ศาลรับฟ้อง'โรม' คดีหมิ่น'เบน สมิธ' นัดสอบคำให้การ 23 ก.พ.นี้

ศาลรับฟ้อง'โรม' คดีหมิ่น'เบน สมิธ' นัดสอบคำให้การ 23 ก.พ.นี้

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.58 น.

"รังสิมันต์ โรม"ตกเป็นจำเลย หลังศาลอาญาประทับฟ้องคดีอภิปรายหมิ่น"เบน สมิธ"เป็นแก๊งสแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์ ศาลนัดสอบคำให้การ 23 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งประทับฟ้องคดีดำ อ.2809/2568 ที่ นายเบน สมิธ หรือ MR.Benjamin Mauer berger นักธุรกิจชาวต่างชาติ เป็นโจทก์ฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งเป็นเงินจำนวน 100 ล้านบาท


โจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 นายรังสิมันต์ อภิปรายในสภาฯ กล่าวหานายเบน โจทก์ ทำนองว่า เป็นแก๊งแสกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 100 ล้านบาทด้วย

คดีนี้ศาลได้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 แล้วเสร็จ และนัดฟังคำสั่งในวันนี้

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อพิจารณาตามภาพและข้อความในเอกสารและวัตถุพยานหมายซึ่งเป็นการอภิปราย การโพสต์ข้อความ ภาพถ่าย และคลิปวีดีโอลงในแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อความ ภาพถ่าย และคลิปวีดีโอของจำเลยได้ เมื่อบุคคลทั่วไปหรือบุคคลที่สามได้เห็นข้อความแล้ว อาจทำให้บุคคลทั่วไปหรือบุคคลที่สามเข้าใจว่า โจทก์มีพฤติกรรมเป็นบุคคลหรือผู้ที่มีบทบาทหน้าที่ในกลุ่มคนที่ใช้กลอุบายหลอกลวงผู้อื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดในทางที่ไม่ชอบ มีพฤติกรรมโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอันเป็นความผิดฐานฟอกเงิน และประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย

คำกล่าวอภิปรายและการกระทำของจำเลยตามฟ้อง มีลักษณะเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามโดยการโฆษณาในประการที่น่าจะทำให้โจทก์นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง แม้จำเลยกล่าวและโพสต์ข้อความ ภาพถ่าย และคลิปวีดีโอ ในขณะที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวในที่ประชุมไปปรากฏนอกบริเวณรัฐสภาผ่านทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ และการกล่าวถ้อยคำนั้นมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญา และละเมิดสิทธิในทางแพ่งของบุคคลอื่น โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกย่อมมิใช่สมาชิกแห่งรัฐสภานั้น ไม่มีโอกาสชี้แจงอภิปรายโต้แย้ง จำเลยจึงไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 124

ส่วนที่จำเลยแถลงอีกว่าการกระทำของจำเลยได้รับยกเว้นความผิดหรือยกเว้นโทษจากความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 นั้น เห็นว่า การกระทำที่จะได้รับยกเว้นความผิดหรือยกเว้นโทษตามบทมาตราดังกล่าว จะต้องเป็นการแสดงความเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต แต่การอภิปรายของจำเลยเป็นการกล่าวในที่ประชุมรัฐสภาในวาระของการแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งแม้จำเลยในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มีสิทธิอภิปรายซักถามแนวทางการดำเนินการตามนโยบายและในเนื้อหาเกี่ยวกับนโยบายนั้นได้

แต่เมื่อการกระทำของจำเลยมีลักษณะเป็นการใส่ความโจทก์โดยยังไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด และไม่ได้รับการพิสูจน์ความผิดในขณะนั้นว่าโจทก์เป็นตัวการร่วมกระทำผิดเป็นสแกมเมอร์ ร่วมฟอกเงิน และประกอบธุรกิจผิดกฎหมายโดยไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาล ในชั้นนี้เห็นว่า คดีของโจทก์มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ให้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา ให้นัดพร้อมคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย และสอบคำให้การจำเลยวันที่  23 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น.

- 006

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top