วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ผมเขียน “สกู๊ปพิเศษ”ชิ้น เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2557 เป็น วันที่ ผมเองก็ยังนึกไม่ออกว่า จะเดินทางไปโรงพิมพ์ ซึ่งเป็นสำนักงานของ “แนวหน้า”โดยวิธีใด เนื่องจาก เส้นทางจากบ้านพักที่จะไปยังสำนักงานนั้น สามารถใช้ถนนหลวงได้สองถนนคือ ถนนแจ้งวัฒนะ และ ถนนงามวงศ์วาน
ในวันนี้คือ วันที่ นักประชาธิปไตยกำลังทำกิจกรรมเพื่อ สร้างสรรค์บ้านเมืองให้ดีขึ้น โดยฝ่ายหนึ่ง ปิดถนนแจ้งวัฒนะ อีกฝ่ายหนึ่ง ยึดพื้นที่อยู่หน้า ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี คือ ด้านถนน งามวงศ์วาน เลยทำให้เกิดเป็นอุปสรรคในการเดินทาง
คงไม่สามารถจะไปว่ากล่าวฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ เพราะ ทั้งสองฝ่ายต่างก็บอกตรงกันว่า “ทำเพื่อประเทศชาติ” วันใดที่ประเทศชาติดี เจริญรุ่งเรือง มีระเบียบวินัย มี คุณธรรม คนทุกคนในประเทศย่อมมีความสุขไปด้วย เพราะ ความสุขเป็น สิ่งที่ทุกคนปรารถนาจะให้เกิดขึ้นกับตัวเองและสังคม
ศิลปินชื่อดังคนหนึ่ง คือ นายวินัย ปราบริปู ให้ นิยามแห่งความสุขของเขาดังนี้ “ ความสุข ” สำหรับผม คือความรู้สึกสนุกสนานกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะซึ่งได้แสดงออกด้านรูปแบบ เทคนิคที่มีแนวทางนำสู่เนื้อหาอิสระซึ่งปรากฏต่อสายตาคือ ภาพความสดใสหลากหลายสีสันบนผืนผ้าใบ คือภาพสะท้อนซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผมคือภาพของความ เป็นนามธรรมที่ก่อรูปเป็นผลงานศิลปะ คือภาพของความสุข ความสมปรารถนา”
ด้วยเหตุนี้เอง วินัย ปราบริปู จึงได้ จัดนิทรรศการภาพเขียนเพื่อสร้างความสุขขึ้น โดยใช้ชื่อว่า “สีสันและความสุข”

นิทรรศการภาพเขียน“สีสันและความสุข” เป็นผลงานของวินัย ปราบริปู ในช่วงปี 2556 ต่อเนื่องภาพชุด “อิสระ” ปีที่ผ่านมา รูปแบบและลักษณะผลงานชุดนี้ให้ความรู้สึกสนุกสนานกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะซึ่งมีลีลาหลากหลาย สีสันสดใสและเทคนิคแสดงความฉับพลัน อิสระแต่นิ่มนวล แสดงถึงแนวทางสู่เนื้อหาอิสระสุดๆ ซึ่งปรากฏบนผืนผ้าใบหรือต่อสายตา คือภาพสะท้อนซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตอิสระของ วินัย หรือภาพของความสุขซึ่งเป็นความรู้สึกที่รวมตัวเป็นรูปร่างเป็นผลงานศิลปะคือความสมปรารถนาการแสดงออก
สีสันในภาพเขียนนั้นเป็นปกติ หากแต่สีสันที่ผสานลีลา รูปร่างในสัดส่วนที่จัดสรรบนพื้นที่ผืนผ้าใบให้สอดคล้องอารมณ์ภาพในทิศทางที่ศิลปินกำหนด หรือแสดงตัวตนของศิลปิน ย่อมบ่งบอกรสนิยม หรือความรู้สึก นึกคิดของศิลปิน
ภาพที่นำมาแสดงเป็น ภาพสีอคริลิค หลากหลายสีสันและความสดใสของภาพ ผลงานของ วินัย ได้แสดงความสอดคล้องกับรูปแบบและอารมณ์ภาพของ“สีสันและความสุข” ชวนให้คิดคำนึงถึงความหมายของ “อิสระ” ที่คนทุกคนใฝ่ฝันและจิตนาการในรูปแบบต่างๆนา นา เพื่อการเข้าถึง ดังนั้นเนื้อหาสาระที่เข้มข้นจะมีที่ว่างสำหรับการมุ่งมั่นแสวงหาให้สมปรารถนา หรือการปล่อยวางทำใจสบายๆสัมผัสความว่างเปล่าเพื่อสัมผัสความงดงามบางเบาในเนื้อหาหรือแฝงสาระ บางทีภาพนามธรรมชุด“สีสันและความสุข”อาจมีบางสิ่งที่ผู้ชมสัมผัสได้บ้าง

ใครที่อยากเข้าชม หรือ ต้องการเก็บเกี่ยวความสุขให้เกิดกับตัวเอง คงต้องไปชมกันที่ ณ หอศิลป์ริมน่าน ตั้งอยู่เลขที่ 122 หมู่ 2 ถ.น่าน – ทุ่งช้าง อ.เมือง จ.น่าน / โทร. 081 989 2912 แสดงจนถึงวันที่ 14 นี้เท่านั้น แต่หากว่า ใครไม่สามรถไปได้ตอนช่วงนี้ ลอง ติดต่อไปที่ หอศิลป์ริมน่าน หรือ เปิด อีเมลล์ Email.Winai_nrg@hotmail.com/ facebook./ Winai prabripoo. เชื่อว่าคงจะได้รู้ได้เห็นอะไรเพิ่มเติมมากมาย
ผมเขียนถึง นิทรรศการ สีสันและความสุข เพราะผมกำลังมีความทุกข์ว่า จะเดินทางไปยังที่ทำงานได้อย่างไร?
และเมื่อหยิบเอาเรื่องของ “วินัย ปราบริปู” มาเขียนถึง ทำให้ผม หวนรำลึกไปถึงศิลปินผู้นี้ ตั้งแต่เมื่อเขายังเป็น วัยรุ่น ที่มีความปราถนาจะพบกับความสำเร็จเฉกเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
ประวัติของ วินัย ปราบริปู เกิดเมื่อปี 2497 ที่จังหวัดน่าน การศึกษาระดับต้นจาก วิทยาลัยเพาะช่าง แล้วไปต่อระดับอุมดศึกษาที่ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ผมรู้จัก วินัย ปราบริปู ตามหน้าที่ ที่ผม ทำหนังสือพิมพ์รับผิดชอบอยู่กับ หน้าศิลปวัฒนธรรม และ ได้รู้จักกับ วินัย ปราบริปู โดยหน้าที่คนหาข่าว และ คนเขียนบทความด้านศิลปะ
เด็กหนุ่มหน้าใสที่ยังไม่พ้นรั้วการศึกษา มีผลงานออกมาแสดง ท้าทายวงการภาพเขียนในช่วงนั้น ที่สร้างความฮือฮาให้กับ ศิลปินรุ่นเก่าได้ไม่น้อย ด้วยการ รวมตัวของ คนรุ่นเดียวกัน ที่ยังมี กลิ่นสีและกาวแป้ง จากรั้วมหาวิทยาลัยติดอยู่บนเครื่องแต่งกาย งานศิลป์ของพวกเขา เปิดการแสดงที่ โรงแรมมณเฑียร ภายใต้ชื่อว่า กลุ่มตะวัน แสดงผลงานของ เพื่อนๆในกลุ่มที่มีวัยเดียวกัน ซึ่งตอนนี้ ทุกคนในกลุ่มตะวันล้วนกลายเป็น ศิลปินที่มีชื่อเสียงดังไปถึงต่างประเทศแล้วทั้งนั้น อาทิ คุณวิเชียร วงศ์ศุภลักษณ์ ที่ กำลังดังมากในประเทสจีน ซึ่งเพิ่งเอาภาพวาดไปแสดงสร้างความฮือฮาให้กับชาวจีน จน มีพ่อค้าภาพชาวจีน เดินทางตามเขามาซื้อภาพเก่าๆถึงเมืองไทย และ อีกคนคือ คุณไพรวัลย์ ดาเกลี้ยง ศิลปินอีกท่านหนึ่งที่ ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้นที่รู้จักเขา อีกหลายประเทศก็ล้วนอยากได้ภาพของเขาไปติดตั้งอยู่ที่บ้านทั้งนั้น

ในงานแสดงภาพของ กลุ่มตะวัน ครั้งแรกในวันนั้น ผมจำได้ดีว่า ภาพทุกภาพที่ถูกนำมาแสดง ขายได้หมด แน่นอนว่า เด็กหนุ่มที่ยังเพิ่งจะพ้นรั้วมหาวิทยาลัยมาหมาดๆย่อมตื่นเต้นและภาคภูมิใจเป็นธรรมดา
ถ้าจำไม่ผิด ผมจำได้ว่า ผู้ที่ชื่นชมและประทับใจภาพของศิลปินวัยรุ่นที่นำมาแสดงในวันนั้น คือ คุณ ประกิต ยศสุนทร ประธาน ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้มาเปิดงาน และ ซื้อภาพของ ศิลปินเหล่านี้ไปประดับไว้ที่ ธนาคารหลายภาพ (เชื่อว่า วันนี้ภาพของพวกเขาเหล่านี้คงยังประดับอยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์แห่งใดแห่งหนึ่งแน่นอน)
สำหรับ วินัย ปราบริปู นอกจากความฝันของเขาจะได้เป็น ศิลปินที่มีผู้ยอมรับผลงานแล้ว เขายังพบกับความสมหวังที่เขาคาดหวังเอาไว้ว่าจะได้เป็นเจ้าของ หอศิลป์สักแห่ง และ วันนี้เขาก็ได้เป็นเจ้าของ หอศิลป์ริมน่าน สมความปรารถนา แล้ว
ผลงานของ วินัย ปราบริปู นับตั้งแต่แรกเริ่ม เขามองทุกอย่างด้วย หัวใจอิสระ เพราะเขาซึมซาบกับความเป็นอิสระ ที่เขามักจะบอกกับใครๆว่า “ อิสระ” เป็นคำกล่าวอมตะที่ใครๆก็อยากจะอ้างเพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินชีวิต เพราะมันหมายถึง ความสุขที่ได้รับจากรู้สึก นึกคิด จินตนาการและความฝัน” งานของเขาส่วนใหญ่จึงเป็นอิสระทางความคิด ที่ต้องการ สร้างความสุขให้กับผู้พบเห็นเป็นสำคัญ ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะเป็นเพราะเขาถูกปลูกฝังมาตั้งในสมัยเรียนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งตอนนั้น เกิด แนวคิดแตกแยกออกระหว่าง ศิลปินสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่เป็น เหมือนจริง และ ภาพเสมือน ทำให้ เกิดการ แยกคณะศิลป์ออกมาจาก คณะจิตรกรรม มาตั้งใหม่เป็น ประยุกต์ศิลป์ จากการนำของ อาจารย์ ลาวัลย์ ดาวราย และ อาจารย์ ทวี นันทกว้าง ทิ้งทั้งหมดของจิตรกรรมไว้ให้กับ อาจารย์ ชะลูด นิ่มเสมอ ซึ่ง วินัย ปราบริปู คือ ศิษย์รุ่นแรกของ คณะประยุกต์ศิลป์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร คำว่า อิสระ จึงถูกฝังอยู่ใน จิตและวิญาณของ วินัย ปราบริปู มาจนถึงปัจจุบันนี้
ท่ามกลางแรงบีบคั้นจากสังคม ที่ แต่ละฝ่ายต่างก็อ้างความถูกต้อง เมื่อนำเอาเรื่องเก่าๆย้อนกลับมาคิด ย้อนกลับมาเขียนก็ทำให้ลืมความทุกข์และความอัดอั้นใจที่ได้รับจากสังคมได้เหมือนกัน ขอขอบคุณประวัติศาสตร์ที่ยังให้ความทรงจำกับเรามาถึงทุกวันนี้
ชนิตร ภู่กาญจน์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี