533.jpg
พ่อ'โอ๊ต'เชื่อลูกชายไม่ได้รับความเป็นธรรม คดีฆ่าหนุ่มโรงงาน ชี้ถูก'กิต'หลอกพ่วงไปด้วย

พ่อ'โอ๊ต'เชื่อลูกชายไม่ได้รับความเป็นธรรม คดีฆ่าหนุ่มโรงงาน ชี้ถูก'กิต'หลอกพ่วงไปด้วย

วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 18.54 น.

พ่อ “โอ๊ต” เชื่อลูกชายไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกกิตหลอกพ่วงไปด้วย ท่านเรวัชบอก ยังไงก็ติดคุก พูดความจริงให้หมด เป็นผลดีกับตัวเองมากกว่า

รายการโหนกระแสวันนี้ยังคงพูดคุยกันต่อ ในประเด็นของการฆาตกรรม ใหม่ หนุ่มโรงงาน ซึ่งมี พร ภรรยาของใหม่ เป็นตัวละครสำคัญ ที่เกี่ยวโยงไปถึงใครหลายคน


พล.ต.ท.เรวัช บอกว่า วันที่มาออกรายการเรื่อง ใหม่ เสียชีวิตครั้งแรก ตนก็มาโดยที่ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมาก่อน แต่ระหว่างมานั่งในรายการ สังเกตเห็นพิรุธต่างๆ อย่างตอนที่เปิดภาพรถเก๋งสีแดง เห็นพรกลืนน้ำลายแบบผิดปกติ

คดีนี้ไม่ใช่คดีชู้สาวธรรมดา ปกติยิงตายก็จบ ทำไมต้องมัดมือ มัดเท้า ทำไมต้องเอาบัตรประชาชนไป มีการเช็กชื่อนามสกุลให้ชัวร์ เรื่องเหล่านี้อาจจะเป็นความเชื่อมโยงเรื่องเงินประกันชีวิตก็เป็นไปได้

พล.ต.ท.เรวัช มองว่า การที่พรให้เอกชัยมานอนที่บ้านในคืนที่เกิดเรื่อง เป็นไปได้ว่าเป็นการสร้างหลักฐานที่อยู่ของตัวเอง แล้วการที่สร้างหลักฐานแชตอะไรต่างๆ นานา ก็เป็นหลักฐานเอาไว้ยันในตอนหลังว่าตัวเองพยายามติดตามหา แม้กระทั่งการถ่ายรูปว่าออกมาขี่รถตามหาใหม่ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นการออกไปตระเวนดู ว่ามีรถสายตรวจ มีตำรวจอยู่ในละแวกที่จะทิ้งศพหรือไม่

เรื่องนี้หลายคนมองเป็นเรื่องชู้สาว แต่ตนอยากให้พิจารณาอีกมุมว่า เป็นไปได้ไหมว่าพรเดือดร้อนเรื่องเงิน และหวังจะได้เงินประกัน ส่วนการสร้างประเด็นชู้สาวอะไรต่างๆ นานา มันเป็นแค่ฉากหน้า แต่จริงๆ กิตอาจจะเป็นคนโง่คนหนึ่งที่ถูกหลอกให้ไปฆ่าคนเฉยๆ ก็ได้

ส่วนเพื่อนของกิต ต่างพูดตรงกันว่า พรให้สัมภาษณ์ว่า กิตรู้ตั้งแต่แรกว่าพรมีสามีอยู่แล้ว แต่เพื่อนๆ รอบตัวที่ทำงานด้วยกัน ไม่มีใครรู้เลยว่าพรมีสามีคือ ใหม่ เคยมีครั้งเดียวคือเคสของ เอ เอกชัย ซึ่งพรบอกว่าเคยคบกันแล้วเลิกกันไป ก่อนที่กิตจะมาจีบ พอกิตกับพรคบกัน กิตจับได้ว่าพรกลับไปคุยกับเอกชัยอีก แต่พอจับได้ เขาบอกว่าเคลียร์กันแล้ว จบไป แต่เรื่อง “ใหม่” ไม่มีเพื่อนคนไหนรู้เรื่องเลย

เพื่อนยังบอกอีกว่า ตอนที่พรมาสมัครวิ่งงานขนส่งนี้ พรใช้ชื่อจริงของใหม่มาสมัคร ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชนส่งมาให้ เพื่อใช้ชื่อ ใหม่ ในการสมัคร โดยพรบอกว่ากิตว่าเป็นอดีตสามีที่เลิกรากันไปนานแล้ว

นอกจากนี้มีการพบภาพบัตรประชาชนใหม่ อยู่ในมือถือของกิต ซึ่งเพื่อนๆ ของกิตที่ทำงานด้วยกัน เชื่อว่ากิตไม่ได้เอามาจากเอกสารที่พรเอามาสมัครงานแน่นอน เพราะในระบบของบริษัท กิตไม่สามารถเข้าระบบได้ และหลังจากสมัครงานไปได้ไม่นาน พรก็เอาเอกสารของตัวเองมาสมัครใหม่ในชื่อตัวเอง และแจ้งลบข้อมูลของใหม่ออกจากระบบไปแล้ว

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการมัดมือมัดเท้า ว่าทำไมต้องมัด แล้วจากคำให้การของกลุ่มผู้ต้องหา บอกว่า ทั้ง 4 คน ที่ไปกับกิตในวันเกิดเหตุ 3 คนทยอยลงจากรถไปก่อนที่ใหม่จะตาย เหลือแต่ใหม่กับกิตอยู่บนรถ ซึ่งตอนนั้นใหม่ยังไม่ตาย

คำถามคือแล้วใครเป็นคนมัด เพราะถ้าเทียบจากรูปร่างตัวต่อตัว กิตรูปร่างผอมบางตัวเล็ก ไม่มีทางสู้ใหม่ได้ ยิ่งคิดว่ากิตมัดมือมัดเท้าตามลำพังคนเดียว มันก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้

ขณะที่ นายเอ๋ อายุ 46 ปี พ่อของโอ๊ต บอกว่าตนเป็นลูกพี่ลูกน้องกับช่างกิต ทำให้โอ๊ตมีศักดิ์เป็นหลานของช่างกิต ปกติโอ๊ตจะทำงานอยู่กับช่างกิต คอยช่วยซ่อมรถอยู่ในอู่ด้วยกันกับช่างกิต วันเกิดเหตุ ถูกช่างกิตหลอกว่า ให้ไปเอารถจักรยานยนต์หลุดจำนำ ซึ่งเป็นหน้าที่ปกติของลูกชายอยู่แล้ว ก็เลยตามขึ้นรถเก๋งสีแดงไปกับช่างกิตด้วย

พ่อของโอ๊ต บอกว่า ลูกชายยอมรับว่าได้นำรถไปชำแหละจริง เนื่องจากถูกช่างกิตใช้ให้ทำ เป็นการทำตามคำสั่ง แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมช่างกิตจึงใช้ให้นำรถไปชำแหละ นอกจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ ลูกชายไม่มีส่วนร่วมใดๆ กับการก่อเหตุกับตัวนายใหม่ เนื่องจากตนเองพยายามถามย้ำแล้ว ลูกชายยืนยันว่าไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวใหม่เลย

ขณะที่อยู่ในรถก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ มารู้ตัวอีกทีตอนที่ได้ยินเสียงช่างกิตเรียกชื่อตนเองให้ลงไปเอารถ หลังจากเบียดรถของนายใหม่ล้มลงไปแล้ว โอ๊ตทำหน้าที่ลงไปเอารถ ส่วนอีก 2 คน ลงไปเอาตัวใหม่ เรื่องนี้ พล.ต.ท.เรวัชบอกว่า ความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์มันสำเร็จไปแล้ว ขณะที่ทนายแก้วบอกว่า การที่ไปด้วยกันแบบนี้ จะบอกว่าไม่รู้ว่าจะมีการอุ้มคน กักขังหน่วงเหนี่ยว จะอ้างไม่รู้มันคงไม่ได้

การร่วมกระทำผิด มันมีคำพิพากษาศาลฎีกา ชี้ว่าคนที่ร่วมกระทำความผิด คือการเข้าใกล้การกระทำความผิดนั้นๆ วิธีการที่จะช่วยให้โอ๊ตได้ประโยชน์มากที่สุด คือการให้พ่อไปคุยกับลูกชายในเรือนจำ แล้วพยายามให้โอ๊ต เล่าเรื่อง เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง ยิ่งให้การเป็นประโยชน์เท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีกับตัวโอ๊ตเอง โชคดีอาจจะถูกกันตัวเป็นพยาน คดีนี้ความผิดร้ายแรง ร่วมกันอุ้มฆ่า โทษหนักถึงประหารชีวิต การที่โอ๊ตพูดความจริงทั้งหมด เป็นผลดีกับตัวเองมากกว่า


 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top