วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘เพิ่มพูน’ ย้ำ โปรดฟังอีกครั้ง!! “ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ” วอนสมาชิกผู้ทรงเกียรติพี่น้องประชาชน ภาครัฐ-ภาคเอกชนร่วมด้วยช่วยกัน
วันที่ 21 มิถุนายน 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ชี้แจงคำของบประมาณฯ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (วาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ) ณ ห้องประชุมสุริยัน สัปปายะสภาสถาน
พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (วาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ) ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ฝั่ง คือ การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต ซึ่งเป้าหมายหลักในการจะมีความสุขได้ก็คือการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงลดภาระของนักเรียนและผู้ปกครอง ทั้งนี้ จากนโยบายที่ได้เคยแถลงไปและดำเนินการไปแล้ว ศธ. ยังมีการดำเนินการนโยบายเพิ่มเติมที่น่าสนใจ เช่น การยกเลิกครูเวร การจัดจ้างนักการภารโรง การปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน ดำเนินการจ้างครูผู้ช่วยเป็นกรณีพิเศษ เป็นต้น ส่วนทางด้านนักเรียน ศธ.ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งได้รับมติเห็นชอบในการจัดหาอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนขยายโอกาส รวมทั้งเห็นชอบและอนุมัติเรื่องศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาล โดย ศธ.ได้จัดทำคำของบประมาณมาในร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี พ.ศ.2568 นี้ด้วยเช่นกัน
ขณะที่ในส่วนของ ศธ.ได้ขับเคลื่อนโครงการ “สุขาดีมีความสุข” โดยเบื้องต้นได้ดำเนินการสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็กไปก่อน รวมทั้งดำเนินแนวทางนโยบายการยกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำไปพลางก่อน โดยในคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2568 จะมีการจัดทำเรื่องงบอุดหนุนที่จำเป็นในเรื่องของเครื่องแบบ ให้เป็นไปตามอัตรามติของ ครม. คือ อัตราร้อยละ 2 ร้อยละ 4 และปีนี้เป็นอัตราที่ร้อยละ 16 ก็จะมาขึ้นอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2568
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ความท้าทายสำคัญของการศึกษา ที่เราทำอยู่คือเรื่องการศึกษาของเด็กปฐมวัย ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการขับเคลื่อน ซึ่งมีการปรับรูปแบบให้หน่วยงานที่ขับเคลื่อนหลักเป็น ศธ. โดยให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นเลขาคณะทำงานในการขับเคลื่อนทุกจังหวัด ดังนั้น งบประมาณจึงต้องมาอยู่ใน ศธ. ด้วย
สำหรับเรื่องเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาและกลุ่มเด็กเปราะบาง ทำอย่างไรให้การศึกษาไร้รอยต่อ โดย ศธ.จะทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อสแกนหาเด็กกลุ่มต่าง ๆที่หลุดจากระบบไป นำเขากลับเข้ามาในระบบการศึกษาให้ได้
ขณะที่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โรงเรียนที่ผู้ปกครองนักเรียนมีฐานะยากจน เราจำเป็นต้องมาหาวิธีลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งกลไกหลักที่จะมาตอบรับ คือ การศึกษา Anywhere Anytime และการสอบเทียบต่าง ๆ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณ โดยมีในคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2568 แล้วส่วนหนึ่ง
นอกจากนี้ยังมีความท้าทายด้านกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเข้ามามีบทบาทของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะมีส่วนช่วยในการดำเนินการศึกษา โดย ศธ.พยายามที่จะพัฒนาครูให้มีคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และเป็นส่วนหนึ่งของการขอประเมินวิทยฐานะ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ครูได้มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ตอบโจทย์การพัฒนาผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไปให้ก้าวทันโลก ตลอดจนการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV ซึ่งหากชำรุดก็จำเป็นจะต้องมีการซ่อมแซมบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ และด้วยความจำกัดด้านงบประมาณ แต่เมื่อพิจารณาความจำเป็นแล้ว ศธ.จะพยายามบริหารงบประมาณอย่างจำกัดในการทำงานให้ได้ดีที่สุด
รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ภาพรวมงบประมาณของ ศธ. ย้อนหลัง 6 ปี (2563-2568) เห็นได้ว่าปี 2563 งบประมาณจะได้สูง จากนั้นแนวโน้มต่ำลงมาเรื่อย ๆจนกระทั่ง ปี 2567 จึงได้รับการพิจารณางบประมาณสูงขึ้น และในคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 รัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา มีการปรับงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หากเทียบจากปี 2568 กับปี 2563 ยังคงลดลงคิดเป็นร้อยละ 6.11 ขณะที่โครงสร้างงบประมาณปี 2568 ศธ.ได้รับจำนวน 340,584. ล้านบาท มีงบในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพียง 11.14% จากที่ได้รับการจัดสรร
“ศธ.อยากขอความกรุณาให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ลงความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และขอฝากผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องทางการศึกษาทุกท่าน ว่า ปัญหาการศึกษาของประเทศไทยไม่ใช่เรื่องเฉพาะของ ศธ. แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาและปรับเปลี่ยนการศึกษา ให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆและกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งคงไม่สามารถทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ หรือเพียงแค่ปฏิรูปการศึกษา แต่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเร่งด่วน จึงขอเชิญชวนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ พี่น้องประชาชน ภาครัฐและภาคเอกชน มาช่วยกันปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ และโปรดฟังอีกครั้ง ‘ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ’” รมว.ศธ. กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี