วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
รบ.ระดมสรรพกำลังสู้น้ำท่วมใต้
7จว.ดับ33ศพ
สงขลายังอ่วมหนักหลายพื้นที่
จัดซี-130ส่งสิ่งของ5เที่ยว/วัน
นายกฯปักหลักบัญชาการยาว
ปัตตานี-สตูลสั่งพร้อมอพยพ
ศป.กฉ.แถลงน้ำท่วมใต้ดับแล้ว 33 ศพ ใน 7 จว. รับภาครัฐกำลังไม่พอ เปิดลงทะเบียนอาสาสมัครช่วยน้ำท่วมผ่านแอปฯ“ทางรัฐ” รบ.ซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายทั้งหมด สทนช.คาด 5 วันสถานการณ์คลี่คลาย เปิดศูนย์รับบริจาคซับน้ำตาที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศฯ โดยจัด C 130 บินส่งสิ่งของจำเป็นให้ปชช. 5 เที่ยว/วัน “เสธเบิร์ด” แจงยิบศป.กฉ. แบ่งเขตช่วยเหลือประชาชน 4 พื้นที่ 4 ลักษณะ “เขียว-เหลือง-แดง” โฟกัสหาดใหญ่หนักสุด ย้ำ ผบ.ทสส. ตัดสินใจหน้างานได้ หากวิกฤต ก่อนรายงาน “นายกฯ อนุทิน” ส่งทหารคุมพื้นที่เสี่ยง หลังกู้ภัยถูกยิงขู่ ขณะที่ทุกเหล่าทัพระดม ฮ.-อุปกรณ์ช่วยชีวิต-เรือยางเรือยนต์-หน่วยรบพิเศษเน้นนำกลุ่มเปราะบางพ้นจุดวิกฤติ ‘นายกฯ’ลั่น! ไม่จำเป็นไม่กลับกรุงเทพฯ อยู่สั่งการในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย
เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงหลังประชุม ศป.กฉ.ว่า สถานการณ์น้ำภาพรวมปริมาณน้ำฝนที่เติมเข้ามามีปริมาณที่ลดน้อยลง แนวโน้มปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคใต้ลดลง อย่างไรก็ตาม บางจังหวัดที่ถัดออกไปจากจ.สงขลา เริ่มมีการแจ้งเตือนแล้ว เช่น สตูล บางจังหวัดแจ้งอพยพตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนแล้ว
จว.ถัดจากสงขลาเตรียมอพยพ
ทั้งนี้ พบว่าหลังแจ้งเตือนให้อพยพ ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งประมาทต่อสถานการณ์ คิดว่ายังไม่จำเป็นต้องอพยพ ซึ่งศป.กฉ.กังวลว่าหากแจ้งเตือนให้อพยพแล้ว ยังไม่รีบอพยพ อนาคตอาจลำบากในการอพยพได้ ศป.กฉ.จึงสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสำรวจกลุ่มเปราะบาง ไปเชิญชวนประชาชนให้ไปอยู่ศูนย์พักพิงเลย ป้องกันปัญหาที่เกิดในอนาคต สำหรับแนวทางคือ ทุกจังหวัดกรณีเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ศูนย์พักพิงจะกำหนดจุดให้คนในพื้นที่ทราบก่อนมีคำสั่งอพยพ จะดำเนินการเช่นนี้ทุกครั้ง
โต้ข่าวท่วมใต้ดับ80ศพไม่จริง
นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า กรณีมีข่าวว่าโรงพยาบาลหาดใหญ่มีจำนวนผู้เสียชีวิต 80 คนนั้น ยืนยันว่าข้อมูลไม่ตรงกับความจริง ได้รับรายงานจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตครึ่งหนึ่ง 40 คน เป็นผู้เสียชีวิตที่อยู่ในโรงพยาบาลอยู่แล้ว 14 คน เป็นผู้เสียชีวิตที่ไม่ได้มาจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่เสียชีวิตจากการรักษาพยาบาล ข้อมูลที่ออกมาไม่เป็นความจริง
สรุป7จว.อ่วมตาย33-เหตุจมน้ำ/ไฟช็อต
กระทรวงสาธารณสุขรายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี และยะลา มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 33 คนใน 7 จังหวัด แบ่งเป็นนครศรีธรรมราช 9 ราย พัทลุง 4 ราย สงขลา 6 ราย ตรัง 2 ราย สตูล 2 ราย ปัตตานี 5 ราย และยะลา 5 ราย สาเหตุการเสียชีวิต เช่น ถูกน้ำพัด ไฟฟ้าช็อต ดินถล่ม ตกน้ำ และจมน้ำ ข้อมูลนี้ทาง ศป.กฉ.จะแจ้งให้ประชาชนได้ทราบทุกวัน ขอวิงวอนถึงประชาชน ผู้ปรารถนาดี เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เพราะเป็นการสร้างความหวาดหวั่น ไม่เชื่อมั่น ทำลายขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ขอให้ระมัดระวัง
ฮ.ตกไม่จริง-ศป.กฉ.อัพเดตข่าวรายชม.
ส่วนกระแสข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โฆษกรัฐบาลยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตรวจสอบข้อมูลแล้วไม่มีเหตุการณ์ ฮ.ตกแต่อย่างใด ตลอด 2-3 วันมีเฟคนิวส์มาก จึงขอความกรุณาในการเผยแพร่ข่าว ทั้งนี้ ศป.กฉ.ได้รวบรวมข้อมูลผ่านระบบ AI เรียบร้อยแล้ว และได้ส่งข้อมูลให้ศป.กฉ.ส่วนหน้า และจะอัปเดตให้ศป.กฉ.ส่วนหน้าเป็นรายชั่วโมง
เปิดศูนย์รับบริจาคซับน้ำตาท่วมใต้ที่ทอ.
นายสิริพงศ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลเปิดศูนย์อำนวยการประสานงานธารน้ำใจไทยสู้อุทกภัย 2568 ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ ดอนเมือง จะอำนวยความสะดวกทุกมิติ ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดอาจไปรวมศูนย์เกี่ยวกับสิ่งของบริจาคที่จังหวัดได้ และจังหวัดดำเนินการส่งต่อมาที่ศูนย์อำนวยการประสานงานธารน้ำใจฯ ส่วนผู้ที่อยู่กทม.หากจะบริจาคสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นบริจาคได้ที่ศูนย์ฯดังกล่าว
จัดซี130วันละ5เที่ยวส่งของให้ผู้ประสบภัย
นอกจากประชาชนจะให้เป็นสิ่งของเครื่องใช้แล้ว เรายินดีรับการสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องของกำลังและทรัพยากร เช่น เจ็ตสกี สปีดโบ๊ท รถยนต์ยกสูง รถลากจูง อุปกรณ์กู้ภัย สิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพ ลักษณะการช่วยเหลือเหล่านี้ หากต้องการได้รับการสนับสนุนทางศูนย์ฯจะมีเครื่องบิน C 130 บินส่งให้ทุกวัน วันละ 5 รอบ
เปิดรับสมัครอาสาสมัครผ่านแอปฯทางรัฐ
นายสิริพงศ์กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน วันนี้แอปพลิเคชัน ทางรัฐ จะเปิดให้ผู้ที่ต้องการเป็นอาสาสมัครไปร่วมทำงานกับกู้ภัยในพื้นที่ลงทะเบียน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พักและค่าน้ำมันในการเติมยานพาหนะ เพื่อปฏิบัติการในพื้นที่ ส่วนกู้ภัย อาสาสมัครที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ รัฐบาลจะลงทะเบียนย้อนหลังให้เพื่อเป็นการสนับสนุน
“สถานการณ์ครั้งนี้เป็นสถานการณ์ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าอาศัยทางภาครัฐอย่างเดียว กำลังอาจไม่พอ และอาจเกิดความล่าช้า ทำให้เกิดความเสียหายมาก อาสาสมัครเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยเหลือให้ทันสถานการณ์ แต่รัฐบาลไม่ได้ปล่อยให้ท่านเป็นอาสาสมัครแล้วไปสู้เพียงลำพัง รัฐบาลสู้ไปกับท่านด้วย ไปช่วยชาวใต้ด้วยกัน” โฆษก ศป.กฉ.ระบุ
น้ำเริ่มลด-สทนช.คาด5วันคลี่คลาย
ส่วนการคาดการณ์อีกกี่วันน้ำจะลดลง นายสิริพงศ์กล่าวว่า สทนช.คาดการณ์ ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ภายใน 5 วัน สถานการณ์จะคลี่คลายไปกว่านี้มาก แต่อาจมีบางจุดที่เป็นแอ่งเล็ก เป็นพื้นที่ต่ำอาจลงไม่หมด แต่ในภาพรวมถ้าเทียบกับสถานการณ์วันนี้ จะเห็นว่าสถานการณ์เริ่มลดลงแล้ว
ถามถึงกรณีทีมกู้ภัยถูกยิงปืนไล่ระหว่างเข้าช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม นายสิริพงศ์กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้ว ประเด็นนี้มีหลายสาเหตุ แต่ในความจำเป็นที่จะต้องมี ศป.กฉ. เนื่องจาก ศป.กฉ.จะรู้สถานการณ์หน้างานว่าควรปฏิบัติอย่างไร เช่น พื้นที่หาดใหญ่ตอนนี้ บางหน่วยงานเอาเรือหางยาวเข้าไปปรากฏว่าเรือหางยาวที่เข้าไปช่วงแรกคว่ำทุกลำเลย เพราะสู้แรงน้ำไม่ได้ นี่คือความจำเป็นต้องคุยกับศป.กฉ.ก่อน หรือแม้แต่การใช้ยานพาหนะบางอย่างในเขตชุมชน หรือคนที่อยู่ในตัวบ้านที่ไม่ได้อพยพออกมา ก็ต้องระวัง เข้าใจว่าทุกคนรีบหมด ขณะที่คนติดในบ้านก็ทุกข์ ดังนั้น การบริหารสถานการณ์แบบนี้จึงสำคัญ
ผบ.ทสส.แบ่งโซนช่วยปชชเน้นสีแดง-เหลือง
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม ศป.กฉ. กรณีฝ่ายปฏิบัติต้องฟังคำสั่งจากใครในการแก้ปัญหาน้ำท่วม จ.สงขลา เพราะตั้งหลายศูนย์ว่า วันนี้ ศป.กฉ.เริ่มบริหารจัดการข้อมูลแล้ว ทีมศป.กฉ.รวบรวมข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามา เพื่อคัดแยกเคสเป็นสีคือ สีแดงและสีเหลือง โดยอัพเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์และส่งไปยัง ศป.กฉ.ส่วนหน้า ที่มีพล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นผู้บัญชาการอยู่ โดยผบ.ทสส.แบ่งโซนรับผิดชอบพื้นที่ไว้ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ผบ.ทสส.จะแจ้งว่าใครรับผิดชอบโซนใด จากนั้นเราจะรู้ว่าแต่ละพื้นที่ต้องประสานใคร ก่อนส่งข้อมูลเคสสีแดง สีเหลืองให้แต่ละโซนที่รับผิดชอบ แต่ละพื้นที่จะมีอุปกรณ์พร้อมอยู่แล้ว ขณะนี้กำลังติดต่อเรื่องของโดรนเพิ่มเติมจากกองทัพ เพื่อส่งของให้ผู้ประสบภัย เพราะเราต้องใช้ทุกวิธีให้ช่วยเหลือได้มากและเร็วที่สุด
ศูนย์พักพิงมอ.ขาดแคลนสิ่งของจำนวนมาก
นายภราดรกล่าวต่อว่า นอกจาก ศป.กฉ.แล้ว หลังบ้านจะเตรียมการช่วยเหลือ โดยพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ไปประจำการอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ รอประชาชนที่ต้องการนำสิ่งของไปให้ผู้ประสบภัย รัฐบาลประสานกองทัพอากาศขนสิ่งของ โดยใช้เครื่อง C 130 ส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้ 5 เที่ยวบินต่อวัน สิ่งจำเป็นที่สุดคือ เจ็ตสกีและเรือเครื่องพร้อมคนขับ สำหรับศูนย์พักพิงศูนย์ใหญ่อยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีประชาชนเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งของจำเป็นหลายอย่างยังขาด เพราะในพื้นที่ไม่มีของให้ซื้อ อาทิ เครื่องนอน เสื่อ ผ้าห่ม หากใครต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ภาคใต้ รัฐบาลพร้อมส่งสิ่งของเหล่านี้ไปให้ วันนี้เรือท้องแบนและเจ็ตสกีมีลงไปพอสมควรแล้ว แต่ถ้ายิ่งมีเยอะมากเท่าไหร่ยิ่งช่วยคนได้เร็ว ซึ่งวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนประสานนายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลาได้แจ้งว่ามีเรือประมงหางยาวที่เข้าพื้นที่ได้เป็นร้อยลำ แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยน เพราะ อ.สิงหนคร และอ.เมืองสงขลา กำลังเป็นพื้นที่ประสบภัย เรือร้อยลำที่เราประสานไว้อาจต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน
อ.เมืองสงขลา-สทิงพระ-สตูลสาหัส
นายภราดรยังสรุปสถานการณ์น้ำท่วมว่า วันนี้ไม่ใช่แค่ตัวเมืองสงขลา หรืออ.สทิงพระ ยังมีจ.สตูล ที่อาการหนักเช่นกัน ได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ประชาสัมพันธ์ว่าหากเป็นไปได้ขอให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ เพื่อการช่วยเหลือจะได้รวมอยู่ที่ศูนย์อพยพ ไม่ต้องไปตามบ้านอย่างที่อ.หาดใหญ่ เราจะใช้อ.หาดใหญ่เป็นบทเรียน ตอนนี้แต่ละจังหวัดเตรียมสถานที่ไว้แล้ว
แบ่ง4โซนช่วยปชช.เน้นหาดใหญ่จุดวิกฤติ
ด้านพลโท วันชนะ สวัสดี โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ. แถลงหลังกองบัญชาการกองทัพไทยจัดส่งกำลังพลและทีมแพทย์ สิ่งอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจภาคสนามและสิ่งของบรรเทาทุกข์ ไปช่วยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลาว่า ปัจจุบันแบ่งพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่วิกฤต เพราะเป็นจุดที่น้ำไหลมารวมตัวกัน โดยในส่วนพื้นที่รอบอำเภอหาดใหญ่ มีกองพันประจำอำเภอของกองทัพบกดูแล และมีกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยร่วมด้วย
สำหรับการแบ่งพื้นที่นั้น แบ่งเป็น 4 เขต ประกอบด้วย เขตที่ 1 กรม.พัฒนาที่ 4 และกองพันพัฒนาที่ 4, เขตที่ 2 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 (ร.5 พัน.1), เขตที่ 3 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 (ป.5 พัน.5), เขตที่ 4 กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 42 (พัน.ร.มทบ.42) โดยแต่ละเขตมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และจะมีการบริหารจัดการ 4 ลักษณะ 1.บริหารจัดการคน เร่งอพยพคนมาอยู่ในศูนย์พักพิง ขณะที่ประชาชนบางส่วนที่ไม่ประสงค์มาอยู่ในศูนย์พักพิง ยังอยู่บ้าน จะสำรวจว่า อยู่พื้นที่ใดบ้าง 2.การบริหารจัดการสิ่งของ และส่งความช่วยเหลือไปยังประชาชน บูรณาการจากสิ่งของที่รับบริจาคมาทั้งหมด ปรุงอาหารสุก และกระจายส่งไปให้ประชาชนทั้งศูนย์อพยพ และที่ยังอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน ขณะที่รัฐบาลตั้งศูนย์บริจาคที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ เช่นเดียวกับกองบัญชาการของเหล่าทัพทั้งหมด จะเป็นพื้นที่รับบริจาคสิ่งของจากประชาชน เพื่อส่งต่อให้ผู้เดือดร้อน ขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัด บริจาคสิ่งของได้ที่มณฑลทหารบกทั่วประเทศ
ย้ำอำนาจผบ.ทสส.ตัดสินใจหน้างานได้ทันที
3.การบริหารจัดการน้ำ ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องยากมาก เพราะน้ำท่วมเหมือนกันทุกพื้นที่ และปัจจุบันนี้ยังมีฝนตกอยู่ มีการเพิ่มเติมน้ำเข้ามาในพื้นที่ จึงต้องดูว่า จะดำเนินการอย่างไรให้น้ำลดเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยน้ำทะเลหนุน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องคุยกันต่อไป 4.การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ปัจจุบัน การเผยแพร่ช่องทางความช่วยเหลือ เช่น ช่องทางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย โทร.1784 หรือสายด่วนรัฐบาล โทร.1111 ซึ่งจะจัดระบบความเร่งด่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นสีเขียว เหลือง และแดง เพื่อส่งข้อมูลไปยังพื้นที่ส่วนหน้า ให้หน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่ลงไปช่วยเหลือเร็วที่สุด
ส่วนอำนาจหน้าที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือผบ.ทสส. ในการควบคุมกำกับดูแลศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า ที่กองบิน 56 จ.สงขลาคือ การบูรณาการให้งานทุกอย่างกระชับขึ้น ซึ่งเชื่อว่า จะทำงานได้ดีขึ้น และ ผบ.ทสส.จะรายงานตรงไปที่นายกรัฐมนตรี ความคืบหน้าการแก้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ ถ้าวิกฤตเร่งด่วน ผบ.ทสส.ตัดสินใจหน้างานได้เลย ส่วนข้อกังวลยอมรับมีเรื่องความสับสนวุ่นวาย แม้ยุทธโธปกรณ์ช่วยเหลือจะนำมารวม และการช่วยเหลือยังไม่ทันกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน
ผบ.ทสส.สั่งด่วนย้ายกลุ่มเปราะบาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส.สั่งการศป.กฉ.ส่วนหน้า เร่งช่วยเหลือประชาชนที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมเร่งลำเลียงอาหาร และสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้ถึงมือประชาชนเร็วที่สุด พร้อมสั่งทุกหน่วยร่วมกับจ.สงขลา ปภ. ตำรวจและหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือรวดเร็วทั่วถึง ไม่ทอดทิ้งประชาชนยามวิกฤต นอกจากนี้ ผบ.ทสส.ยังสั่งการเร่งด่วนในการค้นหาและเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่ รวมถึงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล นำอาหารสิ่งของอุปโภค บริโภคจำเป็นส่งผู้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้ สำหรับ กำลังทางเรือ และ รถในการเข้าพื้นที่ให้ประสานการปฏิบัติร่วมกับกำลังทางอากาศด้วย ต้องแชร์ข้อมูลกัน บางพื้นที่รถเรือเข้าไม่ได้ ให้ชี้เป้าให้กำลังทางอากาศ ขณะที่กำลังทางอากาศบินแล้วเจออะไรให้ประเมินสถานการณ์เพื่อประสานทางเรือและรถในการเข้าพื้นที่ ถือเป็น censor ให้กัน ภารกิจหลักคือ เอาคนออกมาก่อน ภารกิจรองคือ นำอาหารและเครื่องใช้ไปให้ พร้อมกันนี้ยังฝากการบ้าน 4 ข้อคือ 1.ทำข้อมูลสภาพภัยพิบัติให้ชัดเจน 2.ทำข้อมูลประเมินสถานการณ์อนาคตให้ชัดเจน 3.รวบรวมสภาพกำลังทุกภาคส่วนทุกเหล่าทัพให้ชัดเจน 4.แบ่งภารกิจความรับผิดชอบให้ชัดเจน โดยมีกิจเร่งด่วนตามที่มอบหมายไป
ทบ.ระดมฮ.-หน่วยรบพิเศษ-เรือยาง-6ล้อ
วันเดียวกัน พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก สั่งระดมอากาศยานของกองทัพบก อุปกรณ์ทางการแพทย์ และส่งหน่วยรบพิเศษพร้อมเครื่องมือเคลื่อนย้าย โดยเครื่องบินลำเลียงของกองทัพบกเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์ Mi-17 จำนวน 1 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ EC-145 จำนวน 2 เครื่อง พร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดกำลังชุดกู้ภัยทางอากาศ 30 นาย พร้อมเครื่องมือ Rescue Platform สำหรับกู้ภัยทางอากาศ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดชุดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยทางน้ำ พร้อมยุทโธปกรณ์ รถยนต์บรรทุก FTS และรถยนต์บรรทุกหกล้อ 17 คัน เรือยางติดเครื่องยนต์ 8 ลำ และกำลังพลกว่า 40 นาย จากจังหวัดลพบุรี โดยจะส่งหน่วยรบพิเศษโรยตัวช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างในพื้นที่เสี่ยง และจัดชุดแพทย์ทหารลงพื้นที่ดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างปลอดภัยทั่วถึง
นายกฯลงสงขลารอบ3นำทีมกู้ภัยไปด้วย
ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6)ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำคณะลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อบัญชาการและติดตามสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วม ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ครั้งที่ 3 ของนายกฯ โดยครั้งนี้นำทีมกู้ชีพจากหลายหน่วยงาน คนขับเจ็ตสกี ร่วมคณะลงพื้นที่ไปพร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค เจ็ตสกีใส่เครื่องบิน C130 ไปด้วย
ลั่นไม่กลับกทม.จนกว่าท่วมคลี่คลาย
เมื่อเดินทางถึง นายกฯเป็นประธานประชุมผ่านระบบออนไลน์จากกองบิน 56 จ.สงขลา ไปที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ซึ่งนายกฯกล่าวกลางที่ประชุมว่าจะยังอยู่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นอื่นจะไม่บินกลับเด็ดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯพร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำ บริเวณสะพานข้ามคลองชลประทาน บ้านบางแฟบพัฒนา ต.ควนลัง มีประชาชนบางส่วนเข้ามาร้องเรียนว่า พยายามโบกรถขอความช่วยเหลือจาก ปภ. 2 คัน แต่ไม่มีใครจอด จนวันนี้นายกฯมาลงพื้นที่หาดใหญ่ ถึงจะจอดเจอประชาชน ทำให้นายกฯหันไปสั่งผู้ว่าฯสงขลา ก่อนจะพูดคุยกับประชาชนและมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และกล่าวให้กำลังใจประชาชนที่ประสบภัย ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่าว่านายกฯยกเลิกนัดหมายวาระงานล่วงหน้าตลอดสัปดาห์นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด
ปัตตานีน้ำทะลักรพ.-ผู้ว่าฯสั่งปชช.เตรียมพร้อม
ที่จ.ปัตตานี ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 วัน ถนนหลายสายหลักมีน้ำขัง อาทิ ถนนสายนาเกลือ เจริญประดิษฐ์ หลังวัง ต.จาบังตีกอ และพื้นที่ลุ่มต่ำ ต.รูสะมีแล นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าฯปัตตานีกำชับเจ้าหน้าที่ 12 อำเภอ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนได้ทันที โดยจังหวัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายสิ่งของจำเป็น ถ้าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกันที่รพ.สมเด็จพระยุพราชสายบุรี อ.สายบุรี ประกาศมาตรการฉุกเฉิน เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฟอกไตทั้งหมดไปรพ.ปัตตานี หลังน้ำไหลเข้าอาคารบริการและส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขโดยตรง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เร่งประสานเครือข่ายแจ้งเตือนผู้ป่วยฟอกไตที่มีนัดหมายล่วงหน้า ให้เตรียมรับการเคลื่อนย้ายด่วน เพราะหน่วยบริการฟอกไตไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ พร้อมแจ้งผู้ป่วยฟอกไตทุกคนเปลี่ยนไปฟอกไตที่โรงพยาบาลปัตตานีชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย
สตูลอ่วม7อภ.-เฝ้าระวังน้ำป่าดินโคลนถล่ม
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูลรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า จ.สตูลมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มหลายจุด พื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 7 อำเภอ 30 ตำบล 219 หมู่บ้าน 20 ชุมชน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 26,349 ครัวเรือน 68,926 คน มี ผู้บาดเจ็บ 18 คน และผู้เสียชีวิต 2 ราย สถานการณ์คมนาคม ทางหลวงรวม 17 เส้นทาง ผ่านได้ 10 เส้นทาง ผ่านไม่ได้ 7 เส้นทาง จากน้ำท่วมผิวถนน แนวโน้มสถานการณ์ ฝนลดลงต่อเนื่องในหลายพื้นที่ แต่ต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและชุมชนใกล้ลำธาร
ละงูสั่งอพยพด่วน100%-ไม่ย้ายต้องรับสภาพ
ที่อ.ละงู จ.สตูล เข้าสู่ภาวะวิกฤตหลังมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายพื้นที่มีระดับสูงเกินต้าน ล่าสุด องค์การบริหารส่วนตำบลละงู (อบต.ละงู) สร้างความตื่นตระหนกและย้ำความรุนแรงของสถานการณ์ ด้วยการออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียด้วยข้อความชัดเจนเด็ดขาดว่า ประกาศพื้นที่น้ำท่วมต้องอพยพ 100% หากยังดึงดันไม่ออกจากพื้นที่ ต้องยอมรับสภาพ อย่าโทษหน่วยงาน เพราะไปช่วยเหลือไม่ได้ น้ำสูงเกินต้าน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี