วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ชาวประมงปากทะเล อ.บ้านแหลม วอนแก้ปัญหา “กระซ้า”ปิดปากคลอง เผยเดือดร้อนหนักเอาเรือเข้า-ออกไม่ได้ แถมไม่กล้าขนย้ายกลัวผิดกฏหมาย ส.ส.กระแตเตรียมนำเรื่องหารือในสภา
22 ส.ค.66 นายสมปลื้ม เจ้ยเปลี่ยน ชาวประมงหมู่บ้านปากทะเล ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวประมงในหมู่บ้านปากทะเลกำลังประสบปัญหาการนำเรือประมงเข้า-ออกทะเลลำบากเนื่องจากมีกระซ้าหรือเปลือกหอยเล็กๆจำนวนมากถูกคลื่นลมพัดสะสมมากองปิดคลอง ทำให้การเอาเรือออกไปหากินไม่ได้ เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดนับสิบปี ที่ผ่านแก้ปัญหาโดยทางองค์กรท้องถิ่นช่วยนำรถแบ็คโฮมาขุดลอกเปลือกหอยเหล่านี้ออกไป แต่ไม่นานกระแสน้ำและลมก็พัดเอาเปลือกหอยมากองไว้เช่นนี้อีกเพราะบริเวณนี้เป็นแหลมทำให้ตะกอนดินทรายที่ถูกกัดเซาะจากที่อื่นมากองรวมพันบริเวณนี้
“พวกเราชาวประมงที่ต้องเอาเรือเข้า-ออกกว่า 20 ลำได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานของกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มาลงพื้นที่และหารือกัน แต่เขาบอกว่าไม่มีงบประมาณ เราอยากให้เอาหินไปกั้นไว้สักซีกหนึ่งก็ยังดี แล้วใช้รถแบ็คโฮมาขุดไปทิ้ง แต่บอกไม่มีงบประมาณเราเลยไม่รู้จะทำอย่างไร”นายปลื้ม กล่าว
ทั้งนี้ชาวบ้านได้ทำหนังสือร้องเรียนโดยเสนอว่า 1. ขอให้มีการขุดลอกคลองเพื่อลดปัญหาความตื้นเขิน อย่างน้อยปีละสองครั้ง 2. สร้างแนวป้องกันกระซ้าหรือเปลือกหอย ที่จะหล่นไปทับถมปิดทางเดินเรือที่ชาวบ้านใช้ เดินเรือในการประกอบอาชีพประมง 3. ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯลงมาดูเพื่อ กำจัดกระซ้าที่ได้จากการขุดลอก
เนื่องจากการขุดลอกทำให้กระซ้าหรือเปลือกหอยเกิดการทับถมเป็นจำนวนมากและชาวบ้านไม่สามารถจัดการกับกระซ้าได้ด้วยตนเองเนื่องจากเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรฯ การขนย้ายเปลือกหอยด้วยตนเองเกรงว่าจะผิดกฎหมาย
นายชัยวัฒน์ หว่านผล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ปากทะเล กล่าวว่ากระซ้าคือเปลือกหอยตามท้องทะเล เวลาน้ำขึ้นจะพัดเข้าชายฝั่งซึ่งสมัยก่อนก่อนไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่เมื่อมีการเรียงหินบริเวณชายฝั่งในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศตรงเข้ามาบริเวณร่องน้ำปากคลองที่เรือเข้า-ออกพอดี ทำให้ปีหนึ่ง อบต.ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการขุดออกถึง 4-5 ครั้งโดยใช้เครื่องจักรหรือรถแบ็คโฮขุดกระซ้ากองไว้ไว้สองฝั่งคลอง ทำให้สะสมเพิ่มเป็นกองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเพราะไม่สามารถเอาออกไปจากพื้นที่ได้เนื่องจากกระซ้าเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่เป็นทรัพย์สินของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งแม้มีมูลค่าสูงแต่ก็เอาออกไปไม่ได้เพราะมีกฏหมายควบคุมไว้ จึงได้แต่ขุดกองไว้เฉยๆ จนล่าสุดเดือดร้อนจริงๆได้เรียนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีซึ่งผู้ว่าฯได้เรียกฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อนำกระซ้าออกนอกพื้นที่เพราะสะสมอยู่มาก โดยกรมเจ้าท่าและกรมทรัพยากรทางทะเลฯได้อนุญาตให้ขนไว้ในพื้นที่สาธารณะ เช่น วัด แต่ไม่นานกระซ้าก็พัดมาสะสมอีก
"เราต้องคอยหาผู้ใหญ่ใจดีเพื่องบประมาณมาเป็นค่าเครื่องจักร เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ครั้งก่อนใช้งบ 4.9 แสนบาท อยู่ได้ไม่ถึงเดือนก็พังลงมา การแก้ระยะยาวผมคิดว่าต้องทำเป็นพนังถาวร เคยเสนอกรมเจ้าท่าให้ทำเสาคอนกรีตและใช้ยางรถยนต์เรียงปักสูงๆ ถ้ากระซ้ามากๆก็ขุดออกไปที แต่กรมเจ้าท่าบอกว่าถ้าใช้วัสดุโครงสร้างแข็งเขาไม่อนุญาต ที่ผ่านใช้เราใช้ไม้ไผ่แต่ก็พังง่าย ทำให้เราแก้ปัญหาระยะยาวไม่ได้ เราอยากให้กรมเจ้าท่ามารับผิดชอบ แต่เขาบอกว่าไม่มีงบประมาณ กลายเป็นปัญหาที่ไม่รู้จะแก้อย่างไร”นายก อบต.ปากทะเล กล่าว
ด้านนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ หรือ “กระแต” ส.ส.เพชรบุรี พรรคไทยสร้างชาติ กล่าวว่าจะยื่นเรื่องนี้เข้าไปหารือในการประชุมสภาผู้แทนฯเป็นวาระเร่งด่วนเพราะเป็นความเดือนร้อนของชาวบ้าน แต่ต้องปรึกษากับพรรคก่อนเพราะอาจมีวาระเร่งด่วนของคนอื่นๆด้วย อยากให้กรมเจ้าท่าช่วยมาขุดรอกคลองเพิ่มขึ้นซึ่งเดิมเคยขุดปีละ 1 ครั้ง และอยากให้กรมทรัพยากรชายฝั่งฯเข้ามาดูแลเอาเปลือกหอยหรือกระซ้าออกไปเพราะชาวบ้านไม่กล้าขนย้ายเนื่องจากกลัวผิดกฎหมาย ดังนั้นทั้งสองหน่วยงานควรหารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี