533.jpg
ไทยเจอ5ราย  โควิดEG.5.1  แพร่ระบาดเร็ว

ไทยเจอ5ราย โควิดEG.5.1 แพร่ระบาดเร็ว

วันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไทยเจอ5ราย

โควิดEG.5.1

แพร่ระบาดเร็ว

แซงXBB.1.16

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยภาพรวมการระบาดโควิดทั่วโลกพบ สายพันธุ์ EG.5.1 ระบาดเร็วกว่า XBB.1.16 ถึง 45 เปอร์เซ็นต์ ในเอเชีย มีรายงานผู้ติดเชื้อใน11ประเทศ โดย‘จีน’ครองอันดับ 1 ส่วนไทยพบผู้ป่วยสายพันธุ์ EG.5.1แล้ว 5 ราย ยังไม่พบข้อมูลเรื่องความรุนแรง

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยว่ากรณีมีข่าว พบโควิด-19 สายพันธุ์ EG.5.1แพร่เร็วกว่า XBB.1.16 นั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้ EG.5.1 หรือ XBB.1.9.2.5.1 เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน XBB.1.9.2.* มีตำแหน่งกลายพันธุ์เพิ่มเติมบนโปรตีนหนามคือ S:F456L กรดอะมิโนที่ตำแหน่ง 456 เปลี่ยนจากฟีนิลแอลานีน เป็น ลิวซีน) และ S:Q52H (กรดอะมิโนที่ตำแหน่ง 52 เปลี่ยนจากกลูตามีน เป็น ฮีสติดีน ทั้งนี้ อัตราแพร่เชื้อช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ภาพรวมทั่วโลกพบว่า สูงกว่าสายพันธุ์ลูกผสม XBB.1.16* ร้อยละ 45


ส่วนสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 4 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม พบว่า XBB.1.16 เป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคิดเป็น 13.71% รองลงมาคือ สายพันธุ์ XBB.1.9.1 คิดเป็น 8.68% และสายพันธุ์ EG.5.1 คิดเป็น 7.33%

นพ.ศุภกิจกล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ของสายพันธุ์ EG.5.1 ทั่วโลก อ้างอิงจากฐานข้อมูลกลาง GISAID แบ่งตามภูมิภาค ดังนี้ เอเชีย 1,385 ราย ยุโรป 203 ราย โอเชียเนีย 35 ราย อเมริกาเหนือ 360 ราย อเมริกากลาง 4 ราย และอเมริกาใต้ 1 ราย ข้อมูลถึงวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสายพันธุ์ EG.5.1 ในภูมิภาคเอเชีย พบรายงานจาก 11 ประเทศ เรียงลำดับจากมากไปน้อย ดังนี้ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง อิสราเอล ลาว อินโดนีเซีย ไต้หวัน ไทย และ อินเดีย

“สำหรับประเทศไทยพบสายพันธุ์ EG.5.1 จำนวน 5 ราย รายงานครั้งแรกในเดือนเมษายน 2566 จำนวน 1 ราย เดือนพฤษภาคม 2566 จำนวน 3 ราย และเดือนมิถุนายน 2566 จำนวน 1 ราย ทั้งนี้ ยังไม่พบข้อมูลเรื่องการเพิ่มความรุนแรง”นพ.ศุภกิจกล่าว

และว่า สถานการณ์โดยรวมปัจจุบันพบ XBB.1.16 เป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดของประเทศไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 17-23 มิถุนายน ผลถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อก่อโรคโควิด-19 จำนวน 74 ราย พบเป็นสายพันธุ์ลูกผสม XBB.* 73 ราย (นับรวม XBB.1, XBB.1.9, XBB.2.3, XBB.1.5, XBB.1.16) คิดเป็น 98.6% และสายพันธุ์ลูกผสม XBL เป็นการผสมระหว่าง สายพันธุ์ XBB.1.5 ผสมกับ BA.2.75 1 ราย สัดส่วนสายพันธุ์ที่ตรวจสัปดาห์นี้ สองอันดับแรก ได้แก่ สายพันธุ์ลูกผสม XBB.1.16 และ XBB.1.9.1* คิดเป็น 56.76% และ 16.22 % ตามลำดับ ซึ่งไม่พบ EG.5.1 ในสัปดาห์นี้

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยว่า ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสำคัญกับการติดตามโอไมครอน 8 สายพันธุ์ จากพื้นฐานของข้อมูล การเพิ่มความชุกหรือความได้เปรียบด้านอัตราการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น และการกลายพันธุ์ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการได้เปรียบในการก่อโรค ได้แก่ สายพันธุ์ที่เฝ้าระวัง หรือ Variants of Interest (VOI) 2 สายพันธุ์ ได้แก่ XBB.1.5* และ XBB.1.16* และสายพันธุ์ที่ต้องจับตามองหรือ Variants under monitoring (VUM) 6 สายพันธุ์ ได้แก่ BA.2.75, CH.1.1, XBB, XBB.1.9.1, XBB.1.9.2* และ XBB.2.3*

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์ฯยังเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ของเชื้อก่อโรคโควิด-19 ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรง หรือเสียชีวิต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top