รวบคาบ้าน ผัวเมียรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งสแกมเมอร์ เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

รวบคาบ้าน ผัวเมียรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งสแกมเมอร์ เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.17 น.

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก, พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล., พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง, พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ เคหะทุ่ม รองผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ค้ำคูณ สวญ.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., พ.ต.ต.บดี  ดวนพล  สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ภิเชศ นาเมืองรักษ์ รอง สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., ด.ต.ธีรวัฒน์ นาเมืองรักษ์,  ด.ต.เกียรติศักดิ์ ไก่แก้ว, ด.ต.ชัยญา นุพันธ์, ส.ต.ท.ภานุวัตร สิงห์สมบัติ  ผบ.หมู่ ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย หมายจับจำนวน 6 หมาย ดังนี้ 


บัญชีม้า

1. นางพิพัฒน์ศจี (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหา ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 6808/2568 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 

2. นายระพีพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 37/2568 ลงวันที่ 9 มกราคม 2568, ตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 321/2568 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2568, ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน ที่ จ.215/2567 ลงวันที่ 24 กันยายน 2567, ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน ที่ จ.279/2567 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 และตามหมายจับศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ.337/2567 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 

บัญชีม้า

โดยต้องหาว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับ “การฉ้อโกงประชาชน, ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้ มีเจตนาใช้เพื่อตนฯ หรือ บัญชีม้า”

สถานที่จับกุมบริเวณหน้าบ้านพัก ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พฤติการณ์ ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)  ให้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามและจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอาชญากรรมทางไซเบอร์รวมถึงการฉ้อโกงออนไลน์ 

บัญชีม้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย หลบมาอาศัยอยู่บ้าน ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพบนางพิพัฒน์ศจี (สงวนนามสกุล) และ  นายระพีพัฒน์ (สงวนนามสกุล) จากการตรวจสอบปรากฎว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง 

จากการสอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพว่าได้เปิดบัญชีให้กลุ่ม Scammer จริง โดยเมื่อช่วงประมาณปี 2567 ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้รับการว่าจ้างจากกลุ่ม Scammer ให้เปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทย โดยให้ผู้ต้องหาทั้งสองรายเปิดบัญชีธนาคารคนละ 8-10 บัญชี และลักลอบข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา ต่อมาเมื่อบัญชีทั้งหมดถูกอายัด ผู้ต้องหาทั้งสองจึงถูกส่งกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ผู้ต้องหาทั้งสองรายทราบภายหลังว่าบัญชีของตนถูกใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งพบมูลค่าความเสียหายมากกว่าสองล้านบาท จนมีผู้เสียหายหลายรายเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์นำมาซึ่งการถูกออกหมายจับ และได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจับกุม ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าได้กระทำความผิดจริง และได้รับว่าจ้างทำการเปิดบัญชีเพื่อหลอกลวงเหยื่อในการฉ้อโกงออนไลน์จริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรี จึงนำตัวนายระพีพัฒน์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี และนำตัว นางพิพัฒน์ศจี ส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

บัญชีม้า

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชนที่รับจ้างเปิดบัญชีม้า ดังนี้ 

1. การรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่น ถือเป็นการร่วมกระทำความผิดจะต้องรับโทษเท่ากับเสมือนกับความผิดของผู้ที่หลอกลวงลวงประชาชน 

2. โทษของการเปิดบัญชีม้า จะต้องรับโทษต่างกรรมต่างวาระ ตามจำนวนการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น

3. อย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่มาชักชวนหรือหลอกลวงให้เปิด บัญชีธนาคาร หรือเบอร์โทรศัพท์ ให้ผู้อื่น โดยอ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทน เนื่องจากบัญชีดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด และอาจจะถูกดำเนินคดีในภายหลัง

4. อย่าเดินทางออกไปทำงานร่วมกับกลุ่มสแกมเมอร์ในต่างแดน เพราะอาจจะถูกหลอกลวงไปทำงาน   ผิดกฎหมาย อาจถูกหน่วงเหนี่ยวและกักขังได้

บัญชีม้า

โดยข้อกล่าวหาข้างต้นมีโทษตามกฎหมายดังนี้

 1. ป.อาญา มาตรา 343 วรรค2 ข้อหา ฉ้อโกงประชาชนโดยทุกจริตแสดงตนเป็นคนอื่นฯ โทษจำคุก 6 เดือน ถึง 7 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-140,000 บาท ยอมความไม่ได้

2. พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

3. พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2566 มาตรา 9 ผู้ใดเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์  สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี  ปรับไม่เกิน 300,000 บาท 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top