ตร CIB เปิดปฏิบัติการทลายเงา บุกรวบ 5 ทรชนแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ภาคใต้

ตร CIB เปิดปฏิบัติการทลายเงา บุกรวบ 5 ทรชนแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ภาคใต้

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.47 น.

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ  สารพัฒน์, พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก. ,พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณตชูแก้ว, พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป., พ.ต.อ.ภัทรพล ปัทมวงศ์ ผกก.สสน.บก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล, พ.ต.ท.วชิระ ศุภพิสิฐกุล, พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์, พ.ต.ท.กิติภูมิ ศรีแผ้ว และ พ.ต.ท.นรบดี ดวงจิตต์ รอง ผกก.6 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.ศรายุทธ จันซิว, พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี, พ.ต.ต.ปฏิภาณ สุขฐิน, พ.ต.ท.แดนรบ สมัยชูเกียรติ สว.กก.6 บก.ป. , พ.ต.ท.ธีระพงษ์ คงเขียว สว.กก.5 บก.ป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด กก.6 บก.ป. , กก.5 บก.ป. และ กก.สสน.(ชุดหนุมาน) ประกอบกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นและบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อถอนรากถอนโคนกลุ่มอิทธิพลมืดที่ก่อคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ "คดีอุ้มเรียกค่าไถ่"

ผู้มีอิทธิพล


โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 5 ราย มีรายละเอียด ดังนี้

1. นายสุชาติฯ อายุ 56 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 551/2569 ลงวันที่ 28 ม.ค.69 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ ได้มาซึ่งค่าไถ่, ร่วมกันกรรโชก, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจาก เสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น” สถานที่จับกุม โรงแรมใน ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ จว.กระบี่

2. นายเชิดศักดิ์ฯ อายุ 56 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 553/2569 ลงวันที่ 28 ม.ค.69 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ ได้มาซึ่งค่าไถ่, ร่วมกันกรรโชก, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจาก เสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น” สถานที่จับกุม โรงแรมใน ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ จว.กระบี่

ผู้มีอิทธิพล

3. นายกิตติศักดิ์ฯ อายุ 32 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 554/2569 ลงวันที่ 28 ม.ค.69 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ ได้มาซึ่งค่าไถ่, กรรโชก, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ ข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขื่นใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น” สถานที่จับกุม บ้านพักใน ต.กันตังใต้ อ.กันตัง จ.ตรัง

4. น.ส.อนันตยาฯ อายุ 45 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 550/2569 ลงวันที่ 28 ม.ค.69 “เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ ได้มาซึ่งค่าไถ่, กรรโชก, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ ข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขื่นใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น” สถานที่จับกุม บ้านพัก ใน ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี

ผู้มีอิทธิพล

5. นายจิรพงศ์ฯ อายุ 45 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 552/2569 ลงวันที่ 28 ม.ค.69 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ ได้มาซึ่งค่าไถ่, ร่วมกันกรรโชก, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจาก เสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น” สถานที่จับกุม บ้านพัก ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง

พฤติการณ์แห่งคดี สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568  เจ้าหน้าที่พบศพ นายสุรศักดิ์ (อายุ 22 ปี) สภาพถูกยิงเสียชีวิตบริเวณสวนปาล์มน้ำมัน ริมถนนเลียบเขาจิงโจ้ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง ในที่เกิดเหตุพบคราบเลือดและร่องรอยการยิงไม่ต่ำกว่า 6 นัดในช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น. ภายในกระเป๋าสะพายของผู้ตาย พบจดหมายเขียนด้วยลายมือถึงแม่ มีใจความว่า "อยากกลับบ้านแล้วครับแม่ ช่วยลูกหน่อย... ขอให้ใครก็ได้มาไถ่ชีวิตลูก" พร้อมบัญชีรายชื่อเงินกู้นอกระบบ ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่าผู้ตายถูกลักพาตัวมากักขังเพื่อเรียกค่าไถ่ จากการสืบสวนพบว่าผู้ตายถูกกลุ่มอิทธิพลลักพาตัวมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้มีอิทธิพล

แล้วนำมากักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในพื้นที่จังหวัดตรังเพื่อเรียกเงินค่าไถ่จากครอบครัว  คาดว่ามีความขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจเงินกู้นอกระบบและการทวงหนี้ ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุมีลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.6 บก.ป. จึงปิดล้อมตรวจค้นรวม 11 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ตรัง, จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ เพื่อจับกุมทีมอุ้มเรียกค่าไถ่กลุ่มนี้
ผลการปฏิบัติในปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับที่เกี่ยวข้องกับคดีอุ้มเรียกค่าไถ่นายสุรศักดิ์ฯ จำนวน 5 รายได้ทั้งหมด ประกอบด้วย นายสุชาติ , นายเชิดศักดิ์ ,นายกิตติศักดิ์ , น.ส.อนันตยา และนายจิรพงศ์ ในข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นโดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต  
จากการตรวจค้นพบของกลางและทำการตรวจยึด ได้แก่

1) กลุ่มอาวุธและกระสุน ได้แก่ ยี่ห้อ SIG SAUER (ขนาด 9 มม.) และยี่ห้อ CZ 75 B (ขนาด 9 มม.) รวม 2 กระบอก, ปืนลูกซองยาว 5 นัด (ขนาด 12) จำนวน 1 กระบอก, ตรวจพบกระสุนหลากหลายขนาด รวมทั้งกระสุนอาวุธปืนสงคราม (5.56), กระสุน .357 Magnum, กระสุน 9 มม. และกระสุนลูกซองเบอร์ 12 และอุปกรณ์เสริม เช่น แม็กกาซีนปืน, ซองบรรจุกระสุน และซองพกในหนังสีดำรวมหลายรายการ

2) กลุ่มยานพาหนะ ได้แก่ รถกระบะ Mitsubishi Triton สีขาว 1 คัน และรถยนต์ Ford Fiestaสีดำ 1 คัน

3) หลักฐานอื่นๆ ได้แก่ อุปกรณ์สื่อสารโทรศัพท์มือถือรวม 13 เครื่อง ,สมุดบัญชีธนาคารรวม 6 เล่ม เงินสดจำนวนกว่า 1 ล้านบาท และชุดเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ ในชั้นจับกุม เบื้องต้นผู้ต้องหาตามหมายจับทุกคนยังคงให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งมอบให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้มีอิทธิพล

อนึ่ง ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปูพรมตรวจค้นทั่วประเทศ เพื่อทำลาย "เงา" ของผู้มีอิทธิพลและซุ้มมือปืนให้เป็นศูนย์ก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมุ่งเน้นคดีอุกฉกรรจ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนอย่างคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงการใช้อำนาจเหนือกฎหมายในพื้นที่ภาคใต้

ผู้มีอิทธิพล

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top