วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร.ได้สั่งการให้ สตม.สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./เลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.,
ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ ดังนี้
1.สตม.รวบผู้ต้องหาสแกมเมอร์จีนหนีคดี ซุกตัวหมู่บ้านหรู
ด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.สส.สตม.ได้รับแจ้งเบาะแสว่าพบชายชาวจีนมีพฤติกรรมต้องสงสัย จึงได้ทำการสืบสวนพบว่าชายชาวจีนดังกล่าวใช้รถยนต์หรู และพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหรูย่านกรุงเทพกรีฑา ส่วนใหญ่มักจะเก็บตัวอยู่ภายในบ้าน จึงได้ประสานตรวจสอบข้อมูลบุคคลไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย รับแจ้งว่าบุคคลดังกล่าวคือ Mr.Zeng (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี สัญชาติจีน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการตัวกลับไปดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดย Mr.Zeng ได้จัดตั้งบริษัทปลอม ชื่อ Shell Company เพื่อชักชวนให้กลุ่มผู้เสียหายมาร่วมลงทุน เบื้องต้นพบความเสียหายประมาณ 1,100,000 หยวน โดยใช้อาคารในเมืองแมนซิ่ว ประเทศเมียนมา เป็นสถานที่ในการกระทำความผิด และต่อมาได้หลบหนีมายังประเทศไทย ผบก.สส.สตม.จึงได้เพิกถอนวีซ่าของ Mr.Zeng และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุม
จนท.ศปชก.สตม.จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ Mr.Zeng จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และจากการตรวจสอบน่าเชื่อว่า Mr.Zeng ได้นำเงินที่หลอกลวงมาซื้อทรัพย์สินในประเทศไทย จึงทำการตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อ Toyota Alphard ทะเบียนสวยงาม จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ต้องหา และอยู่ระหว่างตรวจสอบบ้านหรูที่เข้าทำการตรวจค้นราคาประมาณ 20 ล้านบาท ว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดและมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหรือไม่อย่างไร เพื่อจะได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
2.สตม.รวบผู้ต้องหาสแกมเมอร์ญี่ปุ่น หลอกเหยื่อเทรดเงินออนไลน์
สืบเนื่องจาก บก.สส.สตม.ได้ทำการสืบสวนกรณีพบกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นในพื้นที่ทองหล่อ มีพฤติการณ์ก่อความเดือนร้อนรำคาญแก่ผู้ร่วมพักอาศัยในคอนโดมิเนียม จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบพบว่าชาวญี่ปุ่นรายดังกล่าว คือ Mr.Sakamoto (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี จึงได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ขอตรวจสอบสถานะบุคคล โดยพบว่า Mr.Sakamoto เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่นในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีพฤติการณ์ในการหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นตัวแทนของบริษัทลงทุนชักชวนให้ซื้อขายสกุลเงินออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น FX First ในห้วงปี พ.ศ.2566 เบื้องต้นพบผู้เสียหายจำนวนหลายราย ความเสียหายรายละประมาณ 500,000 - 1,000,000 เยน
ต่อมาทางการญี่ปุ่นได้ออกหมายจับ Mr.Sakamoto จึงได้หลบหนีคดีมายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขออนุมัติ ผบก.สส.สตม.เพิกถอนวีซ่าของ Mr.Sakamoto และควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม.เพื่อกักตัวรอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป
3.ความคืบหน้าการดำเนินคดีนอมินี พื้นที่เกาะพะงัน
ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน บก.สส.สตม.ทำการสืบสวนกรณีคนต่างด้าวลักลอบประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นนอมินีอำพรางถือหุ้นแทน เพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้ ซึ่งจากการสืบสวนในเบื้องต้นพบบริษัทที่จดทะเบียนนิติบุคคลมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิด จำนวน 3 บริษัท โดยประกอบธุรกิจให้เช่าวิลล่าหรู เป็นรายวันและรายเดือน ซึ่งมีทั้งประกาศขายวิลล่าหรูหลังละ 15 ล้านบาท, ปล่อยเช่ารายวัน วันละ 10,000 บาท รายเดือน เดือนละ 80,000 บาท เป็นต้น โดยเน้นให้บริการกับคนต่างด้าวบางสัญชาติ ปัจจุบันได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินคดีแล้วตามคดีอาญาที่ 945/2568, 946/2568 และ 948/2568 ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน
ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มคนไทยที่ช่วยเหลือและเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินีถือหุ้นแทนในบริษัทของคนต่างด้าว) จำนวน 7 ราย และแจ้งข้อกล่าวหาคนต่างด้าวซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจที่แท้จริง จำนวน 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป
สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้ าเมืองอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี