วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 ได้นำตัว 3 ผู้ต้องหาคนสำคัญตระกูลพรประภา คดีปั่นหุ้นมอร์ (MORE) จนเกิดความเสียหายกว่า 800 ล้านบาท ประกอบด้วยผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายเอกภัทร พรประภา หรือ ไฮโซคิม, นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา มารดา มายื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา ความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ
ตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุด ชุดแรก ในความผิดฐาน ร่วมกันกระทำการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE และมีลักษณะต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด, ร่วมกันฉ้อโกง, เป็นอั้งยี่ และซ่องโจร ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 244/3 และมาตรา 244/5
โดยก่อนหน้านี้พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 ได้นัดตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 มาเพื่อฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา แต่ผู้ต้องหาทั้งสามไม่เดินทางมาตามนัด ทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปดำเนินการของหมายจับ ต่อมาทางดีเอสไอได้แจ้งว่าผู้ต้องหาจะเดินทางมาฟังคำสั่งในวันนี้ จนช่วงบ่ายผู้ต้องหาทั้งสามเดินทางมาพบอัยการคดีพิเศษ 3 จึงได้นำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาและศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว อยู่ระหว่างผู้ต้องหาทั้งสามยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนผู้ต้องหา 4 ราย ที่ศาลอาญาออกหมายจับประกอบด้วย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ, น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และ นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ ก่อนหน้านี้ มีการยื่นขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง โดยผู้บริหารสำนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาคำร้องเหตุผลความจำเป็นแล้ว อนุญาตให้นัดฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้ ศาลอาญาประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา หมายเลขดำ อ.67/2569 พร้อมทั้งสอบคำให้การจำเลยทั้งสามโดยอ่านและอธิบายฟ้องให้ฟังจนเข้าใจแล้วสอบถามปรากฏว่า จำเลยทั้งสามแถลงให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี ศาลจึงนัดพร้อมคู่ความเพื่อตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายวันที่ 16 มีนาคม นี้ เวลา 09.00 น.
ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์คนละ 5 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสาม ระหว่างการพิจารณา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับสำนวนคดีหุ้นมอร์ (MORE) เมื่อครั้งคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอดำเนินการสอบสวนมีการสั่งฟ้องผู้กระทำผิด จำนวน 42 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มวางแผน 2 ราย 2.กลุ่มสนับสนุน 7 ราย และ 3.กลุ่มเจ้าของบัญชี 33 ราย โดยอัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องทั้งหมด 42 ราย ประกอบด้วย 1.นายอภิมุข บำรุงวงศ์ 2.นายเอกภัทร พรประภา 3.นายอธิภัทร พรประภา 4.นางอรพินธุ์ พรประภา 5.นายอิทธิวรรธน์ วรรณะเอี่ยมพิกุล 6.บริษัท ตงฮั้วแคปปิตอล จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 7.บริษัท ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 8.นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 9.นายโสภณ วราพร 10.นายวสันต์ จาวลา
11.นายชูโบดีบ พลาชันต้า ดัส (MR.SHUBHODEEP PRASANTA DAS) 12.นายประยูร อัสสกาญจน์ 13.น.ส.จิระวรรณ ไชยพงศ์ผาติ หรือ น.ส.นิชานันท์ จีรไชยวรโชติ 14.น.ส.สุร์ศิริ ปรีดาสุทธิจิตต์ 15.น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา 16.น.ส.อัยลดา ชินวัฒน์ 17.นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ 18.นายมั่นคง เสถียรถิระกุล 19.น.ส.อรเก้า ไกยสิทธิ์ 20.นายเกรียงศักดิ์ วงศ์โอสถพานิช หรือนายฐนวัฒน์ รุ่งสิริประเสริฐ
21.สิริรัตน์ สมณาศรี 22.นายธีรพงศ์ ด่านวณิชวงศ์ 23.นายวิศรุต เจียมจิตพลชัย 24.นายปรณัฐ นุชาชาติพงศ์ 25.นายภูดิท สุจริตกุล 26.นายวัชรินทร์ ยังให้ผล 27.นายธนยุทธ ฤกษ์รักษา 28.นายธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง 29.นายภัทร ฉัตรเจริญสุข 30.นายชยพล พันธุ์แพ
31.นายพิเชษฐ์ ผลสุวรรณชัย 32.นางศศินภา วราพร 33.นายกิตติพล ไววิ่งรบ 34.นายไพศาล เกษมศิรินาวิน 35.นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล 36.นายปฏิณวิช รอดบางยาง 37.นายปรีชา วสุโสภณ 38.นายปนิษฐ์ ศุภธาดารัตน์ 39.นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ 40.นายวรวุฒิ ศรีโสภิต 41.นายพรเดช อุยะนันทน์ และ 42.น.ส.ปารณีย์ ชวาลา
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี