ให้ออกราชการอีก4 ราชทัณฑ์เชือดระดับ‘ผอ.-จนท.’ พร้อมฟันผิดวินัยร้ายแรง เอี่ยวคุกวีไอพีบริการจีนเทา

ให้ออกราชการอีก4 ราชทัณฑ์เชือดระดับ‘ผอ.-จนท.’ พร้อมฟันผิดวินัยร้ายแรง เอี่ยวคุกวีไอพีบริการจีนเทา

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ให้ออกราชการอีก4

ราชทัณฑ์เชือดระดับ‘ผอ.-จนท.’

พร้อมฟันผิดวินัยร้ายแรง

เอี่ยวคุกวีไอพีบริการจีนเทา

‘รมว.ยธ.’ชี้มีพิรุธอีกเพียบ

 

รมว.ยุติธรรม เผย กรมราชทัณฑ์ ฟันเพิ่มอีก 4 ราย “ผอ.ส่วนควบคุมฯ-จนท.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ”ผิดวินัยร้ายแรง ให้ออกจากราชการ หลักฐานชัดรู้เห็นเอื้อประโยชน์นักโทษจีนเทา ด้าน รมว.ยธ.เผยในการเข้าตรวจเรือนจำ มีเจ้าหน้าที่เขียนจดหมายน้อยยัดใส่มือคอยให้เบาะแสความผิดปกติเพียบ


เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่อาคารกรมบังคับคดี ถ.บางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติ ธรรม เป็นประธานในพิธีสงฆ์ในงาน “วันคล้ายวันสถาปนากรมบังคับคดีครบรอบ 51 ปี” ต่อจากนั้นได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังจีนเทา ภายหลังจากที่รมว.ยุติธรรมได้ขีดเส้น 5 วัน สำหรับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง นำโดย นายไพฑูรย์ มงคลหัตถี ผู้หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ประธานคณะกรรมการฯ ดำเนินการตรวจสอบ

โดย พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมราชทัณฑ์ ราว 1 ชม. ว่า ตนได้ประชุมร่วมกับนายไพฑูรย์ มงคลหัตถี ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรับรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบ รวมถึงหารือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)เพื่อดำเนินการในส่วนคดีอาญา ทั้งนี้ เบื้องต้นพบการกระทำผิดชัดเจนเรื่องของวินัยร้ายแรงและได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน 4 นาย โดยเป็นผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง 1 นาย และอีก 3 นายเป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรือนจำฯ ซึ่งรับรู้เรื่องการกระทำความผิดและไม่ดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ 4 นาย อยู่ในจำนวน 20 รายชื่อที่ถูกคำสั่งย้ายไปเรือนจำต่างจังหวัดก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ยังมีพยานหลักฐานจากการสอบปากคำพยานและอีกหลายๆ ส่วนที่จะยืนยันการกระทำความผิดวินัยร้ายแรงได้ โดยคณะทำงานจะรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุดก่อนจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อไป

พล.ต.ท.รุทธพล เผยว่า ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เหลืออีก 14 นาย ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากบางคนก็อาจอยู่ในสภาวะจำยอมจากการที่ผู้บังคับบัญชาการสั่งการ อีกทั้งตอนที่ตนได้เข้าไปตรวจเรือนจำวันแรก ก็มีเจ้าหน้าที่บางส่วนเขียนจดหมายน้อยแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นยัดใส่มือตนเอง ดังนั้น ใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด บางคนอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่ไปอยู่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุเท่านั้น บางคนอาจมีความผิดเล็กน้อยตามลำดับชั้น ดังนั้น ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

พล.ต.ท.รุทธพล เผยต่อว่า ส่วนประเด็นที่ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ผบ.เรืแนจำฯ และพวกนั้นทราบว่าดำเนินการไปได้ค่อนข้างมากแล้ว และตรวจสอบไปแล้วหลายชั้นจนถึงกลุ่มเครือญาติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีการสรุปราย งานอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ในรายละเอียดสำนวนการสืบสวนตนไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมไปถึงกระแสข่าวลือว่าหญิงนางแบบชาวจีนทั้ง 2 คน ได้รับเงินค่าจ้าง 5 แสนบาทด้วยนั้น ก็ต้องดำเนินการขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ฉาวเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มหานคร ห้องเชือดใต้บันได ล่าสุดได้มีข้าราชการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน รวมทั้งสิ้น 6 ราย ประกอบด้วย 1.ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 2.เลขานุการ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วนที่เพิ่ม4นาย ได้แก่ ผอ.ส่วนควบคุมผู้ต้องขัง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และอีก 3 เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ด้าน นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้พิจารณากรณีชุดปฏิบัติการพิเศษของกรมราชทัณฑ์ตรวจค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และพบห้องลับที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องวีไอพี เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการแก่กลุ่มผู้ต้องขังชาวจีนและผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเห็นชอบให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว และเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริง

“เรื่องนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า มีการเลือกปฏิบัติ ตลอดจนมีการทุจริตต่อหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กสม. เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ กระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม อาจขัดต่อกฎหมาย และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 27 ที่บัญญัติไว้ว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องอายุ ความพิการ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม หรือเหตุอื่นใด จะกระทำมิได้ ในการประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2568 จึงมีมติให้หยิบยกกรณีห้องวีไอพีของผู้ต้องขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขึ้นตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไป” นายวสันต์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top