533.jpg
เด้ง!อุตสาหกรรมจังหวัดตาก  เซ่นกากแคดเมียม  ‘พิมพ์ภัทรา’สั่งตั้งกก.สอบ

เด้ง!อุตสาหกรรมจังหวัดตาก เซ่นกากแคดเมียม ‘พิมพ์ภัทรา’สั่งตั้งกก.สอบ

วันเสาร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เด้ง!อุตสาหกรรมจังหวัดตาก

เซ่นกากแคดเมียม

‘พิมพ์ภัทรา’สั่งตั้งกก.สอบ

ลอบขนสารพิษ1.5หมื่นตัน

ซุกโรงงานใน‘สมุทรสาคร’

นายกฯเต้นพบ กาก “แคดเมียม”สารพิษก่อมะเร็ง 1.5 หมื่นตัน ซุกโรงหลอมสมุทรสาคร สั่งรมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่กำกับบังคับใช้ ก.ม.-วางมาตรการควบคุม ไม่ให้เกิดซ้ำอีก ด้าน “พิมพ์ภัทรา” สั่งปลัดฯตั้งกรรมการสอบการลักลอบขนย้ายสารแคดเมียมจากตากไปสมุทรสาคร พร้อมสั่งย้ายอุตฯจว.ตาก เข้ามาช่วยราชการส่วนกลาง ขณะเดียวกันให้ส่งกลับกากแคดเมียมไปต้นทางเพื่อฝังกลบ ด้านผู้ว่าฯสมุทรสาครยันไม่ได้ประกาศเขตภัยพิบัติ แค่ห้ามเข้าพื้นที่ 90 วัน เผยผลตรวจของกรมควบคุมมลพิษยังไม่พบสารพิษรั่วไหลนอกโรงงาน

จากกรณีกรรมาธิการ (กมธ.) การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงข้อเท็จจริงตามที่มีผู้ร้องเรียนว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก ขายกากแร่สังกะสีและกากแร่แคดเมียมที่ฝังกลบในจังหวัดตาก ให้บริษัทหนึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร กว่าหมื่นตัน ถือว่าส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง เนื่องจากกากแร่ดังกล่าวเป็นสารก่อมะเร็ง และการขนย้ายจากบ่อฝั่งกลบที่จังหวัดตากออกมาที่จังหวัดสมุทรสาคร เป็นการทำความผิดที่รุนแรงมาก ตามที่มีการเสนอข่าวนั้น


นายกฯสั่งรมว.อุตฯลงพื้นที่ด่วน

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่น X ในเรื่องนี้ว่า การจัดเก็บกากแร่แคดเมียมต้องทำให้เป็นไปตามตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตนสั่งรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่สมุทรสาครเพื่อกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายให้รวดเร็ว พร้อมทั้งวางมาตรการเพื่อควบคุมสารอันตราย ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

เวลา 12.00 น.วันเดียวกัน นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ปภ.จังหวัด สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่โรงหลอม ภายในหมู่ 2 ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพบเก็บกากแคดเมียมและกากสังกะสี 1.5 ตัน บรรจุในถุงบิ๊กแบ็กมากกว่า 1,000 ถุง

ซึ่งจากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดพบ บริษัทดังกล่าวได้รับใบอนุญาตประกอบโลหะกรรมแร่สังกะสี และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานถลุงแร่สังกะสีและแคดเมียม ผลิตโลหะสังกะสีแท่ง สังกะสีอัลลอย โลหะแคดเมียม และผลิตโลหะทองแดง ตั้งอยู่ในอ.เมืองตาก จ.ตาก

โดยก่อนหน้านี้ขอยกเลิกใบอนุญาตประกอบโลหะกรรม แต่ยังคงไว้ซึ่งใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน โดยฝังกลบกากแร่ในรูปของโลหะผสมกับปูนซิเมนต์และยึดเกาะกันเป็นเนื้อแน่นไว้ในบ่อเก็บกากแร่ ซึ่งปูพื้นและปิดทับด้วยวัสดุกันซึม (HDPE) และคอนกรีต ตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ต่อมา เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 บริษัทได้ขนย้ายกากแคดเมียม กากสังกะสี ออกจากโรงงานเพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ โดยโรงงานในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งประกอบกิจการหลอมหล่ออลูมิเนียมแท่ง อลูมิเนียมเม็ดจากเศษอลูมิเนียมและตะกรันอลูมิเนียม (SCRAP AND DROSS) และได้เริ่มทำการขนย้ายกากที่บรรจุในถุงบิ๊กแบค ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 ถึงปัจจุบัน รวมประมาณ 13,450 ตัน

สั่งหยุดขนย้าย-นำกลับฝังกลบ

นางสาวพิมพ์ภัทรากล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ได้ตรวจสอบโรงงานดังกล่าว พบดำเนินการฝ่าฝืน พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงได้อายัดกากแคดเมียม กากสังกะสี และส่วนของอื่นไว้เพื่อตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมายแล้ว

ส่วนบริษัทในพื้นที่อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตาก เก็บตัวอย่างกากแคดเมียมกากสังกะสี ตรวจวิเคราะห์ และสั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการในส่วนนำกากแคดเมียมกากสังกะสี ออกนอกบริเวณโรงงาน และให้นำกลับมาดำเนินการให้เป็นตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานโดยเร่งด่วนต่อไป

7วันส่งกลับต้นทาง-ฝังกลบใน15วัน

“ได้รับรายงานว่าโรงงานดังกล่าวลักลอบเก็บกากแคดเมียมไว้ในโรงงาน จึงสั่งระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ห้ามนำกากแคดเมียมและกากสังกะสีเข้าสู่กระบวนการผลิต ให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานเก็บและดำเนินคดีทะเบียนโรงงานตามกฎหมาย โดยกากแคดเมียมและกากสังกะสีที่พบในโรงงานใน จ.สมุทรสาคร จำนวน 2,440 ตัน ส่วนที่เหลือได้เร่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมสั่งให้นำกากส่วนที่ถูกขนย้ายไปที่ จ.สมุทรสาคร กลับไปจ.ตากเป็นการด่วนภายใน 7 วัน และให้ฝังกลบที่ภายใน 15 วัน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม”รมว.อุตสาหกรรมระบุ

ตั้งกก.สอบการขนย้ายสารพิษ

นางสาวพิมพ์ภัทราให้สัมภาษณ์หลังตรวจโรงงานหลอมใน จ.สมุทรสาคร ที่ตรวจพบว่าซุกกากแคดเมียมและสังกะสี กว่า 15,000 ตัน ซึ่งเป็นสารอันตราย ไว้ในโรงงาน มานานหลายเดือนว่า เบื้องต้นมอบหมายให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีเกิดการเคลื่อนย้ายนำสารแคดเมียม จาก จ.ตาก มาสมุทรสาคร

ย้ายอุตฯตากเข้าส่วนกลาง

ขณะเดียวกันให้ย้ายอุตสาหกรรมจังหวัดตาก ออกมาจากพื้นที่เข้ามาช่วยราชการ ระหว่างที่มีการสอบสวน แม้ว่าจะมีการยืนยันว่าวิธีการขั้นตอนการขออนุญาตเคลื่อนย้ายสารแคดเมียมทำถูกต้องก็ตาม แต่ต้องตรวจสอบว่ากระบวนการดังกล่าว ส่วนที่กังวลเรื่องอันตรายจากสารแคดเมียมนั้นคลายกังวลได้ เนื่องจากก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายได้ปรับสภาพให้อันตรายน้อยลงแล้ว

ยันไม่ได้ประกาศเขตภัยพิบัติ

ด้านนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร พบมีกากแร่แคดเมียมที่มาจากจังหวัดตากจริง มีประมาณ 15,000 ตัน ทางอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครได้อายัติไว้แล้ว ซึ่งกากแคดเมียมส่วนใหญ่จะถูกเก็บไว้ในตัวอาคาร มีกองอยู่ภายนอกตัวอาคารบางส่วนประมาณ 100 ถุง ทั้งนี้ จ.สมุทรสาคร ยืนยันไม่ได้ประกาศพื้นที่เป็นเขตภัยพิบัติ หลังพบการลักลอบขนย้ายกากแคดเมียมและสังกะสี 1.5 หมื่นตัน มาอยู่ในพื้นที่นานหลายเดือน แต่ได้ประกาศห้ามเข้าพื้นที่ 90 วัน ขณะสาธารณสุขเร่งตรวจสุขภาพคนงาน-ชุมชน

ไม่พบสารปนเปื้อนนอกรง.

ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน กรมควบคุมมลพิษ ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบวัดปริมาณสารพิษทั้งในโรงงานและโดยรอบโรงงาน พบว่าปริมาณสารแคดเมียมในพื้นที่โรงงานปกติประมาณ 19% ส่วนนอกโรงงานไม่พบสารปนเปื้อน จึงขอให้ประชาชนมั่นใจจะได้รับความปลอดภัยซึ่งจะมีการตรวจสอบค่าสารพิษทุกวัน

ห้ามเข้ารง.90วัน-ปชช.ใช้ชีวิตปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในซอยกองพนันพล หมู่2 ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ประชาชนที่อาศัยอยู่รอบโรงหลอม ที่ตรวจพบกากแคดเมียมและสังกะสีประมาณ 15,000 ตัน ซึ่งเป็นสารอันตรายไว้ในโรงงานนานหลายเดือนพบว่า ประชาชนยังใช้ชีวิตกันตามปกติ บางคนสวมหน้ากาก บางคนไม่สวม ซึ่งในซอยมีโรงหลอมอยู่จำนวนมาก ส่งกลิ่นเหม็นคล้ายสารเคมี และฝุ่นสีขาวคละคลุ้งทั้งซอย ขณะโดยรอบโรงงานพบปิดประตูรั้วไว้ ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าตามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธาธารณภัย ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดใช้อำนาจ ตามกฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ออกประกาศห้ามบุคคลเข้าพื้นที่โรงงาน เป็นเวลา 90 วัน เพื่อให้อุตสาหกรรมจังหวัดเข้าตรวจสอบ ยังไม่ใช้ประกาศการประเขตภัยพิบัติแต่อย่างใด

ขีดเส้น7วันขนกลับต้นทางฝังกลบ

ข้อมูลจากอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครระบุโรงงานแห่งนี้ เป็นโรงงานได้รับอนุญาตให้กักเก็บและบดย่อยกากอุตสาหกรรมและหล่อหลอมอะลูมิเนียมเท่านั้น การกระทำของโรงงานถือว่ามีความผิดฐานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาตและยังเก็บวัตถุเป็นพิษโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีคำสั่งขนย้ายกากแร่แคดเมียมทั้งหมดออกจากจ.สมุทรสาคร ส่งกลับไปบริษัทต้นทางที่จ.ตาก ให้เวลาดำเนินการภายใน 7 วัน

สธ.ตรวจสุขภาพ11คนงาน1อาทิตย์รู้ผล

ขณะที่นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สสจ.สมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับทางผู้ว่าฯสมุทรสาคร ลงตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจสอบพบว่ากากแคดเมียมและกากสังกะสีมีการผสมด้วยปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ ร้อยละ 30 เพื่อทำลายฤทธิ์และอยู่ในสถานะแข็งตัว หากเก็บไว้ในสถานที่มิดชิดและไม่มีการชำระล้าง จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านการดูแลผลกระทบทางสุขภาพ สสจ.สมุทรสาคร ร่วมกับ รพ.สมุทรสาคร ตรวจคัดกรองสุขภาพของพนักงานในโรงงาน 11 ราย แบ่งเป็น คนไทย 8 ราย และต่างด้าว 3 ราย ซักประวัติตามแบบฟอร์มการสัมผัสสารโลหะหนักแคดเมียม ตรวจสัญญาณชีพเบื้องต้นไม่พบผิดปกติ แพทย์ตรวจร่างกายและเก็บปัสสาวะส่งตรวจหาสารแคดเมียม จะทราบผลใน 1 สัปดาห์ และให้บริษัทนัดหมายพนักงานที่เหลือเข้ารับการตรวจสุขภาพกับ รพ.สมุทรสาคร โดยเร็ว นอกจากนี้ จะร่วมกับชุนชนเร่งค้นหาผู้ได้รับผลกระทบในบริเวณสถานที่ข้างเคียง ที่มีอาการที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีดังกล่าวต่อไป ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.)เก็บตัวอย่างน้ำในโรงงานและบริเวณโดยรอบส่งตรวจหาสารปนเปื้อนด้วย จะทราบผลใน 2 สัปดาห์

4กระทรวงเร่งแก้กากแคดเมียม

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชน ที่อยู่ในรัศมีการลักลอบขนย้ายสารเคมีแคดเมียม 15,000 ตัน ที่จ.สมุทรสาครว่า รัฐบาลห่วงใยประชาชนและไม่นิ่งดูดาย โดยกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข เข้าไปดูแลและควบคุมสถานการณ์ทันท่วงที โดยกำชับให้ รมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่กำกับดูแลสถานการณ์ บังคับใช้กฎหมาย วางมาตรการควบคุมสารอันตรายไม่ให้เกิดเหตุการณ์ และสั่งระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ห้ามนำกากแคดเมียม กากสังกะสีเข้าสู่กระบวนการผลิต และอายัดกากแคดเมียม กากสังกะสี และส่วนของอื่นไว้เพื่อตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย

ขณะที่กระทรวงทรัพยากรฯสั่งกรมควบคุมมลพิษ ให้เก็บตัวอย่างไปตรวจหาสารปนเปื้อนทั้งในโรงงาน ในอากาศ และแหล่งน้ำธรรมชาติ รายงานผลให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงตรวจสอบโรงงานถลุงแร่ ว่าจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดหรือไม่ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมสถานที่และผู้เชี่ยวชาญดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และตรวจสุขภาพพนักงานที่ทำงาน กลุ่มผู้สัมผัสและกลุ่มเสี่ยง และมีเจ้าหน้าที่ประเมินสุขภาพจิตของประชาชน

ทั้งนี้ นายกฯ ชื่นชม ผู้ว่าฯสมุทรสาคร ที่ โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนส่งผู้เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่”

‘ผบช.ก.’ เร่งสืบสวนเอาผิด

ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.)เผยว่า ได้รับรายงานจากพล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส.ว่า เป็นผู้รายงานข้อมูลการสืบสวนเรื่องนี้กับประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมด้วยตนเอง ว่ามีการลักลอบนำสารแคดเมียมจาก จ.ตาก มายังจ.สมุทรสาคร กรณีนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบของหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันว่า สิ่งที่สืบสวนพบเป็นสารอันตรายต่อชีวิตร้ายแรงระดับใดหรือไม่ พร้อมสั่งกำชับ ให้ผบก.ปทส. เข้าไปเร่งติดตามสืบสวนขยายผลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบทำผิดกฏหมาย หรือฐานความผิดตาม พ.ร.บ. และกฏกระทรวง ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top