533.jpg
จับ‘แป้ง นาโหนด’  ทำร้ายผู้หญิงอินโดฯก่อนจนมุม เตรียมส่งกลับดำเนินคดีในไทย

จับ‘แป้ง นาโหนด’ ทำร้ายผู้หญิงอินโดฯก่อนจนมุม เตรียมส่งกลับดำเนินคดีในไทย

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จับ‘แป้ง นาโหนด’

ทำร้ายผู้หญิงอินโดฯก่อนจนมุม

เตรียมส่งกลับดำเนินคดีในไทย

“แป้ง นาโหนด” เกมแล้ว ถูกจับที่บาหลี อินโดนีเซีย “ทวี” รุดรายงานนายกฯ จ่อส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทย ปมเหตุออกไปเที่ยวทะเลาะ-ทำร้ายผู้หญิง ถูกรวบตัวแกล้งเป็นใบ้เพราะพูดภาษาอินโดฯ ไม่ได้ พบข้อมูลมีคอนโดฯ อาศัยอยู่อย่างระวังตัว ย่ามใจไม่คิดว่าจะถูกจับ ตร.จ่อสอบขยายผลคดีทันควัน

เมื่อวันที่ 30พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้เดินทางเข้าพบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ “แป้ง นาโหนด” อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาคดีปล้นทรัพย์ ความผิดต่อเสรีภาพฯ และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ซึ่งได้หลบหนีไปในระหว่างถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ขณะที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งนายเชาวลิต ได้รับการช่วยเหลือจากนายเฉลิมพงษ์ ฤทธิ์รงค์ อายุ 37 ปี ลูกน้องคนสนิท ก่อนจะเดินทางออกนอกประเทศ เหตุเกิดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566


นายเศรษฐา กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก รมว.ยุติธรรม ว่า “แป้ง นาโหนด” นักโทษรายสำคัญที่หนีคดีถูกจับกุมตัวไว้แล้ว โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศมีการประสานความร่วมมือกับทางการอินโดนีเซีย กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวภายหลังเข้าพบนายกฯ ว่า วันเดียวกันนี้ รัฐบาลอินโดนีเซีย ได้จับกุมนายเชาวลิตได้ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย โดยในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ จะมีการประสานเพื่อรับตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ซึ่งนายกฯสั่งการให้กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ ติดตามกรณีนายเชาวลิตอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมราชทัณฑ์ ป.ป.ส. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ปรึกษานายกฯ ได้บินไปที่อินโดนีเซีย เพื่อประสานเรื่องดังกล่าวหลังจากนายเชาวลิตหนีออกจากประเทศไทยแล้วปลอมพาสปอร์ตเป็นชาวอาเจะห์

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า นายเชาวลิต จะอาศัยอยู่ที่อินโดนีเซียอย่างระมัดระวัง ส่วนใหญ่จะอยู่ที่เมืองเมดานและบาหลี โดยทางตำรวจอินโดนีเซียให้ความร่วมมือกับเราอย่างดียิ่งจนสามารถจับกุมตัวได้ที่บาหลีเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ และได้วิดีโอคอลฯ มาให้ตนสอบปากคำนายเชาวลิตเพื่อยืนยันว่าเป็นตัวจริง เขายอมรับว่าจนมุมแล้ว ตนก็บอกให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รับรองว่าจะให้ความปลอดภัย เขาไม่ได้เตรียมตัวว่าจะถูกจับกุมได้ เพราะคิดว่าเป็นที่ซึ่งเขาปลอดภัยที่สุด ก็เลยไปเที่ยว ถ้าคิดว่าไม่ปลอดภัยคงอยู่แต่ในห้อง และการไปเที่ยวครั้งนี้ ทราบว่าทะเลาะกับผู้หญิงอินโดนีเซียและมีการทำร้ายร่างกายจนถูกจับกุมตัว โดยระหว่างที่ถูกตำรวจอินโดนีเซีย เข้าจับกุมก็ยังมีความพยายามต่อสู้ขัดขืน

“ได้พูดคุยกับตำรวจอินโดนีเซียแล้วทราบว่าจะมีการคุมตัวนายเชาวลิต หรือแป้ง นาโหนดกลับไปที่กรุงจาการ์ตา เนื่องจากเป็นเรื่องของกฎหมายประเทศอินโดนีเซีย เพราะตอนนั้นเขาอาจจะหลบหนีเข้าเมืองโดยการใช้พาสปอร์ตปลอม แต่ในส่วนของตำรวจไทย ดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ เรามีการทำงานร่วมกับตำรวจอินโดนีเซีย และหากคุมตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยแล้ว เราก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม คือหลบหนีไปจากการคุมขัง โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะส่งตัวกลับเข้าเรือนจำก่อน แล้วต้องดูว่าหลังจากนั้นจะควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ หรือเรือนจำความมั่นคงในต่างจังหวัดแทน ซึ่งเป็นดุลพินิจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณตำรวจภูธรภาค 9 อธิบดีดีเอสไอ ป.ป.ส.กรมราชทัณฑ์ กระทรวงการต่างประเทศ ที่เกาะติดเรื่องนี้มาโดยตลอด และเมื่อได้ตัวนายเชาวลิตเราจะได้เครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่เกี่ยวพันกับยาเสพติด ส่วนรายละเอียดต่างๆ จากนี้ขอให้เป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไปรับตัวนายเชาวลิตและคุมตัวมาสอบสวนในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ด้วยตัวเองหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องดูว่าอินโดนีเซียเขามีขั้นตอนกฎหมายอย่างไร เพราะนายเชาวลิตอาจถูกจับกุมตัวก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้วแต่แสดงตนเป็นคนใบ้ เนื่องจากพูดภาษาอินโดนีเซียไม่ได้ ก็ต้องยอมรับความสามารถของตำรวจอินโดนีเซีย ตามที่ตนได้เคยไปดูการทำงาน 2-3 วัน เห็นเทคนิคการสืบสวนสอบสวน เขาเป็นมืออาชีพ ทำเรื่องนี้ให้เราอย่างเต็มที่ และระยะหลังเรากับอินโดนีเซียมีการประสานงานเกี่ยวกับการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่ามีการช่วยเหลือนายเชาวลิตออกนอกประเทศหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขอให้ตำรวจสอบสวนก่อน ส่วนกระแสข่าวว่ามีคนเดินทางไปพบนายเชาวลิตนั้น คนที่เดินทางไปหา ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงหลายคน แต่เท่าที่ดูไม่ได้เป็นคนในครอบครัว เพราะโยงมาจากการจับคนอินโดนีเซียไปเรียกค่าไถ่ โดยรายละเอียดขอให้รอการสอบสวน เรื่องนี้ผบช.ภ.9 รวมถึงรักษาการผบ.ตร.ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ หลังจากคว้าน้ำเหลวในการปิดล้อมก่อนหน้านี้ แต่ก็ได้ติดตามมาตลอด เพราะเขาเป็นมืออาชีพ ขนาดตำรวจอินโดนีเซียยังระบุว่านี่เป็นมืออาชีพที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม เมื่อเรารู้ว่าเขาออกจากประเทศไปทางเรือก็มีการจัดทีมขึ้นมาโดยเฉพาะ กัดไม่ปล่อย ฝังตัวอยู่ตลอด ดูจากเรื่องเล็กๆน้อยๆ นำไปสู่โปรเจกต์การเดินทางว่าทำไมต้องไปเมืองเมดาน ประกอบกับข้อมูลที่เรามีอยู่

ต่อข้อถามว่า นายเชาวลิต มีความเป็นอยู่อย่างไร อยู่ในเซฟเฮ้าส์หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การจับกุมเกิดขึ้นที่บาหลี เขาเพิ่งบินไปเที่ยว ปกติจะพำนักอยู่เมืองเมดาน เมื่อถามว่า นายเชาวลิตทำอะไรอยู่ที่เมดาน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เขามีคอนโดมิเนียมใหญ่ แต่ขอสอบสวนก่อน เมื่อถามอีกว่า มีเส้นทางการเงินส่งไปตลอดใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องรอให้มีการขยายผลก่อน ส่วนกรณีนายเชาวลิตไลฟ์สดกลางสวนปาล์มในระหว่างหลบหนี ตอนนั้นสงสัยว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน จึงให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ และพบว่าไม่ใช่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย

ทั้งนี้ สำหรับประวัติของนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ “แป้ง นาโหนด” เป็นผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีอุกฉกรรจ์หลายคดี ทั้งคดีฆ่า ซึ่งรวมถึงคดีฆ่าตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง เรื่องยาเสพติด อาวุธปืน หรือกรณีการใช้ความรุนแรงต่างๆ โดยก่อนหน้านี้เคยลงสมัครสมาชิกอบจ.พัทลุง เมื่อปี 2562 นอกจากนี้เมื่อปี 2560 นายเชาวลิต เคยถูกจับกุมในคดีร่วมกับพวก ก่อเหตุยิงถล่มฆ่านายอนันต์ คลังจันทร์ อดีตรองนายกอบจ.นครศรีธรรมราช ท้องที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช อีกด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top