สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ  ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag :

สืบเนื่องจากงานประกวดเขียนแผนธุรกิจและประชุมวิชาการระดับชาติ งานเกษตรกำแพงแสน ประจำปี 2566 เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รศ.ดร.อนามัย ดำเนตร คณบดี คณะอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้เชิญวิทยากรพิเศษมาบรรยายในงานดังกล่าว และหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ต้องหยิบยกมาเล่าในวันนี้คือเรื่อง “การเตรียมตัวของผู้สูงอายุในการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริการในอุตสาหกรรมบริการไทย” บรรยาย โดย รศ.ดร.บรรพต วิรุณราชที่ปรึกษาคณบดี คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รศ.ธีรวัฒน์ หังสพฤกษ์) ซึ่งได้นำเสนอแนวคิดที่ทุกภาคส่วนควรต้องใส่ใจดังนี้

รศ.ดร.บรรพต ได้กล่าวว่า ในหลายประเทศในปัจจุบัน ได้มีการกำหนดการเกษียณที่อายุมากกว่า 60 ปีซึ่งมีสาเหตุมาจากเด็กเกิดน้อยลงมาก แต่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีมากขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมันได้ขยายการเกษียณอายุถึง 67 ปี ฝรั่งเศสขยายถึงอายุ 65-67 ปี ญี่ปุ่นได้ขยายถึง 65 ปี เป็นต้น ส่วนไทยเองรัฐบาลก็เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่ปี 2560 คือออกกฎหมายสนับสนุนให้ภาคเอกชนจ้างผู้สูงอายุทำงาน โดยการสามารถนำรายจ่ายที่เป็นเงินเดือนมาหักค่าใช้จ่ายก่อนคำนวณภาษี ได้ 2 เท่า แต่คำนวณเงินเดือนที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือนที่จ้างผู้สูงอายุ และจำนวนผู้สูงอายุที่จ้างไม่เกิน 10% ของพนักงานทั้งหมด โดยมีเอกชนที่เข้าร่วมโครงการได้แก่ ห้างบิ๊กซีรับสมัคร คนอายุ 60 ปีขึ้นไปโดยประกาศรับอยู่เป็นระยะๆ ได้แก่ รับพนักงานธุรการ ฝ่ายบัญชี รับโทรศัพท์ต้อนรับลูกค้า แผนกอาหารสด ประจำศูนย์อาหาร มินิบิ๊กซี เภสัชร้านยาเพรียว


จากข้อมูลผู้สูงอายุของไทยในปัจจุบัน มีผู้สูงอายุร้อยละ 20 คือหมายถึง ทุก 100 คน จะมีผู้สูงอายุ 20 คนคนวัยเด็กถึงวัย 59 ปี มี 80 คน แสดงให้เห็นถึงจำนวนคนในวัยทำงานลดลง แต่ในขณะเดียวกัน จำนวนอุตสาหกรรมบริการในประเทศไทยมีเพิ่มมากขึ้น การขาดแคลนแรงงานในวัยทำงานของอุตสาหกรรมดังกล่าวค่อนข้างมีมาก การแก้ปัญหาโดยอาศัยคนต่างชาติมาทำงานแทนนั้นก็ไม่ค่อยราบรื่น เพราะการยิ้มแย้มแจ่มใสแพ้คนไทย และมักชอบย้ายงาน

อุตสาหกรรมนี้ เป็นจุดเน้นของรัฐบาลในการสร้างงาน สร้างเงินมาเป็นอันดับ 1 ของรายได้ของประเทศ จึงต้องอาศัยพนักงานมากขึ้น และคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอาศัยแรงงานบริการของผู้สูงอายุในเร็ววัน และประเด็นสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษอีกเรื่องคือ การเตรียมทักษะ และความพร้อมให้กับคนสูงวัยที่จะทำงานในอุตสาหกรรมบริการในขณะนี้ยังไม่มีเป็นรูปธรรมเด่นชัด และควรเร่งดำเนินการ

รศ.ดร.บรรพต ได้หยิบยกงานวิจัย 2 ผลงานที่ศึกษาเกี่ยวกับการเตรียมทักษะ และความพร้อมคนสูงวัยให้พร้อมทำงานในอุตสาหกรรมบริการ ได้แก่ งานวิจัยของ รศ.ธีวัฒน์ หังสพฤกษ์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่าผู้สูงอายุเมื่ออายุ 60 ปี อำนาจการตัดสินใจต่างๆ จะถูกกำหนดโดย ภรรยา บุตร หรือ สามี จะไม่เป็นตัวของตัวเอง ชีวิตหลังวัย 60 ปี คนในครอบครัวเหล่านี้จะเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนด หากผู้สูงอายุในวันหน้า คือกลุ่มคนอายุ 40-59 ปี ที่เข้าวัยเตรียมเป็นผู้สูงอายุ อยากมีอำนาจกำหนดวิถีชีวิตหลังอายุ 60 ปี ของตนเองได้นั้น ต้องกำหนด หรือ ฝึกฝน ตั้งแต่อายุก่อน 60 ปี คือ 40-45, 46-50, 51-55, 56-59 ปี ด้วยวัยนี้ยังสามารถใช้เวลา ใช้เงิน และตัดสินใจด้วยตัวเองได้

อีกผลงานวิจัย เป็นของ ดร.วิริตยาภรณ์ ลือนาม ผู้จัดการ HR ของบริษัทเอกชนอุตสาหกรรมยานยนต์ พบว่า ผู้สนใจจะทำงานหลังอายุ 60 ปี ควรเตรียมความพร้อมร่างกาย คือหมั่นดูแลด้านสุขภาพ หมั่นตรวจเช็ค เบาหวาน ความดัน ไขมัน หลอดเลือด หากเป็นแล้วต้องกินยาพบแพทย์ เช่น ตามนัดทุกๆ 3 เดือน ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่มีการปฏิบัติกันอยู่ การฝึกทักษะงานที่จะทำหลังเกษียณ ควรเป็นงานที่ไม่อันตราย หากเป็นอุตสาหกรรมบริการ ควรฝึกทักษะด้านการบริการ ต้อนรับ ทักษะการใช้เทคโนโลยี บริการต่างๆ การพูดการคุย การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของงานบริการ ควรมีการฝึกอารมณ์แรงจูงใจ บุคลิกภาพ และให้ยอมรับสถานะทางสังคมที่เปลี่ยนไป ที่จากที่เคยโดดเด่น เป็นผู้บริหารใช้งานผู้อื่น ผู้อื่นเอาใจ แต่กลับกันจะถูกใช้งาน และต้องเอาใจผู้ใช้บริการของอุตสาหกรรมบริการนั้นๆ แต่ขณะเดียวกันให้ตระหนักว่าชีวิตยังมีคุณค่า ยังทำงานได้ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นหลังอายุ 60 ปี

จากข้อมูลดังกล่าว ขอสรุปดังนี้ สำหรับผู้ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังเกษียณแบบมีคุณภาพ ควรต้องฝึกในวัยเตรียมเป็นผู้สูงอายุคือ 40-59 ปี ไม่ควรฝึกเมื่อเกษียณอายุแล้ว เพราะเราจะไม่เป็นตัวของตัวเองและจะถูกควบคุมจากคนรอบข้างทันที และปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการใดที่ทำธุรกิจการฝึกทักษะดังกล่าว อยากฝากนักธุรกิจหัวก้าวหน้าทุกท่านลองนำไปพิจารณาดู เผื่อท่านอาจจะเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยที่ประสบผลสำเร็จก่อนใคร ส่วนนิสิตปริญญาเอกท่านใดที่ยังไม่มีหัวข้อวิจัย ก็สามารถวิจัยในประเด็นนี้กันได้ ก็น่าจะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมผู้สูงอายุไทย และประเทศชาติไม่ใช่น้อย

ชนิตร ภู่กาญจน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top