‘ภูมิธรรม’ลั่นมีอำนาจปิดประชุม‘ก.ตร.’แจง เลื่อนไปอาทิตย์ 31 ส.ค. เหตุอยากเคลียร์ปมร้องเรียนให้จบ รับมีกรรมการตะโกนไล่หลัง บอกตัวเองใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ โต้ข่าวเด้ง‘ผบ.ตร.’ บอกไร้สาระ ยันสัมพันธ์แน่นปึ้ก
เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 29 ส.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเลื่อนการประชุมคณะกรรมการข้าราชการ (ก.ตร.) ไปเป็นวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. ว่า ตนไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ส่วนตน ไม่ได้รู้จักใครทั้งหมด ไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัว แต่มีเรื่องร้องเรียนจากนายตำรวจ 4 คน ประกอบด้วย พล.ต.ต.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. และพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ในจำนวนนี้มีตำรวจอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในการทำงาน คนหนึ่งเป็นนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจในคดีชั้น 14 โดยทั้ง 4 คนได้เขียนจดหมายร้องเรียนอย่างเป็นทางการมาที่ตน โดยตนได้หารือกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาและได้ให้คำแนะนำในข้อกฎหมายว่า ในส่วนของ พล.ต.ต.นพ.โสภณรัชต์ เป็นสิทธิของเขาที่จะสามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาได้ เพราะยังไมได้มีความผิดอะไร กรรมการที่ตั้งเป็นการพูดถึงเรื่องข้อเท็จจริง ตามกฎ ก.ตร.เขามีสิทธิที่จะเสนอชื่อเข้ามา จะรับได้หรือไม่ เป็นสิทธิของ ก.ตร.
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ในส่วนของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้พูดกับเราว่าเขาไม่ได้สนใจ ถ้าเขาไม่ได้หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เขาเห็นว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มันไม่ชอบ อยากให้มีการทบทวน ส่วนกรณี พล.ต.ต.นพศิลป์ เป็นตำรวจคนหนึ่งที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับ ก็ไม่ได้รับการพิจารณา ตนไม่ขอลงรายละเอียดแล้วกัน อีกคนคือ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ซึ่งทั้ง 4 คนเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการถูกเสนอชื่อ ฉะนั้น ในการประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ทาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ชวนตนเข้าไปคุยในห้องรับรอง เลยสอบถามว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ท่านมีความตั้งใจและพยายามอธิบายหลายเรื่อง แต่มันอยู่ที่ข้อเท็จจริง ตนไม่มีปัญหาอย่างใด แต่มีปัญหาว่าถ้าเขาร้องเรียนมาและตนไม่สามารถทำได้ตามสิ่งที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย ตนจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ และมันมีข้อเสนอแนะของกฤษฎีกาที่เป็นข้อเท็จจริงและส่วนหนึ่งที่จะพิจารณาได้ ผบ.ตร.พยายามทำความเข้าใจในหลายเรื่อง
“ผมบอกว่าเลื่อนไปก่อนได้หรือไม่ เพราะในเมื่อพูดถึงเรื่องระบบ ลองไปทบทวนดู ซึ่งมีเวลาที่เราจะพิจารณา ควรจะทำก่อน และเรื่องนี้เมื่อทำแล้ว โผตำรวจออกแล้ว ก.ตร.ตัดสินใจ เราจะต้องนำขึ้นกราบบังคมทูลฯ ด้วย ฉะนั้นผมไม่อยากให้เกิดความไม่เรียบร้อย อยากให้คุยกันให้จบก่อน ผบ.ตร.เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นให้นำเข้าที่ประชุม ก.ตร.ในวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา” นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ได้คุยกันว่าถ้าเลื่อนจะเลื่อนอีกสัก 2 สัปดาห์ ให้ได้ทำงาน แต่มีข้อกฎหมายโต้แย้งหลายเรื่อง และได้ความชัดเจนแล้ว การขยายเกินวันที่ 31 ส.ค. มันมีข้อกฎหมายที่โต้แย้งกัน ในระเบียบ ก.ตร.ระบุว่าต้องจัดการให้เสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.เว้นแต่มีเหตุผลที่เพียงพอถึงจะขยายเวลาต่อไปได้ และเมื่อเรียกประชุมแล้วควรจะต้องประชุม โดยตนได้แจ้งในห้องประชุม ก.ตร.ว่าตนได้รับเรื่องร้องเรียน และมีหนังสือแนบของกฤษฎีกาที่มีความเห็นว่าเป็นสิทธิของเขาที่จะเสนอได้ เพื่อประกันสิทธิของผู้ที่ร้องเรียน และยังมีเวลา จึงขอเลื่อนไปถึงวันที่ 31 ส.ค. เวลา 15.00 น.ซึ่งยังอยู่ในกรอบของกฎหมายทุกประการ และขอให้ปิดประชุม หลังจากนั้นมี กรรมการ ก.ตร.คนหนึ่งยกมือขอพูด แต่ตนเดินออกมาจะถึงประตูอยู่แล้ว โดยขอแสดงความเห็น ขอพูดหน่อย ไม่มีอะไร ตนจึงกลับไปนั่งใหม่ทั้งที่ปิดประชุมไปแล้ว มีการพูดยาว มีการเอาสไลด์ขึ้นมา ตนเลยบอกว่าตนปิดประชุมไปแล้ว พบกันวันที่ 31 ส.ค. ทั้งหมดนี้เป็นอำนาจของประธานที่สามารถเลื่อนการประชุมได้ แต่ขยายเวลาไม่ได้ การที่ตนทำคือ เลื่อนประชุมในกรอบที่กฎหมายให้อำนาจไว้
“มีคนตะโกนตามหลังมา ซึ่งผมไม่ทราบว่าเสียงใคร คล้ายๆ มาบอกว่าผมกำลังทำในสิ่งที่ผิด ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งผมบอกว่าไม่เป็นไร ผมทำตามหน้าที่ เพราะถือว่าผมตัดสินใจไปแล้ว โดยอำนาจและกรอบในการพิจารณาที่ผมคิดในฐานะประธาน ต้องการทำให้กระบวนการมันชอบธรรมก่อน ซึ่งผมไม่ทราบว่าเป็นเสียงของใคร”นายภูมิธรรม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่า จะเด้ง ผบ.ตร. นายภูมิธรรม กล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องที่เกินเลย สื่อมวลชนต้องดูว่าข่าวมาจากไหน ตนไม่เคยพูดอย่างนี้ ความสัมพันธ์ของตนและผบ.ตร.ยังดีอยู่ และเห็นใจท่านเพราะทำงาน และเห็นใจตัวเองด้วย เพราะก็โดนหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ตนไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลเลย สิ่งที่เขาร้องมาคือ ให้มีกระบวนการกลับไปทบทวน ซึ่งยังมีเวลา ถ้าทบทวนแล้ว จะตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกอย่างไรก็อยู่ที่ ก.ตร.
“ผมไม่ได้มีอะไรที่ไม่สบายใจกับ ผบ.ตร. เมื่อเช้าวันเดียวกันยังหัวเราะ มีหนังสือพิมพ์ลงบอกจะเด้ง ผบ.ตร. ผมเลยบอกว่าไร้สาระ ผมมีสิทธิ์อะไรอยู่ๆ จะไปเด้งผบ.ตร. ไม่อยู่ในความคิดผมเลย และความสัมพันธ์ของผมกับผบ.ตร.ก็ดี มีแต่คนจะปั่นให้ทะเลาะกัน ซึ่งคิดว่าไม่เป็นผลดี เวลานี้ทุกอย่างยังทำอยู่ภายใต้กฎหมาย การจะเด้งทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล และท่านก็มีไมตรีจิต การตัดสินใจแบบนี้ผมรับผิดชอบ ซึ่งผบ.ตร.บอกว่าไม่ต้องให้ถึงผมหรอก ท่านก็จะรับผิดชอบให้ ผมบอกว่าไม่เป็นไร ว่าไปตามกระบวนการ เมื่อคืนผมก็ยังไลน์คุยกับท่านว่าต้องขอโทษนะ วันนี้ที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ เพราะมีการร้องเรียนมาทั้งหมด และผมอยากจะทำให้มันโปร่งใส ไม่อยากให้ยื่นเรื่องขึ้นไปถึงพระองค์ท่าน ทั้งที่ยังมีเรื่องคาราคาซัง”นายภูมิธรรม ระบุ
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี