533.jpg
ตร.ค้นเครือข่าย ช่วยเสี่ยแป้งหนี อาศัยในอินโดฯ

ตร.ค้นเครือข่าย ช่วยเสี่ยแป้งหนี อาศัยในอินโดฯ

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตร.ค้นเครือข่าย

ช่วยเสี่ยแป้งหนี

อาศัยในอินโดฯ

ซุกปีกอดีตทหาร

ผู้ช่วย ผบ.ตร.นำกำลัง ลุยค้นเครือข่ายช่วย “เสี่ยแป้ง” หลบหนีหลังจากปะทะกันบนเทือกเขาบรรทัดพาลงเขา ลงเรือออกไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน ปูดข้อมูลซุกปีกอดีต พ.ท.กองทัพอินโดฯ

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการติดตามตัว นายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง นาโหนด อายุ 37 ปี ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ที่หลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ออกไปจาก รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า ภายหลัง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามไล่ล่าตัวเสี่ยแป้ง ต่อมาทางผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ เปิดปฏิบัติการจู่โจมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายหลายจุดในพื้นที่ จ.พัทลุง จนสามารถตรวจยึดอาวุธปืนสงคราม และกระสุน 142 นัด พร้อมกับแจ้งข้อหาผู้ต้องหา ประกอบด้วย 1.นายทนงศักดิ์ 2.นายสืบศักดิ์ 3.นายอัสฮัร และ 4.นายสุเชษฐ์ และ 5.นายกัมปนาท ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี ทั้งหมดเป็นกลุ่มบุคคลที่มีส่วนช่วยเหลือนายแป้ง ในการหลบหนี


จากการสอบปากคำ นายสุเชษฐ์ ให้การว่าเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจากบุคคลหนึ่งให้ไปรับตัวเสี่ยแป้ง โดยใช้จักรยานยนต์ ขับไปรับที่บ้านป่าพง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เมื่อไปถึงพบเสี่ยแป้ง ริมถนน จึงส่งสัญญาณให้ขึ้นจักรยานยนต์ พากันออกมาถึงหน้าวัดพรุนายขาว ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง จึงส่งต่อให้กับอีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งตนไม่รู้จัก แต่จำรถที่มารับได้ว่าเป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ แต่จำทะเบียนไม่ได้ โดยก่อนจะเดินไปขึ้นรถยนต์ เสี่ยแป้ง ได้สั่งตนให้ไปเอาของโดยไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร ให้ไปเก็บให้ด้วย และบอกว่าให้ไปเอาที่จุดใด อย่างไรก็ดี เมื่อตนส่งเสี่ยแป้ง แล้ว จึงขับจักรยานยนต์ กลับบ้านพัก

นายสุรเชษฐ์ ให้การอีกว่า จากนั้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน จึงขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ออกจากบ้านพัก เพื่อไปเอาของดังกล่าว เมื่อไปถึงจุดที่เสี่ยแป้ง แจ้งไว้ จึงเดินไปดู ก็พบว่าเป็นสิ่งของห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ ก่อนจะหยิบแล้วนำขึ้นรถ ขับกลับมาที่บ้านพัก จากนั้นจึงนำไปฝังไว้หลังบ้าน กระทั่งมาถูกตำรวจนำหมายศาลค้นตรวจค้นบ้านและพบของกลางดังกล่าวว่าคืออาวุธปืนสงคราม

ขณะที่แหล่งข่าวจากชุดสืบสวน เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่ารถยนต์ที่น่าจะถูกใช้พาเสี่ยแป้ง หลบซ่อนตัวในพื้นที่ จ.สตูล ภายใต้การดูแลของผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่ง แล้วมีการหลบหนีลงเรือสปีดโบ๊ท ที่บริเวณท่าเรือท้องที่บ้านบากันโต๊ะทิด อ.ละงู จ.สตูล มุ่งหน้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คืออินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าเสี่ยแป้ง น่าจะไปหลบซ่อนตัวใน จ.บันดาอาเจะห์ โดยมีผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่ง ที่อดีตเคยค้าขายทางเรือกับประเทศอินโดนีเซีย เป็นผู้ให้ความสะดวกในการหลบหนี

ทั้งนี้ มีการประสานงานกับอดีตนายทหารยศ พ.ท.นายหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย เป็นผู้ให้การดูแล และให้ที่พักในขณะที่เสี่ยแป้ง หลบซ่อนตัวในจังหวัดดังกล่าว ต่อมาจึงได้อัดคลิปวีดีโอ 3 คลิป นำออกมาเผยแพร่ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าในขณะนี้เสี่ยแป้ง น่าจะยังคงหลบหนีในประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะเดียวกัน ในช่วงวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กำลังตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สตูล ได้เข้าตรวจยึดรถกระบะ ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยว่าใช้นำทางพาเสี่ยแป้ง ไปลงเรือที่ท่าเรือบ้านบากันโต๊ะทิด โดยมีนายอัชฮัร เป็นเจ้าของรถคันดังกล่าว ซึ่งชุดจับกุมได้เชิญตัวนายอัชฮัร พร้อมรถยนต์คันดังกล่าว นำส่งให้ พ.ต.ต.ปิยะพงศ์ เต็มนิล สว.(สอบสวน) สภ.ตะโหมด จ.พัทลุง เพื่อสอบสวนก่อนพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับนายสุเชษฐ์ นั้น เคยถูกจับกุมคดีครอบครองไอซ์ และยาบ้า พร้อมอาวุธปืน และมีการตรวจยึดทรัพย์สินรถยนต์ 1 คัน ราคาประมาณ 1,500,000 บาท คาดว่านายสุเชษฐ์ น่าจะรู้จักกับเสี่ยแป้ง ในขณะที่ตกเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำกลางพัทลุง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top