วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สุดยื้อ ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ดับสลดหลังจากถูกเยาวชนวัย 18 ปี คลุ้มคลั่ง บุกยิงในโรงเรียน เสียสละแลกตัวเองเป็นตัวประกันเพื่อปกป้องนักเรียน ตร.เอาผิดผู้ก่อเหตุ 3 ข้อหา ด้าน ศธ.ชงเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษขอพระราชทานเครื่องราชฯ ส่วน “นฤมล” รุดเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ขณะที่นายกฯ จี้ตำรวจเร่งจัดการปัญหา
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงเหตุคนร้าย ซึ่งเป็นเยาวชน มีอาการคลุ้มคลั่ง ถืออาวุธปืนบุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนจะจับนักเรียนเป็นตัวประกัน แต่ระหว่างเกิดเหตุ นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนฯ ได้ขอเอาตัวเองแลกเปลี่ยนเป็นตัวประกันแทนนักเรียน โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงถูก ผอ.โรงเรียนรายดังกล่าวและถูกนักเรียนหญิง ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่คนร้ายจะยอมมอบตัว โดยทราบชื่อต่อมาคือ นายเขมนันท์(สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปีว่าหลังจากนางศศิพัชร ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.หาดใหญ่ โดยมีอาการบาดเจ็บสาหัส แต่ในช่วงกลางดึกนางศศิพัชร ได้เสียชีวิตลงแล้ว
นพ.วิโรจน์ โยมเมือง ผอ.โรงพยาบาลหาดใหญ่ เปิดเผยว่า นางศศิพัชร เสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น.เนื่องจากเสียเลือดมากและการแข็งตัวของเลือดเสียไปซึ่งเป็นไปเพราะอวัยวะภายในบาดเจ็บรุนแรงจากบาดแผลถูกยิงที่หน้าอกด้านซ้ายข้างลำตัว กระสุนเจาะทะลุจากซ้ายไปขวาและบนลงล่าง แม้ว่าแพทย์ได้พยายามทำการรักษาอย่างเต็มที่แล้วส่วนเยาวชนวัย 18 ปี ผู้ก่อเหตุ ขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ที่ รพ.หาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสอบปากคำได้
สำหรับนางศศิพัชร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ท่านได้ยอมเสียสละชีวิตตัวเองโดยขอเป็นตัวประกันแทนเหล่านักเรียนจนตัวเองถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ซึ่งจากเหตุคนร้ายบุกกราดยิงและจับตัวประกันในโรงเรียนดังกล่าว ต่อมาในโลกออนไลน์ ต่างแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและสดุดีความกล้าหาญของผอ.โรงเรียนรายนี้
ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุสลดใจดังกล่าวทางโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ได้ประกาศปิดการเรียนการสอน เป็นเวลา 2 วัน เนื่องจากต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบและเก็บวัตถุพยานอย่างละเอียดอีกครั้งโดยมีการปิดประตูโรงเรียนห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายใน
ที่ สภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.ภ.จว.สงขลา พร้อมด้วยตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวน สภ.ทุ่งลุง ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีคนร้ายที่ก่อเหตุบุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ และใช้อาวุธปืนยิง ผอ.โรงเรียนดังกล่าวและนักเรียนหญิง โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ 3 ข้อหา ประกอบด้วย ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน โดยพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปยัง รพ.หาดใหญ่ เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหากับผู้ก่อเหตุที่ยังพักรักษาตัวอยู่ จากนั้นจะมีการคุมตัวส่งไปยัง รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อตรวจติดตามอาการผู้ป่วยจิตเวช
ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าคนร้ายชิงอาวุธปืนจากตำรวจไปได้อย่างไรนั้น ทางตำรวจระบุว่า จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์คือตำรวจสภ.ทุ่งลุง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุชายคลุ้มคลั่งทำร้ายคนในครอบครัวที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 1 ต.พะตง และตำรวจสายตรวจ2 นาย ได้ขับรถยนต์ไปตรวจสอบ ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน เมื่อไปถึงก็พบนายเขมนันท์ กำลังคลุ้มคลั่งถือมืดยาวในมือ ตำรวจจึงใช้ยุทธวิธีเข้าระงับเหตุโดยใช้ไม้ง่ามในการเข้าประชิดตัว แต่ก็ถูกนายเขมนันท์ ใช้มีดไล่ฟันและถูกตำรวจด้วย แต่โชคดีที่ใส่เสื้อเกราะ จากนั้นตำรวจจึงวิ่งไปที่รถ เพื่อไปหยิบปืนไฟฟ้า นำมาใช้ระงับเหตุ แต่ระหว่างที่ปลดล็อกประตูรถ เป็นจังหวะที่คนร้ายฉวยโอกาส เข้าไปหยิบปืนที่วางอยู่ในรถ แล้วไปขึ้นจักรยานยนต์ขับหลบหนี ก่อนจะมุ่งหน้าไปก่อเหตุที่โรงเรียนดังกล่าว
ด้าน ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า การเสียชีวิตของนางศศิพัชร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา ครั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนแห่งนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านสวัสดิการและการเยียวยา พร้อมกับดูแลสภาพจิตใจ
ว่าที่ ร.ต.ธนุ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้พิจารณาสิทธิประโยชน์และบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบกรณีพิเศษ ซึ่งสูงสุดคือการเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษ 7 ขั้น และขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้เสียชีวิต โดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด
วันเดียวกันศ.ดร.นฤมล พร้อมด้วยนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว และเข้ารักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์โดย ศ.ดร.นฤมล ได้พูดคุยสอบถามอาการกับทีมแพทย์และผู้ปกครองอย่างละเอียด พร้อมกล่าวชื่นชมนักเรียนที่มีสติและความเข้มแข็ง
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสะเทือนใจอย่างยิ่ง กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจ ดิฉันตั้งใจมาให้กำลังใจเด็กและครอบครัว ขอชื่นชมความกล้าหาญและสติของนักเรียนที่สามารถควบคุมตนเองในสถานการณ์คับขันได้เป็นอย่างดี ได้พูดคุยกับคุณหมอแล้ว อาการโดยรวมปลอดภัย ขอให้เด็กพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลจะดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการเยียวยาทางจิตใจ”ศ.ดร.นฤมล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.นฤมล ได้มอบเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนจากนั้นได้เดินทางไปโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์และติดตามมาตรการดูแลความปลอดภัยของโรงเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมให้กำลังใจผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบ
อีกด้านหนึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีคนร้ายบุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ยิง ผอ.โรงเรียน เสียชีวิตและนักเรียนได้รับบาดเจ็บ ว่าได้รับทราบรายงานเรื่องนี้แล้วและตำรวจกำลังเร่งสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งตนได้สั่งการไปแล้ว เมื่อถามว่าสาเหตุอาจเกิดจากปัญหายาเสพติดจะดำเนินการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า รายละเอียดขอให้สอบถามจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทราบมาว่ามาจากการคลุ้มคลั่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามไล่ตะครุบตั้งแต่อยู่ที่บ้าน และมีการต่อสู้แล้วชิงปืนไป ซึ่งเป็นรายงานเบื้องต้นส่วนรายละเอียดขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชี้แจง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี