วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘ทนายน้ำมนต์’สู้ยิบตา! ‘ย้ำเบอร์ 11’ ร่วมกันกำหนดทิศทาง ‘อนาคตของประเทศ’ นำทีมปราศรัยบนรถโมบายขนาดใหญ่ พบปะพี่น้องประชาชน หนองจอก-มีนบุรี-ลาดกระบัง
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงโค้งสุดท้าย เหลืออีก 3 วันสุดท้าย จะมีการเลือกตั้งใหญ่ สส. ในวันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้การขับเคี่ยวการแข่งขันระหว่างตัวเต็งด้วยกัน ต่างงัดกลยุทธ์เพื่อให้พี่น้องประชาชน ในการตัดสินใจเลือก ในโค้งสุดท้าย โดย กทม.เขตเลือกตั้งที่ 18 มีการขับเคี่ยวแข่งขันกันดุเดือด ระหว่างผู้สมัคร สส.จาก ไทยสร้างไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน

ซึ่งผู้สมัคร สส.ไทยสร้างไทย โดย ‘ทนายน้ำมนต์’ หรือ นางสาวณัฐกัญญ์ภา อภิญญ์มณีณัฐ เบอร์ 11 พร้อมทีมงานผู้ช่วยหาเสียง โดยใช้ขบวนรถโมบายขนาดใหญ่ พร้อมขนทีมงานผู้ช่วยหาเสียง สลับกัน ปราศรัยขอคะแนนเสียงตลอดเส้นทาง เขตหนองจอก แขวงโคกแฝด แขวงลำผักชี แขวงลำต้อยติ่ง เขตมีนบุรี แขวงแสนแสบ และเขตลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว โดยเป็นพื้นที่ชานเมือง โดยเป็นทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ เกาะติดพื้นที่หาเสียง โดยพบว่า ทนายน้ำมนต์พร้อมทีมหาเสียงได้ปล่อยรถขบวนหาเสียง เริ่มตั้งแต่ในเขตหนองจอก มีนบุรีและลาดกระบัง โดยเดินทางไปบริเวณพื้นที่ชุมชน พื้นที่บ้านเรือนประชาชน ตลอดสองฝั่งทาง ทำให้พี่น้องประชาชนสองฝั่งทางและประชาชนที่ขับรถสัญจรไปมา โบกมือทักทาย ตลอดเส้นทาง

นางสาวณัฐกัญญ์ภา กล่าวว่า เรามาแข่งกันที่นโยบายพรรค มารณรงค์หาเสียงให้กับพี่น้องประชาย เขตหนองจอก แขวงโคกแฝด แขวงลำผักชี แขวงลำต้อยติ่ง เขตมีนบุรี แขวงแสนแสบ และเขตลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว เป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 18 โค้งสุดท้ายแล้ว นับถึงวันเลือกตั้งอีก 3 วัน อย่านอนหลับทับสิทธิ์ เรามา ‘ร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ’ เอาคนรุ่นใหม่ มีประสบการณ์ทำงานและพร้อมทำงาน ไปทำงานในสภา เอาลูกหลานของท่านไปเป็นตัวแทนในสภา เอาคนทำงานไปรับใช้ เอาคนทำงานที่มีประสบการณ์ไปทำงานการเมือง ไปช่วยกันผลักด้นกฎหมายต่างๆ รวมถึงผลักดันงบประมาณลงในพื้นที่เพื่อพัฒนาบ้านเรา พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 18 ‘ต้องการความเปลี่ยนแปลง’ เรามาเป็นพลังร่วมกัน ‘คนละหนึ่งคะแนนเสียง’ มาช่วยกันกำหนดอนาคตของประเทศ มาร่วมกันทำการเมืองในการสร้างความเปลี่ยนแปลง เลือกคนทำงานไปทำงานแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของเรา ช่วยกัน กาบัตรเลือกตั้ง ทั้ง 2 ใบ จะได้ทำงานสะดวกและขับเคลื่อนนโยบายพรรคไทยสร้างไทยได้ ‘บัตรสีเขียว กาเบอร์ 11’ ‘บัตรสีชมพู กาเบอร์ 48’ ส่วนบัตรสีเหลือง ในการออกเสียงประชามติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ตรงนี้ เป็นดุลพินิจของพี่น้องประชาชน วันนี้ตนและทีมปราศรัยผู้ช่วยหาเสียงได้ปราศรัยบนรถโมบายตลอดเส้นทางในเขตเลือกตั้งที่ 18 เพื่อมาขอคะแนนเสียงและขอโอกาสให้แก่ทนายน้ำมนต์เบอร์ 11 เลือกคนทำงานไปทำงาน ต้องบัตรสีเขียวเบอร์ 11 เท่านั้น

ในส่วนนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย ดูแลทุกช่วงวัย เริ่มตั้งแต่ในครรถ์มารดา จนถึงช่วงวัย 6 ขวบ ดูแลคูปองเดือนละ 2,000 บาท เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ยากดีมีจนเข้าถึงสารอาหารโภชนาการที่ดี พัฒนาสมองของเด็กแต่ในครรถ์ ถึงวันเรียนหนังสือ เรียนฟรีถึงปริญญาตรีอย่างแท้จริง ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงทุน 100,000 บาท ดอกเบี้ยราคาถูก ทลายข้อจำกัดในใบอนุญาตประกอบการ โดยคนตัวเล็กดำเนินกิจการโดยสุจริต ไร้ข้อจำกัด รวมถึงกิจการ SMEs เพื่อให้คนทำมาหากินโดยสุจริตเข้าถึงหลักประกันของรัฐได้ เมื่อทุกท่านมีอายุ ครบ 60 ปี เบี้ยผู้สูงอายุ ไม่ต้องรับเดือนละ 600 บาท แต่บำนาญประชาชน เดือนละ 3,000 บาท ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลานไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทำให้มีหลักประกันในการดำเนินชีวิต รวมถึงนโยบายอื่นๆอีกมากมาย ที่พรรคไทยสร้างไทยได้เปิดให้แก่พี่น้องประชาชนไปแล้ว ขอให้พี่น้องประชาชนมาช่วยกันขับเคลือน เป็นนโยบายสาธารณะ พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ แต่การขับเคลื่อนนโยบาย ที่ต้องเข้าร่วมรัฐบาล แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โค้งสุดท้ายแล้ว ขอให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ เข้าคูหา บัตรสีเขียว กาเบอร์ 11 จะได้ทนายน้ำมนต์เป็นตัวแทนไปขับเคลือนนโยบาย เพื่อผลักดันนโยบายให้เป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ในส่วนของภาพรวมพรรค คูณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้ปล่อยเรือธง ‘กู้ชีพ 30 บาท’ ล้างระบบสาธารณสุข งบพุ่ง แก้ปัญหา รพ.ขาดทุน แพทย์สมองไหล พร้อมผลักดันแยกประกันสังคมพ้นมือนักการเมือง สร้างสวัสดิการสังคมที่ยั่งยืน ทั้งขอทำ บำนาญประชาชน 3,000 บาท เพื่อคนไทย
//////////////////-026
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี