วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
”เพิ่มพูน“ จี้องค์การค้าตรวจสอบ หลังถูงร้องการจัดพิมพ์หนังสือเรียน ด้าน “รองผอ.องค์การค้าฯ”ยืนยันโป่งใส
วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นายภกร รงค์นพรัตน์ รองผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้ร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ขอให้ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างการจัดพิมพ์หนังสือเรียนว่าดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น องค์การค้าฯ ยืนยันว่า การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตามระเบียบข้องกรมบัญชีกล่าง โดยปีนี้ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการตรวจต้นฉบับเนื้อหาหนังสือแบบเรียน และส่งให้ทางองค์การค้า ค่อนข้างล่าช้ากว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถใช้วิธีประกวดราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-biddingได้ทัน เนื่องจากเหลือเวลาในการดำเนินการเพียงแต่ 55 วัน ดังนั้น จึงต้องใช้วิธีการประกวดราคาต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 โดยเชิญ 19 โรงพิมพ์เข้าร่วมประกวดราคา เพื่อสามารถจัดส่งหนังสือเรียนได้ทันเปิดภาคเรียน 16 พฤษภาคม 2567 เพื่อให้เด็กได้ใช้หนังสือที่มีคุณภาพ ไม่เสียโอกาสในการเรียนรู้ มีความต่อเนื่อง เพราะตำราเรียนแต่ละสำนักพิมพ์จะมีการเรียบเรียงที่ไม่เหมือนกัน
“อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบราคาหนังสือเรียนขององค์การค้าหน้าต่อหน้า กับราคาในท้องตลาดถือว่าของเรามีราคาถูกกว่าที่อื่น และหากเด็กได้ใช้หนังสือจากองค์การค้า ที่มาจาก สพฐ. และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยตรง เชื่อว่าจะทำให้ทุนมนุษย์มีความฉลาดตั้งแต่เด็ก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ ทั้งหมดนี้ เป็นสาเหตุสำคัญที่องค์การค้าต้องการกระจายหนังสือให้ได้มากที่สุด ส่วนที่ว่าองค์การค้ามีการเปลี่ยนแปลงสเป็คกระดาษ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ใครนั้นก็ไม่เป็นความจริง โดยกระดาษสเป็คนี้ใช้มา2-3 ปีแล้ว และในทีโออาร์ก็ไม่ได้มีการกำหนดสเป็คกระดาษไว้ตามที่มีข้อกล่าวหา สำนักพิมพ์ที่ประมูลผ่านสามารถซื้อกระดาษกับเจ้าใดก็ได้” นายภกร กล่าว
นายภกร กล่าวต่อว่า โรงพิมพ์ทั้ง 19 โรงที่องค์การค้าส่งหนังสือเชิญ ซึ่ง 4 โรงเป็นโรงพิมพ์ของรัฐ อีก 15 โรงเป็นโรงพิมพ์ที่เคยขึ้นทะเบียนกับองค์การค้า ส่วนสาเหตุที่เชิญเฉพาะโรงพิมพ์ที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การค้า เพราะเห็นแล้วว่ามีศักยภาพในการจัดพิมพ์หนังสือเรียนได้ทันตามกำหนด ป้องกันความเสียหาย และทุกรายจะต้องมาแข่งขันประกวดราคากันตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้ง โดยครั้งนี้ไม่ได้มีการวางเงินค้ำประกัน ประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อไม่ให้เป็นการกีดกันโรงพิมพ์ขนาดเล็ก ดังนั้นครั้งนี้จะใช้ราคาเป็นหลัก ถ้าใครเสนอราคาต่ำสุดคนนั้นก็ได้ เพราะระยะเวลาการจัดพิมพ์เหลือเพียง 55 วัน หากไม่สามารถจัดพิมพ์ได้ทันตามกำหนดจะต้องเสียค่าปรับ 0.2% ของจำนวนหนังสือที่ไม่ได้จัดส่ง ซึ่งถือว่าค่าปรับน้อยมาก ไม่คุ้มค่ากับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก
“ส่วนที่กำหนดให้ 1 บริษัทเสนอประกวดราคาได้เพียง 1 กลุ่ม ถือเป็นการจำกัดสิทธิหรือไม่นั้น ผมยืนยันว่า เป็นการดำเนินการตามระเบียบพัสดุ ของกรมบัญชีกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกลั่นแกล้งหน่วยงาน การทำงานการครั้งนี้ไม่มีการจำกัดสิทธิหรือฮั้วประมูลอย่างแน่นอน เนื่องจากการประกวดราคาต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า การร้องเรียนดังกล่าวจะไม่กระทบกับการจัดพิมพ์หนังสือเรียน เพราะการดำเนินการทุกอย่างได้หารือกับกรมบัญชีกลางอย่างเป็นทางการแล้ว สามารถส่งหนังสือเรียนได้ทันเปิดเทอมแน่นอน” นายภกร กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี