วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
สนศ.แจงรับเด็กต่างด้าวเข้าเรียน “รร.กทม.” ไม่กระทบเด็กไทยเสียโอกาสทางการศึกษา ยันแนวทางเสมอภาคเด็กทุกคนเข้าถึง-เท่าเทียม
นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กล่าวถึงการจัดการศึกษาให้แก่เด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครว่า กรุงเทพมหานครโดยสำนักการศึกษา (สนศ.) ดำเนินการตามนโยบายที่สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2548 และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2548 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 31 ต.ค. 2562 เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทย โดยเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและเด็กที่มีสัญชาติไทยได้รับโอกาสในการศึกษาและเติบโตอย่างมีคุณภาพ สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนได้อย่างเสมอภาค ตามสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคทางการศึกษา
โดยในปีการศึกษา 2567 โรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 258,316 คน ซึ่งมีจำนวนนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทย จำนวน 12,551 คน คิดเป็นร้อยละ 4.86 อย่างไรก็ตาม การเปิดรับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทยเข้าศึกษา ไม่ได้ทำให้เด็กที่มีสัญชาติไทยเสียโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากได้มีการจัดสรรทรัพยากรเพื่อรองรับนักเรียนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุมและจัดการศึกษาที่ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่มีสัญชาติไทย หรือเด็กไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและส่งเสริมให้เด็กทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตน ได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ กทม. มีแนวทางการรับนักเรียน เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา ให้เด็กทุกคนได้รับสิทธิในการเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตให้กับเด็กทุกคนในสังคม ซึ่ง สนศ. ได้จัดประชุมคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียนในสังกัด กทม. เพื่อจัดทำประกาศ กทม. เรื่อง แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนของโรงเรียนในสังกัด กทม. ทุกปีการศึกษา คณะกรรมการฯ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน โดยแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจว่า ทุกคนจะได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติซึ่งแนวปฏิบัติการรับนักเรียนของโรงเรียนสังกัด กทม. ได้กำหนดอย่างชัดเจนในแต่ละระดับการศึกษา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1 ระดับชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 2 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยระบุจำนวนห้องเรียนและจำนวนการรับนักเรียนต่อห้องอย่างชัดเจน เพื่อให้การรับนักเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถรองรับจำนวนนักเรียนได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ยังได้กำหนดวัน เวลา และขั้นตอนการรับสมัคร เพื่อให้โรงเรียนผู้ปกครอง และนักเรียนสามารถปฏิบัติตามได้อย่างสะดวก อีกทั้งกำหนดแนวทางการรับนักเรียนในโรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษ ได้แก่ โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนสองภาษา โรงเรียนที่จัดการศึกษาพิเศษ (เรียนร่วม) ซึ่งให้ความสำคัญกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ได้เข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการรับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย กรณีนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทยเข้าเรียนในสถานศึกษาหากไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก โรงเรียนจะดำเนินการออกรหัสประจำตัวผู้เรียน (รหัส G) เพื่อระบุตัวนักเรียนในการขอรับบริการทางการศึกษา ไม่ได้เป็นการรับรองว่านักเรียนคนดังกล่าวจะได้รับสัญชาติไทยแต่อย่างใด ทั้งนี้ การให้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก สำหรับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทยจะได้รับการกำหนดเลข 13 หลักสำหรับบุคคลต่างด้าวที่ออกตามกระบวนการทางทะเบียนราษฎร โดยกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี