วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569
นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จำนวน 25 คน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ในประเทศไทย จะเริ่มต้นหลักสูตรปริญญาโท
แบบสองปริญญา (3+2) เป็นเวลาสองปีที่มหาวิทยาลัยฉางกังตั้งแต่ปี 2567 โดยหลักสูตรนี้ได้รับการสนับสนุนโดย บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ โดยได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 20 ทุน พร้อมโอกาสฝึกงานในช่วงฤดูร้อนและการจ้างงานในบริษัท ในวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น ประธานมหาวิทยาลัยฉางกัง นายถัง หมิง-เชอ พร้อมคณะศาสตราจารย์และคณาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมจัดพิธีเปิดโครงการดังกล่าวแก่นักศึกษาไทยที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งทางมหาวิทยาลัยนั้นได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมทั้งด้านสื่อการเรียนรู้และด้านวิจัยเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างครอบคลุม พร้อมทั้งมีการเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติในด้านการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรให้แก่นักศึกษา
สำนักงานการต่างประเทศ กล่าวว่า หลักสูตรปริญญาคู่แบบ 3+2 ช่วยให้นักศึกษาสามารถศึกษาในมหาวิทยาลัยต้นสังกัดเป็นเวลา 3 ปีเพื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากนั้นไปศึกษาต่ออีก 2 ปีที่มหาวิทยาลัยพันธมิตรเพื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ภายในเวลาเพียง 5 ปี นักศึกษาจะได้รับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยต้นสังกัดและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยพันธมิตร ในครั้งนี้สำหรับนักศึกษา 20 คนที่ได้รับทุนการศึกษาทั้ง 2 ปีจากบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทแล้ว ทางบริษัทได้มอบโอกาสให้นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาดังกล่าวเข้าทำงานที่เดลต้า ประเทศไทยได้ทันทีหลังจากการจบการศึกษา นอกจากนี้ นักศึกษาอีก 5 คนยังได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนจากมหาวิทยาลัยฉางกัง ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านเทคโนโลยีระดับสูงระดับนานาชาติในไต้หวันอีกด้วย
ประธาน ถัง หมิง-เชอ กล่าวว่า ไต้หวันได้ชื่อว่าเป็น “เกาะแห่งเทคโนโลยี” ที่มีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมากมาย โดยมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในด้านเซมิคอนดักเตอร์ วิศวกรรมไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมีคณะวิชาและหลักสูตรที่มีความเชี่ยวชาญ ด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยฉางกัง เดลต้า อีเลคโทรนิคส์และมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งสองแห่งในประเทศไทย นักศึกษาจะได้รับการศึกษาและประสบการณ์ที่ดีที่สุดในสาขาของตนเอง” ประธานถังยังได้แนะนำให้นักศึกษาใช้โอกาสนี้ในการเรียนรู้ภาษาจีนและสร้างความสัมพันธ์กับนักศึกษาไต้หวัน เพื่อเข้าใจวัฒนธรรมให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสายงานอาชีพในอนาคตของนักศึกษาเมื่อเข้ามาทำงานที่เดลต้าอีกด้วย
นายฉี่ ฮ๊าว หวง หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล ของบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เน้นย้ำว่า “เดลต้ามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และหน่วยงานพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เดลต้าได้พัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในหลากหลายรูปแบบ เช่น การฝึกงานด้านเทคโนโลยี, โครงการบ่มเพาะนักเทคโนโลยี และโครงการอื่นๆ ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยโครงการในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานวิจัยด้านวิชาการ ของมหาวิทยาลัยฉางกัง เราหวังว่านักศึกษาไทยทั้ง 20 คนนี้ เมื่อสำเร็จการศึกษาและการวิจัยด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและสาขาที่เกี่ยวข้องจากมหาวิทยาลัยฉางกังแล้ว จะพร้อมก้าวไปอีกขั้นกับเดลต้า เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศไทยได้อย่างก้าวกระโดด”
มหาวิทยาลัยฉางกังกำลังส่งเสริมการศึกษาแบบสองภาษาอย่างจริงจัง โดยนักศึกษาต่างชาตินอกจากจะได้รับการเรียนรู้และทำวิจัยในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเต็มรูปแบบแล้วยังจะได้รับการต้อนรับและอำนวยความสะดวกต่างๆจากทางมหาวิทยาลัยในชีวิตประจำวันในตลอดการศึกษาอีกด้วย คณะวิศวกรรมศาสตร์กล่าวว่าในยุคโลกาภิวัตน์นี้ กลุ่มนักศึกษาในหลักสูตรปริญญาคู่แบบ 3+2 ของไทย ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ด้วยเป้าหมายที่มุ่งมั่นของโครงการคาดว่าในอนาคตจะมีนักศึกษาต่างชาติ มหาวิทยาลัยจากต่างประเทศ และแม้กระทั่งบริษัทต่างๆ ให้ความสนใจในการเข้าร่วมความร่วมมือที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ร่วมกันมากขึ้นกับมหาวิทยาลัยฉางกังในมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของหลักสูตรปริญญาคู่หรือการวิจัยระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ ความร่วมมือเหล่านี้จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้แข็งแกร่งขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี