วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
รวบสาว 19 ชาวนครพนมซุกยาบ้า 200 เม็ดใต้เบาะ จยย.อ้างซื้อไว้เสพกรีดยางฟาดวันละ 3 เม็ด สะเทือนใจถูกจับวันแม่ ร่ำไห้โผกอดลูกวัย 3 ขวบก่อนเข้าคุก
สืบเนื่องจากหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) โดยส่วนสกัดกั้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กองบังคับการควบคุมที่ 1 กรมทหารราบที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (บก.ควบคุมที่ 1 ร.3 กกล.ฯ) ซึ่งเป็นหน่วยงานตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ถือเป็นปัญหาระดับชาติ ที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตัดตอนผู้ค้ารายย่อยในชุมชน หมู่บ้าน ที่นำยาบ้ามากระจายในพื้นที่
ต่อมาเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ร.อ.ธนากร นาเหล็ก ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 กรมเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 (ผบ.ร้อย ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21กกล.ฯ) นำกำลังชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมตามปกติบนถนนสายรอง เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน หมายเลข นพ.1036 สายพะทาย-เหล่าสวนกล้วย จนมาถึงบ้านโนนสวรรค์ หมู่ 2 ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พบรถจักรยานยนต์ 2 คันขับตามกันมา ได้แล่นสวนทางกับรถยนต์ของทหารพราน โดยคันหน้ามีหญิงสาวขับมาคนเดียว ส่วนคันหลังเป็นหญิงสาวขับซ้อนกันมา 2 คนโดยคันหน้าได้แสดงอาการตื่นตกใจจนเป็นที่น่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงกลับรถตามไปแล้วส่งสัญญาณให้หยุด พร้อมแสดงตนขอตรวจค้น หญิงสาวต้องสงสัยยิ่งมีสีหน้าตื่นเหงื่อผุดออกมาเป็นเม็ดๆ ในขณะที่เพื่อนหญิงที่ขับตามหลังมาอีกคัน แสดงความบริสุทธิ์ยินดีให้ตรวจค้นอย่างเต็มที่

ผลปรากฏว่ารถจักรยานยนต์หญิงสาว ทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.สุจิตรา (สงวนนามสกุล) หรือน้องเฟิร์น อายุ 19 ปีชาวบ้าน ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ตรวจค้นใต้เบาะในช่องเก็บของพบห่อต้องสงสัย เมื่อแกะออกดูเป็นยาบ้านับได้ 201 เม็ด ซึ่งน้องเฟิร์นจำนนด้วยหลักฐาน ยอมรับว่ายาบ้าจำนวนดังกล่าวเป็นของตน จึงควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลที่ฐานปฏิบัติการ ร้อย ฉก.ทพ.2103 บ้านเหล่าหนาด หมู่ 8 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ส่วนเพื่อนทั้ง 2 คนที่ขับ จยย.ตามกันมา สอบสวนแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงปล่อยตัวไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น น้องเฟิร์น มีอาการลุกลี้ลุกลนมือไม้ไม่อยู่สุข ลักษณะเหมือนคนเพิ่งเสพยา จึงตรวจสารเสพติดในปัสสาวะพบมีฉี่สีม่วง ให้การว่าช่วงเรียนมัธยมต้น คบเพื่อนพาไปในทางผิด จนกลายเป็นเด็กใจแตก และถูกรีไทร์ให้ออกจากโรงเรียน จึงมาช่วยพ่อแม่กรีดยาง พออายุ 15 ปีก็ได้สามี มีลูกสาว 1 คน ปัจจุบันอายุ 3 ขวบ โดยน้องเฟิร์นอ้างว่าเหตุที่เข้าไปอยู่ในวังวนยาเสพติด เพราะต้องกรีดยางช่วงกลางดึกทุกวัน จึงต้องหาสิ่งเสพติดเพิ่มพลัง เพื่อให้มีแรงกรีดยางจนถึงเช้าได้ จึงซื้อยาบ้าจากคนรู้จักมาเสพ เริ่มจากวันละเม็ด ขยับปริมาณเพิ่มเรื่อยๆ ตอนนี้เม็ดเดียวเอาไม่อยู่ ต้องเสพวันละ 3 เม็ด และไม่สนใจอาหารจนร่างกายเริ่มซูมผอม

ก่อนถูกจับกุมพร้อมของกลาง น้องเฟิร์น ได้ชวนเพื่อนในหมู่บ้านไปซื้อของที่ตลาดนัด ระหว่างนั้นตัวเองได้แยกไปซื้อยาบ้าจากเอเย่นต์รายย่อยมา 199 เม็ด แถมเม็ดสีเขียว 2 เม็ด รวมเป็น 201 เม็ด ในราคาเม็ดละ 20 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท ก็ยัดใส่ช่องเก็บของใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ยืนยันว่าเพื่อนสาวที่มาด้วย 2 คนไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ และระหว่างให้ปากคำอยู่นั้น สามีได้อุ้มลูกสาววัย 3 ขวบมาหาน้องเฟิร์น ทั้งนี้วันที่ถูกจับตรงกับวันแม่แห่งชาติ เจ้าหน้าที่จึงให้อนุญาตแม่ได้อุ้มลูกสาว โดยน้องเฟิร์นโผเข้าหาลูกร้องไห้เป็นที่น่าเวทนา กลายเป็นภาพสะเทือนใจที่แม่กอดหอมลูกสาวอันเป็นที่รัก ในวันที่แม่ผู้ให้กำเนิดถูกจับเพราะยาเสพติด ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ส่วนสกัดกั้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กองบังคับการควบคุมที่ 1 กรมทหารราบที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (บก.ควบคุมที่ 1 ร.3 กกล.ฯ) นอกจากเพิ่มความเข้มข้นตลอดแนวแม่น้ำโขงแล้ว ยังขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหา สืบสวนชื่อผู้ที่ขายยาบ้าในชุมชน หมู่บ้าน จึงมีการจับกุมรายย่อยอยู่เนืองๆ เพื่อตัดตอนยาบ้ากระจายสู่ผู้เสพ ในส่วนนายทุนใหญ่ต้องมีหลักฐานมัดแน่น ป้องกันหลุดคดีในชั้นศาล เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป - 003
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี