เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ.เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามนโยบาย แก้หนี้ทั้งระบบของรัฐบาล ซึ่งในส่วนของหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ก็มีความห่วงใย และได้กำชับให้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของ ศธ.ติดตามเร่งแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ส่วนตัวเลขครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีเป็นนอกระบบและไปลงทะเบียนแก้หนี้กับกระทรวงมหาดไทย (มท.) นั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไข เพราะถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และ ศธ.ที่ต้องเร่งดำเนินการ

"ที่ประชุมยังมีการรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งการดำเนินการ โครงการ "กล่องความรู้ คู่ความสุข" ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งได้มีการจัดติวข้อสอบความถนัดทั่วไป หรือ TGAT และข้อสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ TPAT ซึ่งจัดสอบไปเมื่อวันที่ 9 - 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีนักเรียนเข้าถึงข้อมูลการจัดติวจำนวนมาก ขณะเดียวกันที่ประชุมยังหารือรูปแบบการจัดงานวันเด็ก และวันครู การติดตามการแก้ปัญหาภาษาอังกฤษ การแก้ปัญหาผลสอบผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ซึ่งเด็กไทยมีคะแนนลดลง โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) อยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูล ที่ทางองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ส่งมาเพิ่มเติม เพื่อนำผลการวิเคราะห์ที่ได้ไปแก้ปัญหาการสอบในครั้งต่อไป" นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ มีกรอบวงเงินรวม 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 ซึ่งมีวงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท จำนวน 295,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.3% โดยในส่วนของศธ. ได้รับงบประมาณ 328,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 1,010 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.31% ถือว่าเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณ เป็นอันดับ 2 รองจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ที่ได้รับงบอยู่ที่ 353,127 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 27,881 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.57% นั้น สำหรับงบที่ได้รับอนุมัตินั้นเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ทั้งนี้ การจัดทำงบดังกล่าว ศธ.ได้มีการปรับลดลงจากเดิมก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาบริหารงาน ประมาณ 0.3% โดยได้มีการไปปรับปรุงงบประมาณบางรายการ เช่น การลงทุน เรื่องการจัดทำฐานข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ ซึ่งราคาสูง ก็เปลี่ยนไม่ลงทุนเอง แต่ให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT ลงทุน แล้ว ศธ.ไปเช่าของ NT ใช้ เพื่อจัดเก็บข้อมูลและพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ เพราะเห็นว่าเป็นหน่วยงานรัฐเช่นเดียวกัน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณไปได้กว่า 3,000 - 4,000 ล้านบาท
"ทั้งนี้ การปรับลดงบดังกล่าวหลักๆ จะเป็นงบลงทุน ส่วนเงินอุดหนุนรายหัว หรืองบรายจ่ายประจำ ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงบประมาณปี 2567 จะยังไม่มีการจัดซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต แต่จะเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มหรือคอนเทนต์ เพื่อรองรับการจัดซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต ในปี 2568" โฆษก ศธ.กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี