วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
บัตรสะดุดการเมือง ผู้สมัครภูมิใจไทย–พรรคประชาชน ยื่นทักท้วง กปน.ฉีกบัตรผิด ทักท้วงกลางคูหา ปมฉีกบัตรผิด 68 ใบ
8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 13.30 น. นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยตัวแทนจาก พรรคประชาชน ได้เดินทางไปยัง หน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ 3 ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดน่าน เพื่อยื่นหนังสือทักท้วงกรณีเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ฉีกบัตรเลือกตั้งผิดแนว จำนวน 68 ใบ
นายสักก์สีห์ เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจและแปลกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทุกคนได้ผ่านการอบรมจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแล้ว แต่ยังเกิดความผิดพลาดขึ้น พร้อมระบุว่า การยื่นหนังสือทักท้วงในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความโปร่งใส ว่าความผิดพลาดดังกล่าวเกิดจากความตั้งใจหรือความประมาทเลินเล่อ
ขณะที่ในส่วนของ พรรคประชาชน ได้มีการส่งทีมกฎหมายลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น และเตรียมดำเนินการให้ฝ่ายกฎหมายยื่นหนังสือทักท้วงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปภาพรวม 68 ใบ ไม่ใช่ตัวเลขชี้ขาดโดยอัตโนมัติแต่เป็นตัวเลขที่ “มากพอ” ให้ กกต. ต้องพิจารณาผลกระทบอย่างจริงจังคำวินิจฉัยสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับระยะห่างคะแนนลักษณะความผิดพลาดผลกระทบต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กำหนดให้การจัดการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย หากพบการกระทำหรือความผิดพลาดที่อาจมีผลกระทบต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยได้หลายแนวทาง
ในกรณีการฉีกบัตรเลือกตั้งผิดแนว จำนวน 68 ใบ ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ กกต.กำหนด อาจถูกพิจารณาว่าเป็นความบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้ง หาก กกต.เห็นว่าความผิดพลาดดังกล่าว อาจส่งผลต่อผลคะแนนเสียง หรือทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม อาจมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่เฉพาะหน่วย หรือเฉพาะเขตเลือกตั้งนั้นได้
อย่างไรก็ตาม หากการตรวจสอบพบว่า ความผิดพลาดไม่ส่งผลต่อผลการนับคะแนน หรือไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งโดยรวม กกต. อาจใช้ดุลพินิจให้การเลือกตั้งเป็นไปตามเดิม พร้อมดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแทน
ทั้งนี้ การยื่นหนังสือทักท้วงของผู้สมัครและพรรคการเมือง ถือเป็นขั้นตอนตามสิทธิที่กฎหมายรับรอง เพื่อเปิดทางให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่า ทุกคะแนนเสียงได้รับการคุ้มครองตามหลักนิติธรรม
เงื่อนไขที่ กกต.เคยใช้ “สั่งเลือกตั้งใหม่” ในอดีตจากแนวคำวินิจฉัยและแนวปฏิบัติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในหลายกรณีที่ผ่านมา การจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ไม่ได้พิจารณาจาก “จำนวนบัตรที่มีปัญหา” เพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณา ผลกระทบต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง เป็นหลัก โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่
ความผิดพลาดหรือการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบ กกต. อย่างชัดเจน เช่น การจัดการบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง การนับคะแนนผิดขั้นตอน หรือการกระทำที่ไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดความผิดพลาดนั้นอาจมีผลต่อผลคะแนนเสียง
หากจำนวนบัตรที่มีปัญหา มีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงผลแพ้–ชนะของผู้สมัครในหน่วยหรือเขตเลือกตั้งนั้นความผิดพลาดเกิดขึ้นในสาระสำคัญ ไม่ใช่เพียงข้อบกพร่องเล็กน้อยกกต.มักแยกแยะระหว่าง “ข้อผิดพลาดทางเทคนิคที่ไม่กระทบผล” กับ “ข้อผิดพลาดที่กระทบความชอบธรรมของการเลือกตั้ง”มีการร้องเรียนหรือทักท้วงตามขั้นตอนจากผู้มีส่วนได้เสีย
เช่น ผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้สังเกตการณ์ ซึ่งเปิดทางให้ กกต. ใช้อำนาจตรวจสอบอย่างเป็นทางการ หากเข้าเงื่อนไขข้างต้น กกต.สามารถมีคำสั่งให้ เลือกตั้งใหม่เฉพาะหน่วย หรือในบางกรณีอาจขยายผลไปถึงระดับเขตเลือกตั้งได้
บัตร 68 ใบ กระทบโอกาสผู้สมัครแค่ไหน?
หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 579 คน
บัตรที่ถูกฉีกผิดแนว 68 ใบ คิดเป็นประมาณ 11.7% ของผู้มีสิทธิ์ในหน่วยนี้
ประเด็นสำคัญที่ กกต.จะพิจารณา
หาก คะแนนแพ้–ชนะของผู้สมัครในหน่วยนี้ต่างกันไม่ถึง 68 คะแนน
บัตรที่มีปัญหาอาจ “เปลี่ยนผลผู้ชนะ” ได้
มีน้ำหนักเพียงพอให้ กกต. พิจารณาเลือกตั้งใหม่
หากคะแนนห่างกัน มากกว่า 68 คะแนนอย่างชัดเจน
โอกาสที่บัตรดังกล่าวจะเปลี่ยนผลมีน้อย
→ กกต.อาจเห็นว่าไม่กระทบผลการเลือกตั้งโดยรวม
หากเขตเลือกตั้งมีการแข่งขันสูสี
→ แม้เป็นเพียงหน่วยเดียว แต่บัตร 68 ใบ อาจมีผลต่อคะแนนรวมทั้งเขต
→ ทำให้ กกต.ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ
มุมการเมืองในสนามเลือกตั้งที่คะแนนเบียดกัน “ทุกหน่วย ทุกสิบคะแนน” มีความหมายบัตรที่มีปัญหา 68 ใบ จึงไม่ใช่ตัวเลขเล็ก โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ผู้ใช้สิทธิ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี