วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
ตร.ท่องเที่ยว ทลายแก๊งยานรกข้ามชาติ ภายในวิลล่าหรู กลางเกาะพะงัน อีกรายแก๊งยานรกเหิม ยิงปะทะเจ้าหน้าที่ พอจวนตัว ทิ้งยาบ้า 5 แสนเม็ด ก่อนเผ่นหนี
เมื่อวันที่ 12 มกราคม พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) มอบหมายให้ บก.ทท.3 นำโดย พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 สนธิกำลังร่วมกับตำรวจสืบสวนภูธร จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน ฝ่ายปกครอง และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สุราษฎร์ธานี บุกทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ที่วิลล่าหรูบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติ จัดปาร์ตี้ส่งเสียงดังและอาจมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด โดยพบชาวต่างชาติ เข้าออกอย่างผิดสังเกตุ
ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่วิลล่าดังกล่าว พบตัวนายชอน ชาฮาร์ (MR.SHON SHAHAR) อายุ 33 ปี สัญชาติอิสราเอล แสดงท่าทีพิรุธ พยายามวิ่งหนี เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้หยุดและเข้าตรวจสอบ พบเศษผงสีขาวตกเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ ภายในยังพบหญิงชาวอิสราเอล อีก 2 คน ทราบชื่อคือ น.ส.มิเชล เซสซัน (MS.MICHAL SASSON) อายุ 24 ปี และ น.ส.เจนนิเฟอร์ ลีวชิท (MS.JENNIFER LIVSHITS) อายุ 23 ปี พร้อมของกลางโคเคน 3.32 กรัม เคตามีน 28.99 กรัม ยาอี (MDMA) 0.86 กรัม และบุหรี่ไฟฟ้า 29 ตัว ที่วางตกเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ จึงยึดไว้เป็นของกลาง
สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ซัดทอดว่าซื้อยาเสพติดมาจากนายรีเจฟ รัชมานี (MR.REGEV RACHMANI) อายุ 48 ปี สัญชาติอิสราเอล ผ่านแอปพลิเคชั่น WhatsApp ในราคากรัมละ 4,500 บาท เจ้าหน้าที่จึงวางแผนบุกค้นบ้านพักของนายรีเจฟ ในพื้นที่หมู่ 6 เกาะพะงัน โดยพบนายรีเจฟ ส่วนภายในบ้านพัก พบโคเคน 33.36 กรัม เคตามีน 16.07 กรัม ยาอี (แบบเม็ดและผง) แสตมป์ LSD และเงินสด 79,000 บาท ซึ่งยาเสพติดที่พบ ถูกบรรจุในถุงซิปล็อกเป็นลายรูปปืน ซึ่งเป็นแพ็กเกจจิ้งรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน คาดว่าเป็นสัญลักษณ์ของเครือข่ายเฉพาะกลุ่ม
ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ระบุว่าเครือข่ายนี้มุ่งจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลด้วยกัน ตามงานปาร์ตี้ต่างๆ ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลต่างชาติ ที่เข้ามาแฝงตัวกระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อยกระดับเกาะพะงัน ให้เป็นพื้นที่สีขาว และสร้างความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาผู้ต้องหา 3 รายแรก ในความผิดฐานร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และ 2 เพื่อจำหน่าย , ร่วมกันครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเพื่อจำหน่าย , เสพยาเสพติดและครอบครองสินค้าหนีภาษี (บุหรี่ไฟฟ้า) ส่วนนายรีเจฟ ถูกแจ้งข้อหาจำหน่ายและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กตาซี, แสตมป์ LSD) และประเภท 2 (โคเคน, เคตามีน) เพื่อจำหน่าย และเสพยาเสพติด ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีและเตรียมขั้นตอนผลักดันออกนอกราชอาณาจักร พร้อมขึ้นบัญชีดำ ห้ามเข้าประเทศต่อไป
อีกด้านหนึ่ง พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พ.อ.ธวัฒน์ อินกอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ร่วมกับตำรวจ สภ.เชียงแสน และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุยิงปะทะกันระหว่างกำลังทหาร ร้อย ม.4 และชุดปฏิบัติการกองร้อยเคลื่อนที่เร็ว หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กับกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติด บริเวณบ้านวังลาว หมู่ 4 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
สำหรับเหตุปะทะดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงค่ำวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ในขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา แล้วตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยแบกกระสอบเดินตามเส้นทางภูมิประเทศ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่กลับถูกยิงใส่ด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด จนเกิดการยิงปะทะกัน ประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะล่าถอย ทิ้งกระสอบไว้ และอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป โดยผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้า ประมาณ 500,000 เม็ด บรรจุในกระสอบฟาง 5 กระสอบๆ ละ 100,000 เม็ด จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน รับไว้ ก่อนจะขยายผลติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้กำชับทุกหน่วยงานให้เพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นยาเสพติด ผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ควบคู่กับเร่งขยายผลติดตามผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการลักลอบค้ายาเสพติด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี