วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
‘บิ๊กอุ้ม’ สั่งเร่งเยียวยา น.ศ.เทคนิคดุสิต สอศ.กำชับสถานศึกษาทั่วประเทศเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัย
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 จากกรณี สน.ดุสิต รับแจ้งเหตุหตุมีคนร้ายใช้อาวุธยิงประชาชนเสียชีวิต บริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลกรแก้ว ซอยระนอง 2 ถนนระนอง 2 เขตดุสิต กทม. ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายพงศ์ธีระ (สงวนนามสกุล) อายุ 15 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคดุสิต ปี 2 ในที่เกิดเหตุพบ ปืนไทยประดิษฐ์ (แบบปากกา) ขนาดความยาวประมาณ 25 ซม.นั้น
วันที่ 21 พฤศจิกายน นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ประสานไปยังวิทยาลัยเทคนิคดุสิตแล้ว ทราบข้อมูลว่า นักศึกษาของวิทยาลัยเป็นผู้ถูกกระทำจากกลุ่มที่ไม่ทราบชื่อที่ชัดเจน เบื้องต้นได้แสดงความเสียใจไปยังผู้ปกครองของนักศึกษาที่เสียชีวิต และที่ผ่านมา ทางสอศ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ( ศธ.) กำชับให้สถานศึกษาในสังกัดสอศ. ทั้งรัฐและเอกชน เฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุวิวาท โดยทำงานควบคู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม แม้จะยังเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น แต่ก็ยังมีเหตุเกิดขึ้น และเท่าที่ทราบ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเป็นการทะเลาะวิวาท แต่เป็นการจ้องทำร้าย ขณะนี้ทางตำรวจพอจะรู้ตัวผู้ก่อเหตุ โดยสภาพปัจจุบันไม่ได้เป็นนักเรียน นักศึกษา และมีหมายจับออกแล้ว ตอนนี้ทางตำรวจดำเนินการไปตามรูปคดี
“ผมรายงานเรื่องนี้ให้พล.ต.อ.เพิ่มพูน รับทราบแล้ว โดยได้ฝากดูแลเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามจับคนร้ายมาให้ได้ ผมเองขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวนักศึกษาที่เสียชีวิต โดยได้สั่งการให้ผู้อำนวยการวิทยาลัย และผู้บริหารส่วนกลางเข้าไปช่วยดูแลเยียวยา รวมถึงจัดการเรื่องงานพิธีศพต่าง ๆ เหตุครั้งนี้นักศึกษาอาชีวะ ถือว่าเป็นผู้ถูกกระทำไม่ใช่การทะเลาะวิวาท เช่นเดียวกับกรณีของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ซึ่งผู้ก่อเหตุมาจากไหนก็ไม่ทราบรายละเอียด ทั้งนี้ ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการศธ. รวมถึงผู้บริหารศธ. ที่ผ่านมาทุกสมัยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว ส่วนผมเอง เมื่อเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการ กอศ. ก็ได้พูดคุยกับคณะกรรมการความปลอดภัย ซึ่งมีทั้งผู้บริหารอาชีวะรัฐและอาชีวะเอกชน ซึ่งมีเครือข่ายกว่า 877 แห่งทั่วประเทศ โดยได้กำชับเรื่องมาตรการป้องกัน การก่อเหตุทะเลาะวิวาท สิ่งเสพติด เฝ้าระวังเหตุการณ์ที่สุ่มเสี่ยง รวมถึงกรณีนักศึกษาที่แอบไปรับน้องนอกสถานศึกษา ขอให้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจบริเวณโดยรอบ และจะเน้นย้ำให้สถานศึกษาทั่วประเทศดูแลเรื่องดังกล่าวให้เข้มข้นขึ้น เพราะบางครั้งไม่ได้เป็นการทะเลาะกันระหว่างสถานศึกษา แต่เป็นความผูกใจเจ็บกันมา และบางครั้งผู้ก่อเหตุก็ไม่ใช่นักศึกษา เป็นกลุ่มที่ไม่ทราบชื่อมาก่อเหตุกับนักศึกษา แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอกำชับเรื่องการดูแลความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น อาจจะหลุดไปบ้าง ก็ต้องยอมรับในระดับหนึ่ง แต่สอศ.ก็จะเพิ่มมาตรการให้เข้มข้นมากขึ้น เพราะไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย” นายยศพล กล่าว
นายยศพล กล่าวต่อว่า ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย นั้น คิดว่า มีความเข้มงวดและมีมาตรฐานอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมา สอศ.ทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาโดยตลอด และทางตำรวจเองก็ได้ประกาศให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันตรวจตราความเรียบร้อย ดังนั้น การแก้ปัญหาเรื่องนี้คงต้องช่วยเหลือกันในทุกมิติ ทั้งครอบครัว สถานศึกษา และการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงปลูกฝังจิตสำนึก ให้นักศึกษาเกิดความตระหนักรับผิดชอบต่อสังคมให้ได้ และต้องย้อนกลับมาที่หลักสูตรการเรียนการสอน ที่เป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องนำเรื่องประวัติศาสตร์ ความรักชาติ รักประชาชน รักสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมไปถึงหน้าที่พลเมือง ศีลธรรมเข้ามาในการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมเชิงบวกมากขึ้น เพื่อให้เด็กอาชีวะฯหันมาตระหนักเรื่องความรับผิดชอบทางสังคม ซึ่งคงต้องทำในทุกมิติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี