​‘เหยื่อเครน’ได้1.5ล้านบ. ‘พิพัฒน์’จี้บ.ประกันจ่ายทันที ตร.เผยสอบพยานแล้ว90ปาก

​‘เหยื่อเครน’ได้1.5ล้านบ. ‘พิพัฒน์’จี้บ.ประกันจ่ายทันที ตร.เผยสอบพยานแล้ว90ปาก

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เหยื่อเครนได้1.5ล้านบ.

พิพัฒน์จี้บ.ประกันจ่ายทันที

ตร.เผยสอบพยานแล้ว90ปาก

พิพัฒน์จี้เยียวยาเหยื่อเครนถล่มทับรถไฟ สั่งประกันภัยจ่ายเงินทันที ไม่ต้องรอขั้นตอน โดยผู้เสียชีวิตรับไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ ด้านความคืบหน้ารื้อเครนมรณะ แล้วเสร็จ 30% คาดอีก 2-3 วัน ซ่อมรางรถไฟได้ ส่วนตำรวจ สภ.สีคิ้ว สอบพยานแล้วกว่า 90 ปาก

เมื่อวันที่ 19 มกราคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เป็นประธานหารือการเร่งรัดช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 (กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี) ในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม


นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ แม้ว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงของสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ แต่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างชัดเจน รวดเร็ว เป็นธรรม และการเยียวยาเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เงินต้องถึงมือประชาชนก่อน แล้วค่อยจัดการขั้นตอนทางเทคนิคภายหลัง กรณีเสียชีวิตต้องได้รับการช่วยเหลือทันที

ทั้งนี้ ที่ประชุมยืนยันมาตรการปฏิบัติเร่งด่วนที่นายพิพัฒน์ สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัท ทิพยประกันภัย เร่งจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นจากกรมธรรม์ประกันภัย ประเภท CAR ของผู้รับเหมา กรณีผู้เสียชีวิตรายละ 1,000,000 บาท จ่ายทันที ลดขั้นตอนเอกสารให้เหลือน้อยที่สุด และไม่ให้ครอบครัวผู้สูญเสียต้องรอหรือวิ่งตามระบบราชการ

สำหรับสรุปสถานการณ์ผู้ประสบเหตุ มีผู้ประสบเหตุรวม 161 ราย เสียชีวิต 30 ราย (ยืนยันตัวตนครบแล้ว) เป็นผู้โดยสาร 29 ราย พนักงานผู้รับเหมา 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 69 ราย กลับบ้านแล้ว 54 ราย และยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 15 ราย ส่วนเงินเยียวยากรณีเสียชีวิต (รวมเงินช่วยเหลือที่ยืนยันแล้วไม่น้อยกว่า 1,510,000 บาทต่อราย) แบ่งเป็น 1.เงินสงเคราะห์พระราชทาน (อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์) 20,000 บาท

2.กรมธรรม์ประกันภัย 1,000,000 บาท 3.การรถไฟแห่งประเทศไทย 340,000 บาท และ 4.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 150,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ยังอาจมีเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่นๆ อาทิ ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย กองทุนช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีอาญา กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย และสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ผู้บาดเจ็บทุกรายอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้ว ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ และยังมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 583 ล้านบาท สามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด

ด้านความคืบหน้าการรื้อถอนเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ที่ถล่มทับขบวนรถไฟดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่บริษัท อิตาเลียนไทย ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการกู้และรื้อถอนเครนก่อสร้างในพื้นที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการกู้เครนส่วนด้านบน ตัวสีน้ำเงิน หรือที่เรียกว่า “โรลิ่ง” ลงมาด้านล่าง ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือการกู้ “เมนทัช” ตัวสีส้ม ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลักของเครนที่ยังคงอยู่ด้านบน ซึ่งการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ และจำเป็นต้องใช้ แก๊สตัด ในการแยกชิ้นส่วนเครนทั้ง 2 ตัวออกจากกัน เพื่อให้สามารถนำลงจากที่สูงได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางการควบคุมพื้นที่อย่างใกล้ชิด คาดว่าอีก 3 วัน น่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ธัชพล ชินวงศ์ ผกก.สภ.สีคิ้ว เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า พนักงานสอบสวนจะเร่งสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องหา หรือบุคคลที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ โดยตำรวจได้แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย กลุ่มญาติผู้เสียชีวิต กลุ่มเจ้าหน้าที่การรถไฟ กลุ่มบริษัท อิตาเลียนไทย กลุ่มพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ โดยการสอบปากคำพยานบุคคล มีการสอบไปแล้วประมาณ 90 ปาก และจะพยายามเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชนในวงกว้าง

อีกด้านหนึ่ง สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง รายงานความคืบหน้าการรื้อถอนโครงเหล็ก (Main Truss) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน–บ้านแพ้ว (M82) ตอนที่ 7 บนแนว ถนนพระราม 2 ว่าการดำเนินงานเป็นไปตามแผนและมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยนับตั้งแต่วันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ภารกิจการรื้อย้ายเครนขนาด 200 ตัน และ 550 ตัน เสร็จสิ้นตามแผน ทั้งนี้ สำหรับงานที่เหลือจะเป็นการรื้อชิ้นส่วนย่อยของ Main Truss โดยสำนักก่อสร้างสะพาน ยืนยันจะดำเนินการอย่างรอบคอบ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้การก่อสร้างโครงการ M82 เป็นไปอย่างเรียบร้อยและปลอดภัยต่อประชาชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top