วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ชงครม.แก้‘ปลาหมอคางดำ’
ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ
“ธรรมนัส”เล็งคุย“เชฟชุมพล” รังสรรค์เมนูปลาหมอคางดำ เสิร์ฟครม. เตรียมยกระดับการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมหารือนายกรัฐมนตรีในที่ประชุม ครม.พรุ่งนี้และสั่งกรมประมงหารือกรมบัญชีกลางถึงระเบียบและงบประมาณเยียวยาเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 16 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ อธิบดีกรมประมงระบุ kick off รับซื้อปลาหมอคางดำ 1 ส.ค. แน่นอน ล่าสุดตรวจพบแล้ว ครีบและชิ้นเนื้อที่เก็บจากปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงของผู้นำเข้าเมื่อปี 2560
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว. เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอรรถกร ศิริลัทยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมงและผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินทางมายังจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อประชุมกับผู้แทนสมาคมการประมง 16 จังหวัดที่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของสมาคมการประมงและภาคส่วนต่างๆ เกี่ยวกับระยะการเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำที่กิโลกรัมละ 15 บาทว่า ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ควรเปิดรับซื้อถึงเมื่อไรเพื่อไม่ให้มีคนลักลอบเพาะเลี้ยงเพราะหวังนำมาจำหน่าย ย้ำการเพาะเลี้ยงและนำปลาหมอคางดำปล่อยสู่แหล่งน้ำมีโทษหนักทั้งปรับทั้งจำ แต่ขณะนี้การกำจัดออกจากแหล่งน้ำเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เมื่อกำจัดแล้วจึงเห็นว่า ควรนำไปใช้ประโยชน์ทั้งเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ ทำน้ำหนักชีวภาพเพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนเร่งจับ ทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มรวมทั้งยังกำชับให้กรมประมงพิจารณาความเหมาะสมเกี่ยวกับการปล่อยปลาผู้ล่าเช่น ปลากะพง ปลาอีกง ปลาช่อน เป็นต้น โดยต้องไม่กระทบต่อระบบนิเวศเพิ่มเติมซึ่งจะทำให้กลายเป็นปัญหาซ้ำซ้อน
นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับ นายชุมพล แจ้งไพรหรือ “เชฟชุมพล” ในการรังสรรค์เมนูจากปลาหมอคางดำ เบื้องต้น เชฟชุมพลได้ดำเนินการร่วมกับกรุงเทพมหานครเพื่อรณรงค์รับประทานอาหารจากปลาหมอคางดำและจะประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ระบาดทั้งหมด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่าจะ หารือนายกรัฐมนตรีในการยกระดับการแก้ไขปัญหาปลาหมอสีคางดำเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งของบกลางมาเร่งแก้ไขปัญหา พร้อมกันนี้สั่งการอธิบดีกรมประมงให้หารือกับกรมบัญชีกลางถึงการเยียวยาเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบใน 16 จังหวัดว่า จะใช้ระเบียบและงบประมาณจากส่วนใดรวมทั้งให้กรมประมงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของการระบาดให้ได้ใน 7 วันทำการ รวมทั้งพิจารณาข้อกฎหมายด้วยว่า ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มีบทบัญญัติถึงการลงโทษแก่ผู้ก่อผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำหรือไม่ หากเอาผิดทางอาญาและทางปกครองด้วยการเรียกค่าเสียหายไม่ได้ อาจต้องใช้มาตรการทางสังคม
ขณะที่อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ขณะนี้เปิดขึ้นทะเบียนแพปลาที่จะเป็นจุดรับซื้อปลาหมอคางดำ โดยขึ้นทะเบียนแล้ว 45 แห่งและจะขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมใน 16 จังหวัด จากนั้นจะเริ่มเปิดรับซื้อในวันที่ 1 สิงหาคมแน่นอน โดยผู้จับปลามาจำหน่ายที่จุดรับซื้อได้กิโลกรัมละ 15 บาท ส่วนแพปลาได้รับค่าดำเนินการและค่าขนส่งมายังสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดเพื่อนำมาทำน้ำหมักชีวภาพกิโลกรัมละ 5 บาท
ด้านอธิบดีกรมประมง เน้นย้ำว่า ห้ามเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำอย่างเด็ดขาดตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงออกประกาศแจ้งเตือนอีกครั้งแล้วด้วยว่า หากผู้ใดฝ่าฝืนเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 144 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับการตรวจสอบสาเหตุของการระบาดนั้น สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเกี่ยวกับ “ปลาหมอคางดำ” นับตั้งแต่มีบริษัทแห่งหนึ่งขออนุญาตนำเข้าเพื่อนำมาวิจัยปรับปรุงพันธุ์ปลาในปี 2549 ต่อมาบริษัทนำเข้ามาในเดือนธันวาคม 2553 ผ่านด่านตรวจประมงท่าอากาศสุวรรณภูมิ จากนั้นแจ้งว่า งานวิจัยไม่ประสบความสำเร็จจึงกำจัดและทำลายซากปลาทั้งหมดในเดือนมกราคม 2554 ต่อมาเริ่มพบการระบาดของปลาหมอคางดำในปี 2555 แล้วขยายวงกว้างขึ้นจนรุนแรงอย่างยิ่งในขณะนี้
ล่าสุด ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พบว่า ในปี 2560 เจ้าหน้าที่กรมประมงขอเข้าตรวจสอบที่บ่อเพาะเลี้ยงของบริษัทแห่งนี้ที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสาครเพื่อหาตรวจหาสาเหตุเกี่ยวกับการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมีการทอดแหในบ่อเพาะเลี้ยงซึ่งพบมีปลาหมอคางดำในบ่อจึงได้เก็บตัวอย่างจากครีบและชิ้นเนื้อมารักษาไว้ที่ห้องเก็บตัวอย่างของกรมประมง
นายบัญชากล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดของปลาหมอคางดำซึ่งเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่น (Alien Species) รุกรานระบบนิเวศแหล่งน้ำของประเทศไทย ตลอดจนสร้างผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง ให้ทราบข้อเท็จจริงภายใน 7 วันทำการ แล้วรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.) คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ในคณะกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎรจะมาประชุมกับกรมประมงเพื่อรับทราบข้อมูลประกอบการหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาการระบาด โดยกรมประมงจะนำเยี่ยมชมห้องเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำที่ชั้น 6 อาคารปรีดา พร้อมอธิบายถึงขั้นตอนการเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำอย่างละเอียด
จากนั้น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ตรวจเยี่ยมแพปลาซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นจุดรับซื้อปลาหมอคางดำ โดนนำร่องรับซื้อไปแล้ว พร้อมชมขั้นตอนการรับซื้อและชมการสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำโดยกรมพัฒนาที่ดิน น้ำหมักชีวภาพนี้ จะนำส่งให้กองทุนส่งเคราะห์การทำสวนยางที่ให้งบประมาณรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อทำน้ำหมักชีวภาพซึ่งกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาถูกใช้สำหรับบำรุงต้นยางพารา
ส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่มีรายงานการระบาดของปลาหมอคางดำ ได้นำร่องกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ แล้วนำมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง (สูตรไนโตรเจนสูง) 4,000 ลิตร โดยได้แจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ กลุ่มหมอดินอาสา กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชผัก ฝรั่ง ลำไย มะพร้าวน้ำหอม และพลู คิดเป็นพื้นที่ได้รับประโยชน์รวมกว่า 533 ไร่ซึ่งผู้พบพบเห็นปลาหมอคางดำ ให้แจ้งสำนักงานประมงจังหวัดหรือสำนักงานประมงอำเภอในเขตท้องที่ทุกแห่ง หรือแจ้งเบาะแสพิกัดที่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอดเวลา
นายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย บอกว่าทางสมาคมฯยื่นข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำระบาดเฉพาะหน้า จำเป็น เร่งด่วน ดังนี้
1. เสนอขอให้รัฐบาลกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีคณะกรรมการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำที่มี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานฯ ปลัดกระทรวง/อธิบดีฯ ที่เกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ อธิบดีกรมประมง เป็นเลขาฯ รองอธิบดีกรมประมง เป็นรองเลขาฯ ผอ.ฝ้กฎหมาย เป็นผู้ช่วยเลขาฯ โดยมีผู้แทนสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย
2. พิจารณาออกประกาศให้มีการผ่อนผันเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่เหมาะสมมีประสิทธิภาพในการใช้จับปลาหมอคางดำ ได้ใน แหล่งน้ำสาธารณะตามความจำเป็น เช่น แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ชายฝั่งทะเลในทุกจังหวัดที่มีการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยการออกประกาศดังกล่าวให้เป็นตามมติของ คกก.เฉพาะกิจแต่ละ จว.เป็นผู้พิจารณาเสนอฯ
3. กำหนดให้แต่ละจังหวัดจัดทำแผนที่แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ชายฝั่งทะเล รวมถึงพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประชาชนที่มีปลาหมอคางดำระบาดอยู่เพื่อใช้ในการวางแผนการบริหารจัดการกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเป็นระบบ
4. กำหนดให้ประมงจังหวัดแต่ละจังหวัดร่วมกับสมาคมประมงในพื้นที่ ประสานชาวประมง รับลงทะเบียนเรือประมง ชาวประมง ที่จะมาเข้าร่วมโครงการกำจัดปลาหมอคางดำเพื่อควบคุมให้อยู่ในระบบข้อมูลทางการ
5. เสนอรัฐบาล จัดสรรงบประมาณเร่งด่วนสนับสนุนในการกำจัดปลาหมอคางดำ ให้กับชาวประมง เช่น ค่าน้ำมัน ค่าเครื่องมือ ค่าอุปกรณ์ ค่าแรงงาน สนับสนุนราคาปลาหมอคางดำในราคา 15 บาท ภายในระยะเวลาที่กำหนดที่ชัดเจน (3-6 เดือน) เพื่อเร่งรัดการกำจัด และป้องกันการลักลอบเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ เป็นต้น
6.กำหนดให้มีคณะทำงานเฉพาะกิจในแต่ละจังหวัด โดยให้มีประมงจังหวัดเป็นประธานฯ ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนสมาคมประมงจังหวัด ผู้แทนชาวประมง ผู้แทนภาคประชาสังคม ร่วมเป็นกรรมการ เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดเป็นเลขาฯ ให้หน้าที่ในการดำเนินการ กำกับ ควบคุม ดูแล ตรวจสอบการใช้งบประมาณให้กับเรือประมง ชาวประมง ที่เข้าร่วมโครงการ และแต่งตั้งชุดเฉพาะกิจตามความจำเป็น รวมทั้งรวบรวมปัญหาต่างๆ ที่พบระหว่างการดำเนินการ พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน และอาจจะเสนอปัญหาต่างๆ ให้กับกรมประมง เพื่อช่วยพิจารณาแก้ไข
7. ให้คณะทำงานเฉพาะกิจจังหวัดต่างๆ ประสานความร่วมมือกับเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้ช่วยแจ้งข้อมูลการระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่เพาะเลี้ยงต่อคณะทำงานฯ เพื่อรวบรวมข้อมูลและร่วมมือในการกำจัดปลาหมอคางดำ จากแหล่งเพาะเลี้ยงของเกษตรกร
8. ภายใต้คณะทำงานดังกล่าว ให้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจรับแจ้งข้อมูลการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยให้มีการตั้งกลุ่มไลน์และช่องทางสื่อสารอื่นๆ ในการรับแจ้งข้อมูลจากประชาชน ตัวแทนภาคประชาสังคม ในจังหวัดนั้นๆ ๆ ว่ามีพื้นที่ใดที่มีปลาหมอคางดำระบาดโดยประสานคณะทำงานฯ เพื่อดำเนินการกำจัดโดยเร่งด่วน
9. พื้นที่ไหนที่ได้มีการกำจัดปลาหมอคางดำจนเหลือน้อยแล้ว ให้เริ่มปล่อยปลานักล่าตัวใหญ่จำนวนมากพอ ลงไปใน แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง เพื่อให้ปลานักล่ากินลูกปลาหมอคางดำเพื่อตัดวงจรชีวิตปลาหมอคางดำให้หมดไปโดยเร็ว หลังจากนั้น ให้มีการส่งเสริม สนับสนุน และฟื้นฟูพรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์วิทยา เช่น การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำท้องถิ่นทดแทน
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังเข้าสังเกตการณ์ ขั้นตอนการรับซื้อปลาหมอคางดำ ที่จุดรับซื้อปลาหมอคางดำ (แพนายวิชาญ เหล็กดี) พร้อมรับชมวิธีการทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ โดยระบุว่า ตนสังเกตว่า ขณะนี้ได้มีการจับปลาหมอคางดำในลักษณะ ที่ไซด์เล็กลง จึงคิดว่าดำเนินการมาถูกทางแล้ว พร้อมยืนยันที่จะเดินหน้าในการปล่อยปลากระพงขาว ซึ่งเป็นปลานักล่าต่อไป แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนการช็อตไฟฟ้าขอให้เป็นทางเลือกสุดท้าย
ขณะที่ก่อนขึ้นรถกลับ ร.อ.ธรรมนัส ได้เปิดเผยว่า ตนเตรียมที่จะพูดคุยกับเชฟชุมพล ผลักดัน ปลาหมอคางดำให้เป็นเมนูปลาร้า ซอฟพาวเวอร์คนอีสาน เพื่อสร้างมูลค่าและมีแนวคิดที่จะนำเมนูที่ทำจาก ปลาหมอคางดำ ไปให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้ลิ้มลองรสชาติ ซึ่งคาดว่าจะเป็นประมาณสัปดาห์หน้า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี