วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ.เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามนโยบาย แก้หนี้ทั้งระบบของรัฐบาล ซึ่งในส่วนของหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ก็มีความห่วงใย และได้กำชับให้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของ ศธ.ติดตามเร่งแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ส่วนตัวเลขครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีเป็นนอกระบบและไปลงทะเบียนแก้หนี้กับกระทรวงมหาดไทย (มท.) นั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไข เพราะถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และ ศธ.ที่ต้องเร่งดำเนินการ

"ที่ประชุมยังมีการรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งการดำเนินการ โครงการ "กล่องความรู้ คู่ความสุข" ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งได้มีการจัดติวข้อสอบความถนัดทั่วไป หรือ TGAT และข้อสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ TPAT ซึ่งจัดสอบไปเมื่อวันที่ 9 - 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีนักเรียนเข้าถึงข้อมูลการจัดติวจำนวนมาก ขณะเดียวกันที่ประชุมยังหารือรูปแบบการจัดงานวันเด็ก และวันครู การติดตามการแก้ปัญหาภาษาอังกฤษ การแก้ปัญหาผลสอบผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ซึ่งเด็กไทยมีคะแนนลดลง โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) อยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูล ที่ทางองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ส่งมาเพิ่มเติม เพื่อนำผลการวิเคราะห์ที่ได้ไปแก้ปัญหาการสอบในครั้งต่อไป" นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ มีกรอบวงเงินรวม 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 ซึ่งมีวงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท จำนวน 295,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.3% โดยในส่วนของศธ. ได้รับงบประมาณ 328,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 1,010 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.31% ถือว่าเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณ เป็นอันดับ 2 รองจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ที่ได้รับงบอยู่ที่ 353,127 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 27,881 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.57% นั้น สำหรับงบที่ได้รับอนุมัตินั้นเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ทั้งนี้ การจัดทำงบดังกล่าว ศธ.ได้มีการปรับลดลงจากเดิมก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาบริหารงาน ประมาณ 0.3% โดยได้มีการไปปรับปรุงงบประมาณบางรายการ เช่น การลงทุน เรื่องการจัดทำฐานข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ ซึ่งราคาสูง ก็เปลี่ยนไม่ลงทุนเอง แต่ให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT ลงทุน แล้ว ศธ.ไปเช่าของ NT ใช้ เพื่อจัดเก็บข้อมูลและพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ เพราะเห็นว่าเป็นหน่วยงานรัฐเช่นเดียวกัน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณไปได้กว่า 3,000 - 4,000 ล้านบาท
"ทั้งนี้ การปรับลดงบดังกล่าวหลักๆ จะเป็นงบลงทุน ส่วนเงินอุดหนุนรายหัว หรืองบรายจ่ายประจำ ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงบประมาณปี 2567 จะยังไม่มีการจัดซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต แต่จะเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มหรือคอนเทนต์ เพื่อรองรับการจัดซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต ในปี 2568" โฆษก ศธ.กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี