Logo วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
อุทธรณ์คุก95ปี  อดีตด.ต.รีดส่วย  อาบนวดค้ากาม

อุทธรณ์คุก95ปี อดีตด.ต.รีดส่วย อาบนวดค้ากาม

วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
Tag : นวดค้ากาม อดีตด.ต.รีดส่วย อุทธรณ์คุก
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

อุทธรณ์คุก95ปี

อดีตด.ต.รีดส่วย

อาบนวดค้ากาม

อัยการไม่ยื่นฎีกา

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษาให้จำคุก ด.ต.อดีตตำรวจท่องเที่ยว 95 ปี ฐานรีดส่วย ไม่จับกุมร้านอาบอบนวด ลอบค้าประเวณี โดย ป.ป.ท.เห็นพ้องอัยการ ไม่ยื่นฎีกาคำพิพากษา

เมื่อวันที่ 15สิงหาคม2567 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ได้เผยแพร่เอกสารข่าวเกี่ยวกับมติคณะกรรมการป.ป.ท.ระบุถึงคดีที่มีการกล่าวหา ด.ต.ชื่อย่อ “ก” โดยขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2กก.1บช.ทท.ถูกกล่าวหาว่ากระทำทุจริต มีหน้าที่จับกุมปราบปรามได้บังอาจเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน โดยเรียกรับเงินจากผู้มีชื่อเป็นผู้แทนของเจ้าของสถานบริการอาบอบนวด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ทั้งนี้ เพื่องดเว้นไม่กระทำการสืบสวนจับกุมการกระทำความผิดอาญาอันเกี่ยวกับการค้าประเวณีและความผิดอื่นๆ ที่ได้เกิดหรือจะเกิดมีขึ้นในสถานบริการอาบอบนวด ในตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ของจำเลยอันมิชอบด้วยหน้าที่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและราชการได้รับความเสียหาย


ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ท.พิจารณาแล้วในการประชุมครั้งที่ 29/2563 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 มีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยชี้มูลความผิดว่าการกระทำของด.ต.รายนี้ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 และมาตรา 123/2 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับขณะกระทำความผิด และอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ถูกกล่าวหา เป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อท192/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 149/2565 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) , พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 173

สำหรับการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 5 ปี รวม 33 กระทง จำคุก 165 ปี แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้ว ให้จำคุก 50 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)

อย่างไรก็ตาม อัยการพิจารณาแล้ว มีความเห็นว่าศาลพิพากษาจำเลยมีความผิดตามฟ้องโจทก์ครบถ้วนแล้ว เห็นควรไม่อุทธรณ์ คณะกรรมการ ป.ป.ท.ในการประชุมครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 มีมติเห็นชอบไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ส่วนจำเลยได้อุทธรณ์คำพิพากษา

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ คดีหมายเลขดำที่ อท333/2566 คดีหมายเลขแดงที่ 1530/2567 พิพากษาแก้เป็นจำเลยกระทำความผิด 19 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 95 ปี คงจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คณะกรรมการ ป.ป.ท.ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมครั้งที่ 42/2567 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 มีมติเป็นเอกฉันท์ ในความผิดรวม 19 กระทง เห็นชอบไม่ฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ตามความเห็นของอัยการ เนื่องจากศาลอุทธรณ์ยังคงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง โดยไม่รอการลงโทษแก่จำเลย ชอบแล้ว จึงเห็นควรไม่ฎีกาซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของอัยการ ส่วนประเด็นความผิดอีก14 กระทง เห็นพ้องด้วยกับความเห็นของอัยการและเห็นควรฎีกาในประเด็นดังกล่าวต่อไป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026

แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู

หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.

เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved