สลด!ดับสยอง32ศพ/เจ็บหลายราย เครนถล่มทับรถไฟ โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงก่อสร้างอ.สีคิ้ว-โคราช

สลด!ดับสยอง32ศพ/เจ็บหลายราย เครนถล่มทับรถไฟ โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงก่อสร้างอ.สีคิ้ว-โคราช

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สลด!ดับสยอง32ศพ/เจ็บหลายราย
เครนถล่มทับรถไฟ
โครงการรถไฟความเร็วสูง
ช่วงก่อสร้างอ.สีคิ้ว-โคราช
ฉีกร่างผู้โดยสาร-ไฟคลอกซ้ำ
‘หนู’ยัวะตะเพิดผู้ว่าฯรฟท.

เครนมรณะโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับดีเซลรางสายกรุงเทพฯ-อุบลฯ ที่อ.สีคิ้ว โคราช เสียชีวิต 32 ศพ บาดเจ็บหลายสิบราย ผู้โดยสารเล่าระทึกกระเด็นกระดอน ทั้งไฟไหม้ซ้ำ “นายกฯอนุทิน” ยัวะจี้ ผู้ว่าฯร.ฟ.ท.รับผิดชอบ ตำรวจเก็บหลักฐานพร้อมดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง ด้านอิตาเลียนไทยแอ่นอกพร้อมรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 14 มกราคม เกิดเหตุรถไฟด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศ ขบวน 21 ออกจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ ปลายทางอุบลราชธานี ประสบเหตุเครน กำลังยกชิ้นส่วนคอนกรีตขนาดใหญ่ ที่ใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงตกทับโบกี้รถไฟ จุดเกิดเหตุบริเวณช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา กม.รถไฟที่ 220 ส่งผลให้โบกี้รถไฟดีเซลราง จำนวน 3 ตู้ ตกรางและไฟไหม้ มีผู้เสียชีวิตบาดเจ็บหลายสิบคน


หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผกก.สภ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้ประสานหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 นครราชสีมา,หน่วยกู้ภัยพรหมธรรมสีคิ้ว, หน่วยกู้ภัยสว่างวิชาปากช่อง และกู้ภัยสูงเนินเร่งให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดและใช้เครื่องตัดถ่าง งัดร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากซากรถไฟ โดยมีรถกู้ชีพ กู้ภัย รถพยาบาลฉุกเฉินจากโรงพยาบาลหลายแห่งรีบนำส่ง รพ.สีคิ้ว รพ.สูงเนินและรพ.มหาราชนครราชสีมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเกิดจากเครนที่กำลังก่อสร้างสะพานรถไฟความเร็วสูงได้หล่นลงมาขวางรางรถไฟ ขณะเดียวกันรถไฟโดยสารสาย กทม.ปลายทาง อุบลราชธานี วิ่งมาด้วยความเร็วสูงพอดีจึงพุ่งชนเครนอย่างจัง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้ที่อยู่ข้างบนขบวนโดยสารร่วงลงมาทับขบวนรถไฟซ้ำอีกส่งผลให้รถไฟตกรางและผู้โดยสารเสียชีวิตคาซากรถไฟ

กู้ภัยค้นพบแล้ว 28 ศพ

ขณะเดียวกันพล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บโดยได้ตั้งศูนย์อำนวยการในการช่วยเหลือเรื่องข้อมูลของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ให้กับญาติที่จะเดินทางมาเพื่อติดต่อ ส่วนผู้เสียชีวิตที่อยู่ในตู้รถไฟนำออกมาเกือบหมดแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบให้ครบถ้วนอีกที

นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดถึงเหตุที่เกิดขึ้นได้ และยังอยู่ในระหว่างช่วยผู้บาดเจ็บ และการตรวจสอบผู้เสียชีวิต และการรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้เตรียมรวบรวมพนักงานสอบสวน และตำรวจจราจร ตำรวจ ฝ่ายป้องกันปราบปรามมาดูแลอำนวยความสะดวกในที่เกิดเหตุ

ส่วนผู้เสียชีวิตเบื้องต้นล่าสุดพบมี 28 ราย ติดอยู่ภายในโบกี้รถไฟ ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เร่งระดมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งกระจายตามโรงพยาบาลปากช่อง โรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลสูงเนิน โรงพยาบาลกรุงเทพ-ปากช่อง โรงพยาบาลเทพรักษ์

หยุดค้นหากลัวถล่มมาอีก

รายงานล่าสุดทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เข้าการช่วยเหลือดังกล่าวหยุดการค้นหาผู้เสียชีวิตที่อยู่ในตู้โบกี้รถไฟชั่วคราวเนื่องจากบริเวณเครนที่ชำรุดนั้นได้เกิดอาการสั่นคอน เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับทีมค้นหาในพื้นที่ได้ นอกจากนี้ยังได้มีการให้ทางบริษัทที่รับผิดชอบโครงการดังกล่าวได้นำผู้เชี่ยวชาญเข้าซ่อมแซมเครนที่เสียหายโดยทำการยึดเสาเครนให้มั่นคง เพื่อความปลอดภัยกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะดำเนินการค้นหาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บต่อไป

เผยอิตาเลียนไทยรับเหมา

จากการสอบสวนทราบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในสัญญา 3-4 ช่วง ลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด รวมระยะทาง 37.45 กิโลเมตร บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ผู้รับจ้างความคืบหน้าก่อสร้าง 99.45% ระหว่างเครนกำลังปฏิบัติหน้าที่ได้เกิดอุบัติเหตุร่วงมาทับขบวนรถไฟ 21 ซึ่งมีนายธีระวัฒน์ บุญทวี พนักงานขับรถ และนายเอกพล สมสูง ช่างเครื่อง ได้นำขบวนรถมี 3 ตู้ นำผู้โดยสารออก จากต้นทางสถานีกรุงเทพฯ ปลายทาง อุบลฯ ช่วงใช้ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งรถไฟตู้แรกผ่านได้หวุดหวิด แต่เครนร่วงลงมาทับตู้ 2-3 ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผบ.ตร.กำชับให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานในพื้นที่เพื่อหาสาเหตุประกอบการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องต่อไปพร้อมกำชับให้ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด และเข้าช่วยเหลือดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายทุกด้านอย่างทันท่วงที พยานเผยเครนมรณะหล่น ทั้งมีการคุมตัวคนบังคับเครนมรณะไปสอบปากคำ

เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ทางด้านพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า ขณะที่ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ซึ่งเพิ่งออกจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ มุ่งหน้าปลายทางอุบลราชธานี กำลังแล่นผ่านจุดก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง จู่ๆ เครนที่กำลังยกชิ้นส่วนคอนกรีตขนาดใหญ่ (Segment) ได้เกิดชำรุดและถล่มลงมาทับโบกี้รถไฟอย่างจัง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ทั้งนี้ แรงกดทับทำให้โบกี้ที่ 1และ 2 ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักคานปูนเต็มๆถูกบดขยี้เสียหายยับเยิน ก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้ตามมา ส่วนโบกี้ที่ 3 ถูกโครงเหล็กเครนฟาดกลางตู้จนพังพินาศ และโบกี้ที่ 4 กระเด็นหลุดออกจากรางท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้โดยสารเกือบ 200 ชีวิต

ทางด้าน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ประกาศระงับการเดินรถในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้ากู้ซากรถและตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างเครนที่เหลือ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงนี้ว่าเกิดจากความประมาทหรือความบกพร่องของอุปกรณ์เครื่องจักร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

หวาดเสียวผู้โดยสารกระเด็น

นายธีระศักดิ์ วงศ์สูงเนิน พนักงานขบวนรถ เปิดเผยว่า รถไฟขบวนนี้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 06.10 น. เพื่อเดินทางไปที่จังหวัดอุบลราชธานี มาถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 09.10 น. มาทั้งหมด 3 โบกี้ โบกี้ที่ 1ปลอดภัย ส่วนที่ได้รับความเสียหายแล้วมีผู้บาดเจ็บคือโบกี้ที่ 2 และโบกี้ที่ 3 รถไฟขบวนนี้มีผู้โดยสารทั้งหมดประมาณ 200 คน

ขณะเกิดเหตุตนอยู่ในรถไฟ ซึ่งรถไฟแล่นมาด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากที่เครนยักษ์หล่นลงมากระแทก แรงกระแทกทำให้ตนและผู้โดยสารในรถไฟลอยขึ้นจากพื้นได้รับบาดเจ็บ แต่ยังสามารถตั้งสติและรีบช่วยผู้โดยสาร จากนั้นเกิดไฟลุกไหม้บริเวณโบกี้ที่ 2 ตนและชาวบ้านจึงรีบช่วยผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ แต่เกิดไฟลุกไหม้ที่โบกี้ที่ 2 ทำให้ไม่สามารถช่วยได้ ช่วยได้เพียงผู้โดยสารโบกี้ที่ 3

แม่ค้าเล่านาทีสยอง

ผู้โดยสารรายหนึ่งที่รอดชีวิดเล่าว่านั่งรถไฟมาจากดอนเมือง กำลังจะเดินทางไปยังจังหวัดศรีสะเกษมีอยู่ 3 ตู้โดยสาร ซึ่งในระหว่างเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุนั้น ตัวเองนอนหลับมาตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงเครนตกใส่หลังคารถไฟ ก่อนที่ส่วนหัวรถไฟนั้นจะดึงสายเครนจนทำให้ตู้รถไฟนั้นหลุดกระเด็นออกจากราง

ส่วนคนงานก่อสร้างทางรถไฟ เล่าให้ฟังว่า เครนที่ใช้ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหักหล่นลงมาด้านล่างพอดีกับรถไฟเดินทางมาถึง จึงทำให้ตู้รถไฟที่ 2 กับ 3 นั้นเกี่ยวเข้ากับเครนจนรถไฟร่วงตกราง

ด้านแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าด้วยอาการตื่นตระหนกว่า ขณะกำลังขายของอยู่ตามปกติ ได้สังเกตเห็นเครนที่เกิดเหตุอยู่ในลักษณะงอผิดรูป จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงลั่นของเหล็กดังขึ้น ก่อนที่ตัวเครนจะเสียการทรงตัวและไหลลงมากระแทกกับขบวนรถไฟที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วพอดี จนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

ส่วนนางตุ๊ก ชาวบ้านในพื้นที่อีกราย ระบุว่า ตัวเองไม่เห็นจังหวะที่เครนกระทบกับตัวรถไฟโดยตรง แต่ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นจากการกระแทกอย่างรุนแรง จึงรีบออกมาดูและพบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาก่อน

‘หนู’ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

สำหรับเหตุการณ์มรณะหล่นถล่มรถไฟหนนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่จังหวัดพังงา ว่า ตนสั่งการให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการแทนผู้ว่าฯรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)ลงพื้นที่ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตนต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต

นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ขอให้รอการสืบสวนสอบสวนว่าทำไมจังหวะเวลาถึงพอดีกันขนาดนี้เรื่องนี้ตนต้องไล่ถามอยู่แล้ว เพราะเป็นอาชีพเก่า พร้อมย้ำว่า อย่านำเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นทางการเมือง ขอให้ใช้เวลาไปกับการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และไม่ให้เกิดความสูญเสียมากกว่านี้

“ดูแล้วโครงการนี้มันก็หลายครั้ง เมื่อปีที่แล้วก็มีเรื่องเหตุการณ์อุโมงค์ก่อสร้างถล่ม รอบนี้ก็มีเครนล้มอีก จึงต้องดูว่าทำไมถึงมีการก่อสร้างที่ผิดรูปแบบอุบัติเหตุเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอนทำอะไรที่มันไม่ตรงตามการออกแบบ” นายกฯ กล่าว

หยุดสร้างเสียค่าปรับ

เมื่อถามว่า การก่อสร้างจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ นายกฯระบุว่า ปกติถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องยุติการก่อสร้าง และทำรายงานแผนการชดใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องความเสียหายมีการชดใช้ค่าปรับอยู่แล้ว แต่เมื่อต้องหยุดงาน ผู้รับเหมาก็จะเสียค่าปรับในส่วนนี้ ส่วนภาครัฐมีความเสียหายเรื่องระยะเวลา แต่ไม่มีงบประมาณที่ต้องเสียเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า จะต้องมีการพิจารณาบทลงโทษผู้ประกอบการเพิ่มหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เมื่อถึงจุดนี้ต้องถึงกับการเป็นกฎหมาย ทั้งกระทรวงคมนาคมหรือกรมบัญชีกลาง ที่จะเป็นหน่วยงานขึ้นบัญชีดำ ตนก็ถามในกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่ายกเลิกสัญญาแล้วหรือไม่ แต่ปรากฏว่าติดที่กฎหมายไปหมด และตนก็มีเวลาบริหารงานเพียง 2 เดือน และจะนำเรื่องนี้ กลับมาคุยกันหลังเลือกตั้ง และตีแผ่กันอย่างชัดเจน ซึ่งทราบว่าผู้ประกอบการเป็นรายเดิม และยังให้ดำเนินงานก่อสร้าง กรมบัญชีกลางต้องตอบให้ได้ว่าทำไมยังไม่ขึ้นบัญชีดำ

นายอนุทินกล่าวต่อว่า อีกทั้งก่อนหน้านี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ก็มีนโยบายทำสมุดพกความประพฤติของผู้ประกอบการ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี และเห็นด้วยอย่างมาก แต่วันนี้ทำไมยังใช้ไม่ได้ และวันนี้หน่วยงานเองก็กังวลว่าหากทำไปก็กลัวจะถูกฟ้องกลับ จึงมองว่าควรจะเปลี่ยนกฎหมายการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา แต่หากคนเสนอไปก็จะถูกฝ่ายการเมืองกล่าวหาว่าจะใช้อาชีพในอดีตมากลั่นแกล้ง ตนจึงต้องเว้นระยะ ซึ่งหากไม่ดำเนินการและเกิดเหตุซ้ำแบบนี้ ก็คงไม่ต้องมีการเว้นระยะ และใช้หลักการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”

ย้ำรฟท.ต้องรับผิดชอบ

นายกฯยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องของหลักวิศวกรรม มันจะไม่เกิดขึ้นโดยตามธรรมชาติ การที่เครนล้มลงมาก็ต้องตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ส่วนใดสึกหรอ หรือลูกปืนรางมีปัญหาหรือไม่ เรื่องพวกนี้สามารถพิสูจน์ได้ และหากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าจบเห่ ดังนั้น การจะไปจ้างผู้รับเหมาแบบนี้ก่อสร้าง ภาครัฐต้องคิดแล้วคิดอีก ภาคเอกชนก็ต้องคิดเหมือนกัน พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้ ร.ฟ.ท. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้วย ส่วนการลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ ตนได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งต่างจากเมื่อครั้งอุโมงค์ก่อสร้างถล่ม ตอนนั้นตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายสุริยะ ซึ่งอยู่คนละพรรคต่างคนต่างไป แต่ก็มองว่าดีซึ่งนายพิพัฒน์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโทรรายงานตนตลอด

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสอบสวนพบว่ายังตรวจสอบพบว่ามีในโครงการอื่นด้วยนั้น จะชะลอโครงการหรือยุติไปเลยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ควบคุมงาน ทั้งรับจ้าง และผู้ว่าจ้าง เรื่องนี้จะยกให้เป็นความผิดของผู้รับเหมาเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่ เพราะมีการอนุมัติโครงการมีการตรวจการจ้าง

หลายสิบศพต้องรับผิดชอบ

นายกฯย้ำว่า ไม่ต้องกังวล สถานการณ์จะบีบบังคับให้มีการตรวจสอบเอง ซึ่งต่อจากนี้ตนก็ไม่รู้ว่าผู้ว่าฯร.ฟ.ท. จะอยู่ได้หรือไม่ ก็ให้นายพิพัฒน์เป็นผู้ดำเนินการ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มีผู้เสียชีวิต 22 ราย เนื่องจากคราวที่แล้วคิดจำกัดความรับผิดชอบอยู่ในกรอบของผู้ว่าจ้าง แต่ครั้งนี้กระทบถึงพี่น้องประชาชน ตนจึงต้องถามกลับ และให้กลับไปพิจารณาตนเอง เพราะตอนนี้ตนยังเป็นนายกฯอยู่

ส่วนการที่ฝ่ายการเมือง เตรียมนำเรื่องดังกล่าวออกมาโจมตีนั้น นายกฯกล่าวว่า “ผมห้ามเขาไม่ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง แต่เป็นเรื่องเทคนิค แทนที่จะมาคุยเรื่องความเสียหาย กลับกลายเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปฉวยโอกาส จ.นครราชสีมา มีผู้แทนราษฎรพรรคใดเยอะที่สุด จะมาโยนพรรคอื่นได้อย่างไร ไม่ได้หรอก อย่าไปเล่นการเมือง” นายกฯ ระบุ

‘เท้ง ณัฐพงษ์’แสดงความเสียใจ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพตส์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟ บริเวณพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

กระบวนการความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ในทางวิศวกรรมไม่สามารถยอมรับได้ ประเทศไทยถึงเวลาต้องเอาจริงกับการควบคุมโครงการก่อสร้างของรัฐไม่ให้เกิดสูญเสียเช่นนี้อีก ข้อเท็จจริงคือโครงการก่อสร้างดังกล่าวคือโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ผู้รับเหมาคือ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ สถานะการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ หน่วยงานที่ดูแลคือกระทรวงคมนาคม ภายใต้การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)เหตุการณ์นี้ ไม่ควรเกิดขึ้น ต้องตั้งคำถามต่อกลไกการกำกับดูแล ความจริงจัง และความรับผิดรับชอบของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ ยังได้เสนอแนะอีกหลายประเด็นโดยเฉพาะด้านความปลอดภัย

อิตาเลียนไทยแอ่นอกรับผิดชอบ

บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการสูญเสียและบาดเจ็บ กรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา บริษัทฯ พร้อมแสดงความรับผิดชอบที่จะให้การช่วยเหลือในการชดเชยเยียวยาให้กับครอบครัวผู้สูญเสียและการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่และบริษัทฯ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ยอดเสียชีวิตพุ่ง32ศพ เจ็บ67ราย

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.มีรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น32 ศพ บาดเจ็บ 67 คน อยู่ระหว่างการค้นหา 4 คน ไม่บาดเจ็บ 70 คน เหลืออยู่ในขบวน 171 คน ลงระหว่างทาง 37 คน จากผู้โดยสารทั้งหมด208 คน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top