วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แพร่ สำรวจ ‘เวียงเชียงชื่น’ เมืองโบราณ พบหลักขวานหินขัด-วัตภุโบราณ อายุกว่า 2,000 ปี เตรียมดันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งใหม่ ด้านกรมศิลป์ฯ เตรียมฟื้นฟู-ค้นต่อ
วันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย พร้อมนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ลงพื้นที่สำรวจเมืองโบราณ ‘เวียงเชียงชื่น’ เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตพื้นที่สวนหินมหาราช ต.ต้าผามอก ตลอดจน เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กรุสมบัติเวียงเชียงชื่นที่วัดสะแล่ง อ.ลอง โดยมีนายธีระ แก้วมา นายอำเภอลอง นายเสน่ห์ แสนมูล ผอ.ส่วนอำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 นายวิทวัธ รองเดช หัวหน้าอุทยาน ดอยผากลองและเจ้าหน้าที่ดอยผากลองตัวแทน องค์การบริหารส่วน จังหวัดแพร่ และท้องถิ่น จ.แพร่ ร่วมสำรวจ
ซึ่งจากการสำรวจได้พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมาย อาทิ มีร่องรอยและข้อมูลของวัดที่ค้นพบในบริเวณนี้ ถึง 7 วัด มีเจดีย์ขนาดใหญ่หลายแห่ง มีพระพุทธรูปโบราณและพบขวานหินขัด ซึ่งคาดว่าจะมีอายุไม่น้อยกว่า 2,500 ถึง 3,000 ปี รวมถึงวัตถุโบราณล้ำค่า อีกมากมาย ซึ่งพบว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้มี พระพุทธรูปโบราณที่ถูกขุดพบและถูกนำไปประดิษฐานอยู่ในวัดต่างๆในพื้นที่ของอำเภอลองแล้วจำนวนมาก บางแห่งเรียกว่าเป็นกรุสมบัติ เวียงเชียงชื่น มหาสมบัติแห่งล้านนา เช่น ที่วัดสะแล่ง อ.ลอง จ.แพร่ เป็นต้น
โดยเมืองโบราณ “เวียงเชียงชื่น” แห่งนี้ จากพงศาวดาร และการสืบค้นพบว่า ได้กำเนิดขึ้นมาในยุคเก่าแก่ โบราณสืบทอดกันมา คาดว่ามีอายุกว่า 2,500 ปี มีอาณาเขตอยู่บนพื้นที่ประมาณ 519 ไร่ จากตำนาน พงศาวดารทั้งโยนกและพงศาวดารไทยใหญ่ พบว่าปริศนาเมืองโบราณนี้มีมาตั้งแต่ช่วงก่อนพุทธกาล และพระนางจามเทวีเคยได้มาเยือนเมืองนี้และเรียกชื่อว่า เววาภาสิต แต่ด้วยปรากฏมีแร่โลหะที่เมืองโบราณแห่งนี้เป็นจำนวนมาก ผู้คนจึงเรียกเมืองนี้ว่า เวียงเชียงชื่น ก่อนจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองลอง ในเวลาต่อมา
นายวรวัจน์ กล่าวว่า จ.แพร่ พร้อมเปิดเมืองโบราณนี้ต่อสายตาชาวไทย และชาวต่างชาติ ตนเชื่อว่า ความยิ่งใหญ่ของที่นี่ จะสร้างความตื่นตาต่อผู้มาเยือน และอนาคตเวียงเชียงชื่นแห่งนี้จะกลายเป็นสัญญลักษณ์ การกำเนิดของเมืองที่มี อารยธรรมที่เก่าแก่โบราณ ของไทย และจะกลายเป็น แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยด้วย
ด้านนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กรมศิลปากรยังสำรวจและมีข้อมูลเมืองแห่งนี้น้อยมาก แต่เมื่อพบหลักฐานที่สำคัญและน่าสนใจแบบนี้ กรมศิลปากรจะเร่งสำรวจข้อมูลและรวบรวมวัตถุโบราณตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปและจะได้จัดงบประมาณปี 68 และปี 69 เพื่อทำการฟื้นฟูและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทันที ก่อนที่หลักฐานสำคัญและวัตถุโบราณต่างๆจะถูกนำออกไปและกระจัดกระจายสูญหายไปจากเวียงเชียงชื่นแห่งนี้ มากกว่านี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี