วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
ประเพณีของชาวไทยใหญ่ในเมืองแม่ฮ่องสอน ที่สืบทอดมานานเกือบร้อยปี คือปอยก๋อยจ๊อด ที่มีรากมาจากคัมภีร์ในพุทธศาสนารูปแบบของชาวไทยใหญ่ ที่หาดูได้ยาก ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ พากันเดินทางมาเที่ยวชมประเพณีดังกล่าวอย่างเนืองแน่น สำหรับในปี 2556 นี้ทางเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ได้มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดังกล่าว ให้สืบทอดต่อไป
เมื่อค่ำวันที่ 27 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยนายปกรณ์ จีนาคำ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยนายสุทธา สายวานิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ร่วมเปิดขบวนแห่ต้นเทียนออกพรรษาไทยใหญ่ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีขบวนแห่จากชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน และหมู่บ้านในตำบลปางหมู ที่อยู่ใกล้เคียง จำนวนกว่า 10 ขบวน ซึ่งแต่ละขบวนก็จะมีการแห่ต้นเทียน การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยใหญ่รำนก รำโต ไปตามท้องถนน จากอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา ไปสิ้นสุดที่พระอารามหลวงวัดจองคำ ใจกลางเมือง ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างล้นหลาม
ปอยก๋อยจ๊อด (ปอยอ่องจ๊อด) เป็นประเพณีที่ต่อจากการเสร็จสิ้นของประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด โดยมีประวัติดังนี้ พระโคดมสมณะเจ้าได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณมาเป็นเวลา 7 พรรษา ทรงแสดงยมกปฏิหาริย์ในเมืองสาวถีที่อุทยานสวนมะม่วง เสด็จขึ้นไปดาวดึงส์สวรรค์ ประทับนั่งเหนือบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ทรงเทศนาอภิธรรมเจ็ดคัมภีร์ โปรดสันตุฏฐีพุทธมารดาพร้อมเหล่าเทพยดา และพระพรหมตลอดระยะในพรรษา 3 เดือน และเสด็จนิวัติมนุษย์โลกในวันเพ็ญเดือน 11 ในเมืองสั่งกะนะโก่(สังกัสนคร) ในการเสด็จลงมานั้นพระอินทร์เนรมิตบันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว พาดตรงประตูดาวดึงส์สวรรค์ด้านทิศใต้ ลงสู่ประตูกัสนครทางทิศใต้เช่นเดียวกัน ก่อนถึงวันเพ็ญเดือน 11
พระพุทธองค์ทรงมีกระแสรับสั่งถึงพระโมคคัลลานะ ว่าพระองค์จะเสด็จนิวัติมนุษย์โลกในวันเพ็ญเดือน 11 พระโมคคัลลานะได้บอกข่าวการเสด็จนิวัติขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทั่วทุกแห่ง บรรดามนุษย์และสัตว์ที่สามารถมารับได้ก็มารับเสด็จที่สังกัสนคร ที่มาไม่ได้ก็ทำจองเข่งต่างส่างปุ๊ดที่บ้านเรือนของตน พอถึงวันเพ็ญเดือน 11 จะจัดอาหารบิณฑบาตและขนมนมเนยไว้ถวายพระพุทธเจ้าที่เสด็จประทับยืนอยู่ที่หัวบันไดแก้วแล้วเปล่งรัสมี 6 ประการ(ฉัพพรรณรังสี) นับตั้งแต่พรหมโลกจนถึงนรกอเวจีได้มองเห็นกันหมดสิ้น กิ่งนะหรี่ (กินรี) กิ่งกะหล่า(กินรา) นะกา(นาค) กะกรุ่งหรือก่าหร่น (ครุฑ) ยักคะ (ยักษ์) กันตัปป้ะ (คนธรรพ์) ผีลู ผีพาย (ยักษ์) ส่างสี่ หรือโต (สิงโต) และบรรดาสัตว์ 90 ประเภท มารับเสด็จพระพุทธเจ้าด้วย
การที่พระพุทธเจ้าทรงเปล่งรัศมีทั้ง 6 ก็ดี การเหล่านี้เทพบุตร เทพยดา ซึ่งมีรัศมี มารับเสด็จทำให้เกิดแสงสว่างไสว อันเป็นที่มาของประเพณีแห่ต้นเตน (ต้นเทียน) การประดับประทีปโคมไฟในงานประเพณีเดือน 11 ประเพณีแห่ต้นเตน (ต้นเทียน) นิยมทำกันในวันปิดท้ายเทศกาลปอยเดือน 11 คือวันแรม 14 หรือ 15 ค่ำ พร้อมกับถวายนางนกโต และสัตว์อื่นๆ อันเป็นประเพณีรำกิ่งกะหล่า ก้าโต (ฟ้อนนางนก สิงโต) ที่ทำการแสดงในเทศการปอยเหลินสิบเอ็ด ที่เรียกว่า “ปอยก๋อยจ๊อด” หรือปอยอ่องจ๊อด
สำหรับต้นเทียนของชาวไทยใหญ่ก่อนจะถึงวันแรม 8 ค่ำ จะมีพิธี “หลู่เตนเหง” คือ การถวายเทียนพันเล่ม โดยแห่ต้นเทียนไปถวายที่วัด และใน “วันก๋อยจ๊อด” คือวันแรม 8 ค่ำ อันเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลออกพรรษา จะมีพิธี “ถวายไม้เกี๊ยะ” โดยนำฟืนจากไม้เกี๊ยะ(สนภูเขา) มามัดรวมกันเป็นต้นสูง แล้วนำเข้าขบวนแห่ประกอบด้วย ฟ้อนรูปสัตว์ต่างๆ และเครื่องประโคมไปทำพิธีจุดถวายเป็นพุทธบูชาที่ลานวัด เป็นอันสิ้นสุดเทศกาลออกพรรษาของชาวไตเมืองแม่ฮ่องสอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี