วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
น่าตกใจ!! ตร.ไซเบอร์แถลงผลปฏิบัติการขยายผลการจับกุมโบรกเกอร์บริษัทประกันภัยดัง-พวก รวม 3 ราย ลอบค้าข้อมูลส่วนบุคคล 15 ล้านชื่อ แฉเป็นโปรแกรมเมอร์ผู้เขียนโปรแกรม API Bypass face scan เพื่อใช้ปลดล็อคการสแกนใบหน้า ในแอปพลิเคชั่นธนาคารเพื่อให้โอนเงินจำนวนมากกว่า 50,000 บาท ตามข้อกำหนดของธนาคาร ให้กลุ่มบัญชีม้า และกลุ่มพนันออนไลน์ใช้โอนเงินจำนวนครั้งละมาก ๆ ได้อย่างรวดเร็วได้โดยไม่ต้องสแกนใบหน้า
6 พ.ย.66 พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งช รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและพล.ต.ท.วรวัตน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แถลงผลการปฎิบัติการ Data Guardians Operation ล่าทรชน คนค้าข้อมูล ของกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 หรือ บก.สอท.5 ที่ขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาที่ขายข้อมูลส่วนตัวคนไทยกว่า 2 ล้านรายชื่อ ที่ถูกจับกุมได้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ที่จังหวัดภูเก็ต และผู้ต้องหาพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อข้อมูลจากลูกค้าอาหารเสริมยี่ห้อดังกว่า 15 ล้านรายชื่อ ให้กับกลุ่มดาร์กเว็บ ซึ่งถูกจับกุมได้ในเดือนสิงหาคม
โดยได้จับกุมผู้ต้องหาสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้อีก 3 ราย รายแรก คือ นายพศิน อายุ 41 ปี โบรกเกอร์บริษัทประกันภัย ที่นำข้อมูลลูกค้าประกันไปขายให้มิจฉาชีพ ถูกจับกุมได้ในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าถูกนำไปจำหน่ายจำนวนกี่รายชื่อ และจะขยายผลไปยังผู้รับซื้อต่อไป
รายที่ 2 จับกุม นายณัฐพงศ์ อายุ 28 ปี ได้ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นโปรแกรมเมอร์ผู้เขียนโปรแกรม API Bypass face scan เพื่อใช้ปลดล็อคการสแกนใบหน้า ในแอปพลิเคชั่นธนาคารเพื่อให้โอนเงินจำนวนมากกว่า 50,000 บาท ตามข้อกำหนดของธนาคาร ให้กลุ่มบัญชีม้า และกลุ่มพนันออนไลน์ใช้โอนเงินจำนวนครั้งละมาก ๆ ได้อย่างรวดเร็วได้โดยไม่ต้องสแกนใบหน้า แต่ขณะนี้โปรแกรมดังกล่าวยังใช้ได้กับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น
รายที่ 3 จับกุมได้ที่จังหวัดอุดรธานี คือ นายยอดชาย อายุ 24 ปี เป็นแอดมินกลุ่ม Facebook นำข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้จากฐานข้อมูลเว็บพนันออนไลน์ไปจำหน่ายกว่า 15 ล้านรายชื่อ ซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้น เช่น ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีกทั้งในกลุ่ม Facebook ดังกล่าวยังมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และซื้อขายข้อมูลกันระหว่างกลุ่มดาร์กเว็บเพื่อทำกำไร
ด้าน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า การเข้าจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ เป็นการขยายผลมาจากกรณีที่ตำรวจไซเบอร์ได้เคยเข้าจับกุมผู้ต้องหาวิศวกรหนุ่มที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหามีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปขายต่อให้ธุรกิจสีเทากว่า 2 ล้านรายชื่อและเมื่อขยายผลต่อก็นำไปสู่การเข้าจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นพ่อค้าคนกลางรับซื้อข้อมูลจากธุรกิจขายอาหารเสริม ไปขายต่อให้กับวิศวกรหนุ่ม โดยผู้ต้องหารายนี้อ้างว่าได้ซื้อข้อมูลมากกว่า 15 ล้านรายชื่อแล้วนำมาแบ่งขายให้กับกลุ่มที่สนใจในดาร์กเว็บ ทำรายได้กว่า 4 แสนบาทต่อเดือน
พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในจำนวนข้อมูลทั้งกว่า 15 ล้านรายชื่อที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนำมาซื้อขายนี้ จากการตรวจสอบพบว่าบางส่วนก็เป็นข้อมูลที่ซ้ำกัน และส่วนใหญ่จะเป็นเพียงข้อมูลพื้นฐาน มีแค่บางส่วนที่เป็นข้อมูลในเชิงลึก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโบรกเกอร์ประกันภัยนั้น จะต้องขยายผลต่อไปว่ามีการนำข้อมูลออกมาได้อย่างไร และมีใครเกี่ยวข้องอีกบ้าง แต่ในส่วนของพฤติการณ์ ขอให้เป็นรายละเอียดในสำนวนเพราะยังต้องขยายผลเพิ่มเติม โดยโบรกเกอร์ที่มีพฤติกรรมแบบนี้ก็อาจจะเพียงแค่บางส่วน ไม่ใช่ทุกคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เปิดคลิปวิดีโอ ขณะที่ให้นายณัฐพงษ์ ผู้ต้องหาที่พัฒนาโปรแกรม API Bypass สาธิตวิธีการใช้โปรแกรมด้วย โดยโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาจะมี 2 รูปแบบ รูปแบบแรกคือ ใช้วิธีการโอนเงินได้ผ่านระบบเบราเซอร์ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องเข้าแอปพลิเคชั่นธนาคาร ซึ่งหากกลุ่มมิจฉาชีพรู้ข้อมูลบัญชีธนาคาร ก็สามารถกรอกเข้าไปได้เลย ระบบก็จะส่งหมายเลข OTP ไปยังเบอร์โทรศัพท์เจ้าของบัญชี และเพียงแค่กรอก OTP ก็สามารถกดโอนเงินจำนวนมากผ่านระบบเบราเซอร์ที่ควบคุมโดยมิจฉาชีพได้ทันที ส่วนอีกรูปแบบคือการเขียนโค้ดยกเลิกการสแกนใบหน้าเมื่อโอนเงินจำนวนมากกว่า 5 หมื่นบาท ซึ่งตำรวจไซเบอร์จะขยายผลหลักการทำงานในรูปแบบนี้ต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ในฐานความผิดเกี่ยวกับ การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเปิดเผยแก่ผู้อื่น, การเข้าถึงข้อมูลที่มีมาตรการป้องกันโดยเฉพาะโดยมิชอบ, ทำให้เสียหายเปลี่ยนแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ และจัดให้มีการเล่นโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์จำนวนสาม 3 ข่าย คือ meslot789, winnerslot555 และ major 168 จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 27 ราย ทั้ง 3 เว็บมีผู้ติดตามรวมกว่า 55,000 คน มีเงินหมุนเวียนปีละกว่า 1,300 ล้านบาท เจ้าหน้าที่สามารถอายัดทรัพย์สินได้กว่า 18 ล้านบาท นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่าทั้ง 3 เครือข่ายยังมีเว็บไซต์พนันในเครือข่ายยอีกกว่า 30 เว็บ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบขยายผลต่อไป
-001
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี