วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
6บอสบริษัทดิไอคอนหนาว
ปปง.สอบทรัพย์
‘บอสพอล’ร่ำไห้เปิดใจออกTV
เหยื่อยังแห่แจ้งความปคบ.
ทะลุ1พัน/เสียหาย375ล้าน
เลขาฯปปง.เผยคกก.ธุรกรรมเร่งสอบทรัพย์ “6 บอส” ผู้ต้องหา คดี ดิไอคอน พร้อมยึดทรัพย์ ชี้ยังไม่พบยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์ไปต่างประเทศ ด้าน“หนุ่ม กรรชัย-กัน จอมพลัง”ควง“บอย ปกรณ์”พร้อมเหยื่อเข้าแจ้งความเพิ่ม รวมทั้ง“อี้ แทนคุณ-ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง”ที่บก.ปคบ.“บอย-ปกรณ์”
โร่แสดงความบริสุทธิ์ใจพร้อมเอาผิดบริษัทฯ ส่วน‘บอสพอล’ออกรายการ‘โหนกระแส’สะอื้นร่ำไห้ เปิดใจครั้งแรก ไม่คิดว่ามีผู้เสียชีวิต พร้อมเยียวยาทุกคนที่เสียหาย ด้าน ‘วันนอร์’สั่งเลขาสภาฯสอบปมมีนักการเมืองเอี่ยว ปมคลิปเสียงเรียก รับผลประโยชน์ ดิ ไอคอนฯ
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2567 นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการ ปปง.ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ มีวาระสำคัญ คือการดำเนินการทางทรัพย์สินของ 2 คดีสำคัญ คือคดีบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป และคดีทอง 99.99% หรือคดีของ น.ส.กรกนก สุวรรณบุตร หรือแม่ตั๊ก และนายกานต์พล เรืองอร่าม หรือป๋าเบียร์ เพื่อตรวจสอบธุรกรรม หรือรายการทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยจะตรวจสอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินของนิติบุคคล หรือบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนธุรกิจ เพราะ ปปง.ได้ประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับทางตำรวจ บก.ปคบ. รวมทั้งยังประสานงานกับ สคบ.ด้วย
ปปง.เร่งอายัดทรัพย์ดิไอคอนฯ
นายเทพสุ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จากแนวทางการทำงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจและจากรายงานข่าวทางสื่อมวลชน พบว่าเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ส่วนมูลค่ารายการทรัพย์สินที่ ปปง.จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม เพื่อตรวจสอบก่อนมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์ จะเป็นรายละเอียดตามที่ตำรวจ ปคบ.ได้ประสานข้อมูลรายงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการประสานงาน
รวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน
จากนั้น ปปง.และตำรวจ จะทำงานร่วมกัน นำไปสู่มิติของการทำคดีอาญา ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ใครคือผู้ต้องหา มีพฤติการณ์ใด เบื้องต้นจึงยังอยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนรอบด้าน จึงยังไม่สามารถสรุปตัวเลขมูลค่า และประเภทรายการทรัพย์สินได้ ทั้งนี้ จะเป็นบรรดารถยนต์หรู นาฬิกาหรู บ้านหลังโต เงินสด เงินฝากในบัญชีธนาคารหรือไม่ ขอให้สังคมจับตาดูการทำงานของ ปปง.
สอบธุรกรรม-ทรัพย์สินเชิงลึก
นายเทพสุ กล่าวต่อว่า การประชุมของคณะกรรมการธุรกรรม จะพิจารณาเพื่อมีมติตรวจสอบธุรกรรมและทรัพย์สินในเชิงลึก และหากข้อมูล พยานหลักฐาน มีความสมบูรณ์มากเพียงพอ ก็สามารถมีมติออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์ไว้ตรวจสอบได้ทันที อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาจากทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดเท่านั้น จะไม่ใช้หลักการตรวจสอบแบบหว่านแห แต่ต้องดูว่าเข้าบทนิยามว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือมีพฤติการณ์ในการยักย้าย หรือกำลังจะยักย้าย จำหน่าย จ่าย โอนหรือไม่ ส่วนจะเป็นทรัพย์สินที่กลุ่มผู้ต้องหาได้มาในช่วงเกิดเหตุที่บริษัทฯ ถูกผู้เสียหายร้องเรียนในปี 2564 หรือไม่นั้น ยืนยันว่า ปปง.จะต้องตรวจสอบย้อนหลังแน่นอน และจะตรวจสอบให้รอบด้าน
ยันสอบในเชิงลึกผู้ต้องหา6ราย
นายเทพสุ ระบุว่า ผู้ที่อยู่ในข่ายจะต้องถูกตรวจสอบธุรกรรมและทรัพย์สินในเชิงลึก ก็คือผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ตามที่ตำรวจ ปคบ.ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กรณีหากมีการยึดและอายัดทรัพย์สินแล้ว ในอนาคตเจ้าหน้าที่ ปปง.สามารถสืบทรัพย์สินได้เพิ่มเติม และพบว่าทรัพย์สินนั้นๆ ได้มาจากการกระทำความผิดตามมูลฐาน ปปง.ก็สามารถเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม เพื่อมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินได้อีก เราจะดูในทุกมิติ การดำเนินการส่วนใดแม้จะต้องใช้ความรวดเร็วแต่ก็ต้องละเอียดรอบคอบ
ยังไม่พบโอนทรัพย์สินไปตปท.
ต่อข้อถามว่าจากการตรวจสอบหรือสืบทรัพย์สิน พบหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ต้องหาหรือเครือข่าย มีการจำหน่าย จ่าย โอนทรัพย์สินไปยังต่างประเทศ นายเทพสุ กล่าวว่า ในเบื้องต้นยังไม่พบการทำธุรกรรมในลักษณะดังกล่าว แต่ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวน หากผู้ต้องหามีพฤติกรรมดังกล่าว ข้อกล่าวหาที่จะตามมาก็คือการฟอกเงิน ซึ่งอัตราโทษสูง และมั่นใจว่าจะตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้
สำรหรับผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ที่อยู่ในรายชื่อถูกดำเนินการทางทรัพย์สินของคณะกรรมการธุรกรรม ประกอบด้วย 1.นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ 2.นายกันต์ กันตถาวร หรือบอสกันต์ อดีต ผอ.ฝ่ายการตลาด 3.นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแซม อดีต ผอ.ฝ่ายพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ 4.น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน อดีต ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร 5.นายณัญปพนต์ เศรษฐนันท์ หรือบอสปีเตอร์ และ 6.นายฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือบอสหมอเอก
หนุ่ม-กรรชัยพาเหยื่อแจ้งความ
ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายภูดิท หรือกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม-กรรชัย” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง พร้อมด้วยนายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือ “บอย-ปกรณ์” พระเอกชื่อดัง และนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ได้พาผู้เสียหายจากกรณีการถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจขายตรงกับบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)
บอย-ปกรณ์แสดงความบริสุทธิ์ใจ
หนุ่ม-กรรชัย กล่าวว่า หลังจากมีการนำเสนอข่าวกรณีดังกล่าว พบว่ามีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากจากธุรกิจของบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป ซึ่งทาง “กัน จอมพลัง” ก็มีผู้ที่ร้องเรียนขอความช่วยเหลือเยอะเช่นเดียวกัน ส่วน “บอย-ปกรณ์” เดินทางมาด้วย เพื่อต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมนำผู้เสียหาย 40 คนเข้าแจ้งความดำเนินคดี สำหรับกรณีที่ถูกมองว่ารายการโหนกระแส เป็นการฟอกขาวให้แม่ข่ายนั้น หนุ่ม-กรรชัย กล่าวว่า อยากจะบอกว่าการตกปลาใหญ่ต้องใช้ก้อนขนมปัง หรือแม่ข่าย เพื่อไล่ขึ้นไปถึงระดับผู้บริหาร แต่หากสุดท้ายแม่ข่ายเหล่านี้มีความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และยินดีหากนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทฯ จะมาออกรายการโหนกระแส
หนุ่ม-กรรชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของบอย-ปกรณ์ หลังจากที่ออกรายการไปแล้ว ก็ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจและอยากให้สัมภาษณ์สื่อ โดยตั้งแต่เกิดเรื่อง ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ที่ไหน ซึ่งตัวบอย ได้รวบรวมผู้เสียหาย ส่งมาให้ตนทางแอปพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีผู้เสียหายติดต่อผ่านบอย ประมาณ 40 คน
บอยอ้างตกเป็นเครื่องมือบริษัทฯ
ด้านบอย-ปกรณ์ เปิดเผยว่า ที่เดินทางมาครั้งนี้ มี 3 เรื่อง คือ 1.พาผู้เสียหายมาร้องเรียนและแจ้งความ สำหรับผู้เสียหายที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ให้ไดเรกแมสเซส มาหาตนได้เลย ซึ่งเป็นการประกาศจุดยืนว่าตนจะอยู่เคียงข้างผู้เสียหายและอยากรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ตนก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือจนทำให้มีผู้เสียหาย 2.จะเข้าให้ปากคำตามที่บอกในรายการไว้ ว่ายินดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย ซึ่งได้ประสานกับทางตำรวจไว้แล้ว และ 3.จะลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับบริษัท เพราะต้องปกป้องสิทธิของตน และจะเอาผิดในส่วนของบริษัทที่ไม่ได้บอกข้อมูลที่แท้จริง ทำให้ตนเข้าใจผิดและเกิดความเสียหายตรงนี้
ปรึกษาทนายเอาผิดข้อหาใดบ้าง
บอย-ปกรณ์ เปิดเผยด้วยว่า สำหรับการเอาผิดข้อหาอะไรบ้างนั้น คงต้องปรึกษาทนายความอีกที เบื้องต้นก็คงมีข้อหาฉ้อโกง และการนำรูปภาพตนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจนเกิดความเสียหาย ขอชี้แจงและขอย้ำว่าการเข้าร้องทุกข์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลบล้างในสิ่งที่ตนได้ทำ โดยจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ทำให้มีผู้เสียหายขึ้นมา เบื้องต้นก็จะแจ้งความเอาผิดทางบริษัทก่อน และบุคคลอื่นๆ นั้น เข้าข่ายความผิดใดบ้าง
ทั้งนี้ ในสัญญาไม่ได้ระบุตัวสคริปต์ จะระบุในส่วนของการทำงาน ว่าต้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และปกติการทำงานลักษณะนี้กระบวนการบนเวทีจะมีการเขียนสคริปต์ไว้อยู่แล้วเป็นปกติ
‘กันจอมพลัง’ให้ช่วยแจ้งข้อมูล
ขณะที่ “กัน จอมพลัง” ฝากถึงผู้เสียหายที่ถูกข่มขู่ห้ามแจ้งความดำเนินคดี ว่าให้แจ้งข้อมูลมาที่ตนและไม่ต้องกลัวถูกฟ้องกลับ ส่วนกรณีคลิปเสียง เบื้องต้นยังไม่ยืนยันว่าเป็นเสียงจริงหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบ แต่หากเป็นเสียงจริงๆ ก็อยากให้เจ้าตัวออกมาชี้แจง และมองว่าเรื่องต่างๆ หากเกิดเป็นกระแสสังคมแล้วไม่น่ามีใครเคลียร์ได้
อ้างคลิปเสียงคุยกับนักการเมือง
นอกจากนี้ หนุ่ม-กรรชัย ยังกล่าวเพิ่มถึงประเด็นคลิปเสียงปริศนาที่อ้างว่าเป็น “บอส” พูดคุยกับนักการเมือง ลักษณะขอให้ช่วยเหลือทางคดี ว่าจริงเท็จอย่างไร อยากให้ “บอส” ออกมาชี้แจง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าคดีใหญ่ลักษณะนี้ไม่สามารถเคลียร์ได้ เพราะไม่ใช่ธานอส ที่ดีดนิ้วแล้วเรื่องจบ
อี้-แทนคุณชี้เหยื่อคิดฆ่าตัวตาย
ต่อมาเวลา 10.40 น.นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม และ น.ส.ชลิดา หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ได้พาผู้เสียหาย 40 ราย เข้าแจ้งความเอาผิดบริษัท ดิไอ คอน กรุ๊ป โดยนายแทนคุณ กล่าวว่า ขณะนี้รวบรวมผู้เสียหายได้กว่า 1,000 คนแล้ว แต่ที่พามามี 40 คน ส่วนความเสียหายหลักๆ มาจากการถูกหลอกให้ลงทุน บางรายเป็นแม่บ้าน ทำงานได้เงินวันละ 300 บาท ใช้เงินเก็บ 2 แสนบาท ที่เก็บมาตลอด 19 ปี ไปร่วมลงทุ แต่กลับไม่ได้รับเงินตอบแทน จนถึงกับคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย แต่เห็นแก่ลูก จึงต้องไปพบแพทย์ รับประทานยาแก้เครียดและยาระงับอารมณ์ รวมทั้งต้องกินยานอนหลับทุกวัน
ผู้เสียหายชี้เคยแจ้งความตร.ไม่รับ
นายณัฐนันท์ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้สู้เรื่องนี้มาตลอด ถึงขั้นเดินทางไปบริษัทดิ ไอคอน กรุ๊ป เพื่อไลฟ์สด ต่อมาได้เข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน แต่ด้วยพยานหลักฐานไม่ชัดเจน ตำรวจแจ้งให้ตนไปหาข้อมูลเพิ่ม จึงจะขอแค่ลงบันทึกประจำวัน แต่ตำรวจก็ไม่รับทำ ตนเสียเงินลงทุนไป 1 ล้านบาท ซึ่งรู้ข้อมูลรายละเอียดมากกว่าคนอื่นระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยตรงนี้ได้
เผยเคยถูกตร.ค้นบ้านที่เชียงราย
สำหรับประเด็นที่ตำรวจไปค้นบ้านที่ จ.เชียงราย นายณัฐนันท์ กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ภาพผ่านโซเชียล ทางตำรวจอ้างว่ามีการแจ้งความว่าที่บ้านตนมีอาวุธ เนื่องจากเคยโพสต์ หลังจากปะทะคารมกับทางบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป แต่หลังจากนั้นได้พบตำรวจ พูดคุยเจรจากัน จนเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนเกี่ยวกับการโพสต์คลิปวิดีโอ หรือข้อความข่มขู่ และแนะนำให้ไปใช้สิทธิดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว
‘บอสพอล’อ้างไม่รู้มีผู้ฆ่าตัวตาย
อีกด้านหนึ่ง ในรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ได้มีการเชิญครอบครัวผู้เสียหายจากการลงทุนธุรกิจขายตรงกับบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป และนายวรัตน์พล หรือบอสพอล ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทฯ มาร่วมรายการ โดยในช่วงการสัมภาษณ์ บอสพอล ถึงกับสะอื้อไห้ พร้อมกับบอกว่า กลัวที่จะมาออกรายการ แต่ที่ตัดสินใจมา เพราะอยากมาตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะดี ตนไม่เคยทราบว่ามีคนเสียชีวิต แม้จะเคยรู้ว่ามีผู้เสียหายที่ร้องผ่าน The icon Help ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการร้องเรียนของผู้ที่มีปัญหาในการทำธุรกิจ เรื่องเล็กๆน้อยๆ
“การร้องเรียนว่ามีคนเสียชีวิต เหตุการณ์รุนแรงแบบนี้ ไม่ทราบ ถ้าทราบคงไม่ยอมให้เกิดขึ้น พร้อมขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต และแสดงความเสียใจกับครอบครัว” บอสพอล กล่าวและว่าหลังจากรับฟังเรื่องราวของผู้เสียหายแล้วรู้สึกเสียใจมาก เพราะแต่ละคนได้รับผลกระทบต่อชีวิตเขา หนักมากๆ
ยันเร่งเยียวยาช่วยเหลือทุกราย
เมื่อถูกถามว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไรต่อไป บอสพอล ระบุว่า ต้องเยียวยา ต้องช่วย โดยตนจะรับผิดชอบ ส่วนเรื่องรายละเอียดก็ต้องเป็นไปอย่างเหมาะสมแก่ทุกๆ คน เพราะมีผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งจะต้องเอาผู้เสียหายมาดู ว่ากลุ่มไหนเสียหายมาก กลุ่มไหนเสียหายน้อย กลุ่มไหนจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องไปช่วยเหลือ ตนจะพยายามรับผิดชอบให้เต็มที่ที่สุด อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือจนกว่าจะไม่มีอะไรเหลือ หรือจนกว่าจะตาย ก็แค่ 2 อย่างนี้
อ้างทำทุกอย่างเพื่อบรรเทาปัญหา
พิธีกรถามว่า ทำไมพูดเหมือนเตรียมตัวอะไรบางอย่าง บอสพอล กล่าวว่า ไม่ได้เตรียมตัวหรืออะไรทั้งสิ้น การมาออกรายการนี้ก็ไม่ได้อยากมา ไม่ได้เตรียมตัว แต่ก็เตรียมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนได้บรรเทาความเสียหาย จนเขารู้สึกว่าเป็นธรรมสำหรับเขา และอยู่ภายใต้กฎหมาย ส่วนจะช่วยเป็นเงินกี่บาทตนยืนยันว่าจะช่วยจนบาทสุดท้าย หากหมดบาทสุดท้ายถ้าตนยังเหลือชีวิตอยู่ จะให้ไปทำงานอะไรแล้วหามาช่วยก็จะช่วย เมื่อถามว่าหากต้องลงเอยเหมือนกรณี “แม่ตั๊ก” อาจจะไม่สามารถจ่ายเงินคืนให้ผู้เสียหายได้จะทำอย่างไร บอสพอล บอกว่าจะทำจนวินาทีสุดท้ายที่ทำได้ แต่หากทรัพย์สินถูกฟรีซ โดยกระบวนการตามกฎหมาย ก็เชื่อว่าภาครัฐมีวิธีการ มีกระบวนการที่จะมาเยียวยาต่อ เพราะทรัพย์สินไม่ได้หายไปไหน
เผยยอมแพ้-ไม่รู้จะไปสู้อะไร
เมื่อพิธีกรถามว่า พูดแบบนี้เหมือนว่ายอมแพ้แล้ว บอสพอล กล่าวว่า “ผมยอมแพ้มานานแล้วครับ ผมไม่รู้ผมสู้กับอะไรอยู่ด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ผมยังไม่รู้ว่าชีวิตผมสู้กับอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ผมยอมแพ้ครับ” พร้อมกันนั้นยังบอกอีกว่า ตนไม่มีแผนอะไรสำหรับชีวิตแล้ว ตนไม่รู้ว่าสู้อยู่กับอะไร
‘วันนอร์’สั่งสอบนักการเมืองเอี่ยว
ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนินกลาง กทม.นายวันมูหะมดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีคลิปเสียงเผยแพร่ ว่านักการเมืองรายหนึ่ง เรียกรับผลประโยชน์จากผู้บริหารบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป ว่าได้มอบหมายให้เลขาธิการสภาฯ ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยด่วน
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมา มีการเรียกรับทรัพย์ หรือตบทรัพย์อยู่ตลอด ทางสภาฯ จะดำเนินการอย่างไร ประธานสภาฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องบุคคล เพราะสภาฯ เวลาตั้งคณะกรรมาธิการฯ เราตั้งทั้งบุคคลภายในและภายนอก โดยเฉพาะกรรมาธิการวิสามัญ จะมีบุคคลภายนอก ที่เสนอโดยพรรคการเมืองต่างๆ ไม่อาจตรวจสอบได้หมด แต่ถ้าพบเห็นหรือรับรู้ ต้องแก้ไขให้บุคคลเหล่านั้นพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ไป ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต่อจากนี้ก็ต้องมีการกลั่นกรองและระมัดระวังผู้ที่จะมาอยู่ในกรรมาธิการ ให้มากขึ้น
ปธ.กมธ.ปปง.ปัดปมแอบอ้างกมธ.
วันเดียวกัน นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีคลิปเสียงผู้ที่อ้างว่าเป็น กมธ.เคลียร์เรื่องดิไอคอนกรุ๊ป ให้ได้ ว่ายืนยันอย่างชัดเจนว่า กมธ.ปปง.ทำทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการเจรจาหรือทำอะไรให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่เคยมีการเจรจาต่อรอง โดยในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง มาหารือ การดำเนินการของ กมธ.จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ไม่มีใครล็อบบี้หรือเจรจาได้ ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี