วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
ตำรวจท่องเที่ยวพะงัน บูรณาการร่วมหลายฝ่าย บุกทลายปาร์ตี้ข้ามคืน รวบ 4 ชาวอิสราเอล แก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดโคเคน-เคตามีนเพียบ
วันที่ 12 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้ นโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ที่สั่งการให้กวดขันกวาดล้างอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและพฤติกรรมไม่เหมาะสมของชาวต่างชาติ อย่างเคร่งครัดล่าสุด พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (สว.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3) พร้อมสนธิกำลัง บูรณาการร่วม กก.สืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี …พ.ต.ท.เจริญชัย บุญเกลี้ยง สว.กก.สืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ,ร.ต.ต.วัชรินทร์ นาคบำรุงสภ.เกาะพะงัน ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.อภิชาต จันทร์สำเร็จ ผกก.สภ.เกาะพะงันนำโดย พ.ต.ท.ชัยยุทธ คงแก้ว รองผกก.ป.สภ.เกาะพะงัน,ฝ่ายปกครองเกาะพะงัน ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ นายไพสิฐ ทองเจิม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทน นายอำเภอเกาะพะงัน
มว.ต.ธนพนธ์ แซ่ตั้ง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เกาะพะงัน พ.ต.ท.หญิง ดุจเทพรัตน์ สิทธิฤทธิ์ สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี นำโดย ร.ต.อ.สิริวัฒน์ สมหวัง รอง สว.ตม.จว.สุราษฏร์ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บุกเข้าตรวจสอบวิลล่าหรู ต.เกาะพะงัน หลังได้รับร้องเรียนจากพลเมืองดีว่ามีการจัดปาร์ตี้มั่วสุม ส่งเสียงดัง และมีชาวต่างชาติเข้าออกผิดสังเกตตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบประตูวิลล่าเปิดอยู่และมีการเปิดเพลงเสียงดัง พบนาย ชอน ชาฮาร์ อายุ 33 ปี สัญชาติอิสราเอล อยู่บริเวณหน้าบ้าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่นายชอนมีท่าทีพิรุธและพยายามวิ่งหนีเข้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้หยุดและเข้าตรวจสอบ พบเศษผงสีขาวตกเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ
จากการตรวจค้นภายในบ้าน พบหญิงสัญชาติอิสราเอลอีก 2 ราย คือ น.ส.มิเชล เซสซัน อายุ 24 ปี และ น.ส.เจนนิเฟอร์ ลีวชิท อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดหลายรายการ ประกอบด้วย
โคเคน 3.32 กรัม เคตามีน 28.99 กรัม ยาอี (MDMA) 0.86 กรัม บุหรี่ไฟฟ้า 29 ตัว

จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การซัดทอดว่า ซื้อยาเสพติดมาจาก นายรีเจฟ รัชมานี อายุ 48 ปี สัญชาติอิสราเอลในราคากรัมละ 4,500 บาท โดยติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp เพื่อนำมาจำหน่ายต่อให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในงานปาร์ตี้ต่างๆ บนเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังขยายผล เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายรีเจฟ ต.เกาะพะงัน พบของกลางเพิ่มเติมจำนวนมาก ได้แก่ โคเคน 33.36 กรัม เคตามีน 16.07 กรัม ยาอี 23 เม็ด ที่แบ่งใส่ถุงอีก 10.39 กรัม เงินสด 79,000 บาท
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากลุ่มผู้ต้องหาที่ 1-3 ในความผิดฐาน "ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และ 2 เพื่อจำหน่าย, ร่วมกันครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติด และครอบครองสินค้าหนีภาษี (บุหรี่ไฟฟ้า)" ส่วนนายรีเจฟ (ผู้ต้องหาที่ 4) ถูกแจ้งข้อหาหนักฐาน "จำหน่ายและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กตาซี, แสตมป์ LSD) และประเภท 2 (โคเคน, เคตามีน) เพื่อจำหน่าย และเสพยาเสพติด" ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

เคสนี้เป็นการ บูรณาการร่วมหลายฝ่ายบุกทะลายปาร์ตี้ข้ามคืนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาสี่รายพร้อมทั้งขยายผลต่อได้ของกลางเป็นจำนวนมาก และยังพบว่ามีการบรรจุภัณฑ์ใช้ ใหม่แพ็คเก็ตใหม่แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนเป็นถุงเปิดปิดพลาสติกมีรูปปืนซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มอิสราเอลและจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลโดยเฉพาะกลุ่มจำเพาะ เพื่อสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ดีในพื้นที่เกาะพะงันเป็นความเข้มแข็งของฝ่ายความมั่นคง ทุกภาคส่วน ที่จับมือกันบูรณาการกวาดล้างผู้กระทำผิดซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัยในพื้นที่เกาะพะงัน เพื่อที่จะยกระดับการท่องเที่ยวและยกระดับความปลอดภัยแบบเป็นรูปธรรมที่ยั่งยืนตามนโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นในแหล่งการท่องเที่ยวเป็นพื้นที่สีขาวในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี