‘รพ.หลวงพ่อเปิ่น’ผสาน‘แพทย์แผนไทย-จีน’  ฟื้นฟู‘ผู้ป่วยระยะกลาง’ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

‘รพ.หลวงพ่อเปิ่น’ผสาน‘แพทย์แผนไทย-จีน’ ฟื้นฟู‘ผู้ป่วยระยะกลาง’ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag :

คณะทำงานของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เยี่ยมชม “การดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยด้านการแพทย์ระยะกลาง (Intermediate Care : IMC)” หลังพ้นวิกฤต ณ โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น จ.นครปฐม ด้วยการแพทย์ผสมผสานระหว่างแพทย์แผนไทยและแผนจีน เมื่อช่วงต้นเดือนต.ค. 2566ที่ผ่านมา ซึ่ง นพ.ยุทธกานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น กล่าวว่า ศูนย์บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ระยะกลาง (ศูนย์ IMC) เป็นการจัดบริการตาม Service Plan ของกระทรวงสาธารณสุข เน้นผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค

ได้แก่ 1.หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก 2.สมองบาดเจ็บหรือได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ 3.บาดเจ็บไขสันหลังจากอุบัติเหตุ และ 4.ผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหัก โดยให้บริการการฟื้นฟูแบบเข้มข้นในลักษณะของผู้ป่วยใน (IPD) ด้วยศาสตร์ผสมผสานจากแพทย์แผนตะวันตก แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ใช้ระยะเวลาการรับรักษาประมาณ 3 สัปดาห์ รวมไปถึงยังมีการให้บริการแบบผู้ป่วยนอก (OPD) อย่างไรก็ดีสำหรับการแพทย์ผสมผสานจะให้บริการตั้งแต่นักกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด การฝึกพูด ฝึกกลืน


โดยแพทย์แผนไทยจะให้บริการ นวด ดึง รักษาอาการท้องผูก ข้อติด เป็นต้น ส่วนแพทย์แผนจีนก็จะมีการฝังเข็มร่วมด้วย ขณะเดียวกัน ในกลุ่มผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังที่จะเป็นกลุ่มอายุค่อนข้างน้อยก็จะมีกระบวนการการฝึกดำรงชีวิตอิสระโดยกลุ่มคนพิการที่มีประสบการณ์ตรง และผ่านการฝึกอบรมให้คำปรึกษา เพื่อให้ก้าวข้ามผ่านความพิการ และกลับมาใช้ชีวิตต่อไปในสังคมได้ ซึ่งจากการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 มีผู้เข้ามารับบริการต่อปีประมาณ 130 ราย ส่วนมากเป็นกลุ่มผู้ป่วยเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก

“มีการติดตามประสิทธิภาพในการฟื้นฟู โดย 90% ของผู้ที่เข้ารับบริการทั้งหมดแบบเข้มข้นสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติ ที่นี่มีอุปกรณ์ให้ยืม ผ่านกองทุนที่สนับสนุนโดย สปสช. ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในการตั้งกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นในผู้สูงอายุผู้พิการ ผู้ป่วยระยะกึ่งเฉียบพลันที่ต้องการฟื้นฟู และผู้ป่วยที่ดูแลระยะยาว ซึ่งก็ตั้งเป็นธนาคารยืมคืนอุปกรณ์ เช่น เตียงลม อุปกรณ์ช่วยการเดิน ฯลฯ เพื่อให้ผู้ป่วยนำกลับไปใช้ที่ได้บ้าน” นพ.ยุทธกานต์กล่าว

นายรัฐการ พรรณพัฒน์ รองนายก อบจ.นครปฐม กล่าวเสริมว่า อบจ.นครปฐม ได้เข้าไปซ่อมแซมปรับปรุงบ้านผู้ป่วย หรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้วประมาณ 5 หลัง โดยใช้งบประมาณจากท้องถิ่นในการดูแล นอกจากนี้ ในส่วนของกายอุปกรณ์ก็ได้สนับสนุนงบประมาณที่ทาง อบจ. ร่วมกับสปสช. ลงไปดูแล โดยให้องค์การบริการส่วนตำบล (อบต.) ในแต่ละพื้นที่สำรวจและทำเรื่องขอเบิกงบประมาณได้ โดยในขณะนี้กำลังจะทำความตกลงร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่ เพื่อนำนักศึกษาเข้ามาช่วยเรื่องของการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่อาจจะชำรุดได้

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่นเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง หรือ IMC และมีความ โดดเด่นเรื่องการบูรณาการจากหลายส่วน เช่น เมื่อได้รับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลจังหวัดก็จะมีการให้บริการแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน นอกเหนือจากการทำกายภาพบำบัด รวมถึงยังมีการแนะนำเรื่องการประกอบอาชีพของผู้ป่วยอีกด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่อได้ลงพื้นที่มาในครั้งนี้ สปสช. อาจจะต้องกลับไปปรับปรุงดูความเป็นไปได้ว่านอกเหนือจากการให้บริการกายภาพบำบัดแล้วจะสามารถเพิ่มเรื่องการดูแลโดยแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ฯลฯ เข้ามาได้หรือไม่ เพราะ สปสช. มีกลไกตรงนี้อยู่แล้ว เพียงแต่คิดว่าจะปรับกลไกทางการเงินเพื่อเสริมเข้าไป เช่น เดิมเรื่องของหมอนวดที่อาจจะยังไม่ชัดเจน โดยในปีหน้าก็จะทำให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ผู้ป่วยกลุ่มนี้มากขึ้น

“ถ้าฟังจากที่ผู้อำนวยการเล่าว่าบูรณาการจากหลายแห่ง มีการรับผู้ป่วยจากนอกจังหวัดด้วย ตรงนี้ก็จะสนองนโยบายของรัฐบาลเรื่องบัตรประชาชนใบเดียวสามารถรับบริการที่ไหนก็ได้คิดว่าถ้ามีความเป็นไปได้ และโรงพยาบาลมีความพร้อมและพอใจในการให้บริการกับค่าตอบแทนที่ สปสช. ให้โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่นเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะขยายงานตรงนี้ลงไปในพื้นที่ต่างๆ ได้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top