู้คน และมีบทบาทสนับสนุนเศรษฐกิจระดับบนขึ้นไป (ต้องไม่ลืมว่าวิสาหกิจขนาดย่อยและขนาดเล็กมีจำนวนถึงร้อยละ 98.2 ของวิสาหกิจโดยรวมทั้งประเทศ การจ้างงานคิดเป็น
ร้อยละ 55.8 ของการจ้างงานรวม) 
รวมทั้งผลกระทบในมิติสังคม วัฒนธรรมนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์

มองกลับไปที่นโยบายที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอไว้ตั้งแต่ต้น คือการทำทะเบียนผู้ค้าที่ยังประกอบอาชีพอยู่ รวบรวมข้อมูล จัดกลุ่มผู้ค้า เพื่อที่จะวางแนวทางการจัดการได้อย่างเหมาะสม ทั้งการสนับสนุนด้านทุน พื้นที่ประกอบอาชีพ บทบาทต่อเมือง กระบวนการนี้แม้จะใช้เวลา แต่เป็นการจัดการที่สอดคล้องกับนโยบายของผู้ว่าฯ และน่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีในการบริหารจัดการกิจกรรมในเศรษฐกิจฐานรากซึ่งถูกละเลยมานาน!!!

หมายเหตุ : บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านเฟซบุ๊ก Narumol Nirathron เมื่อช่วงดึกของวันที่ 24 มิ.ย. 2566

 

ศ.ดร.นฤมล นิราทร

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved