วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
เศร้าสลด! เหยื่อเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับ ถึงบ้านเกิดอุดรฯ ญาติเตรียมบรรจุศพเข้าเบ้า 3 ปี ตามวิถีความเชื่อ
เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ เครนขนาดใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงพังถล่ม ทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษดีเซลราง (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความเศร้าสลดให้กับประชาชนที่ทราบข่าว โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิต เป็น น.ส.เปรมประภาพร ศรีสุธรรม อายุ 46 ปี ชาวบ้านหม้อ ต.เตาไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี
โดยบรรยากาศที่ศาลาพักศพที่วัดประจำหมู่บ้าน ตั้งแต่ช่วงเช้า ชาวบ้านจำนวนมากต่างร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมสถานที่ ทั้งกางเต็นท์ จัดโต๊ะ เก้าอี้ และอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ เพื่อรอรับร่างผู้เสียชีวิต ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของญาติสนิทและคนในชุมชนที่ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียอย่างกะทันหัน

ต่อมาเมื่อเวลา 21.00 น. รถนำร่างผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึงศาลาพักศพ เสียงร้องไห้ระงมไปทั่ววัดทั้งชาวบ้าน ญาติพี่น้อง สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนางผ่อน คุณแม่ฯ ร้องไห้แทบขาดใจจนญาติต้องคอยประคองและปลอบใจ
แม่ชีบังอร พังพี อายุ 68 ปี ป้าของผู้เสียชีวิต เปิดเผยถึงกำหนดการประกอบพิธีทางศาสนาว่า ในวันนี้ 17 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 09.30 น. จะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดและประกอบพิธี เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตเข้าเบ้า หรือที่บรรจุศพ จากนั้นในช่วงเย็นเวลาประมาณ 15.00-16.00 น. จะนิมนต์พระไปสวดที่บ้านอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ ครอบครัวยังจะจัดการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่องตลอด 3 วัน เพื่อส่งดวงวิญญาณให้สงบและเป็นไปตามความเชื่อทางศาสนา
แม่ชีบังอร กล่าวต่อว่า ครอบครัวตั้งใจจะเก็บร่างผู้เสียชีวิตไว้ในเบ้าประมาณ 2–3 ปี หรือจนกว่าจะมีความพร้อม ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา เนื่องจากเชื่อว่าดวงวิญญาณอาจยังไม่จากไป หากรีบประกอบพิธีฌาปนกิจ อาจทำให้ดวงวิญญาณไม่สงบ การเก็บร่างไว้ก่อนจึงเป็นการให้ดวงวิญญาณได้พักและเป็นไปตามวิถีทางศาสนา

สำหรับแม่ชีเป็นป้าของผู้เสียชีวิต บอกตอนท้ายว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนที่รักแม่มาก ทุกๆ ปีในเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์จะต้องตีตั๋วกลับมาเยี่ยมแม่ แม้จะอยู่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่เขาก็ดีใจได้อยู่ใกล้แม่ ก่อนเกิดเหตุไม่ได้ฝันหรือมีสิ่งผิดปกติในความฝันแต่อย่างใด สามารถนอนหลับได้ตามปกติ แต่มีอาการตาเขม่นหรือตากระตุกเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นลางสังหรณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ไม่คิดว่าตาเขม่นจะเป็นลางร้ายหลานสาวเสียชีวิตถูกเครนถล่มทับรถไฟขณะนั่งจะไปร่วมงานศพแม่ของสามีที่ จ.ศรีสะเกษ เศร้าใจมากๆ
ท้ายที่สุด แม่ชีบังอรได้กล่าวฝากถึงผู้เสียชีวิตด้วยน้ำเสียงสงบว่า อยากให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ ไม่ต้องเป็นห่วงคนทางนี้ เพราะทุกคนล้วนมุ่งหน้าไปสู่จุดเดียวกันในวันหนึ่ง และขอให้ผู้เสียชีวิตได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี พร้อมทั้งระบุว่า ในทางธรรม ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามเหตุและปัจจัย หากผู้เสียชีวิตเป็นคนทำความดี ไม่เคยทำชั่ว การจากไปอาจหมายถึงการสิ้นสุดภารกิจในโลกมนุษย์ และได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่า เพราะความตายไม่ใช่จุดจบเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี