วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
'สุทธิพงษ์ จุลเจริญ' เป็นประธานสวด ‘พระปริตรรามัญ' งานสมเด็จพระนารายณ์ สืบสานราชประเพณีโบราณ

'สุทธิพงษ์ จุลเจริญ' เป็นประธานสวด ‘พระปริตรรามัญ' งานสมเด็จพระนารายณ์ สืบสานราชประเพณีโบราณ

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.27 น.

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  พระราชสิริวชิรเวที เจ้าอาวาสวัดพระนางจามเทวี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี (ธ)  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในงานสวดพระปริตรรามัญ ในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569  โดยมี พระครูใบฎีกาปัญญาวุฒิ วุฑฒิโก วัดอัมพวัน ประธานมูลนิธิรามัญรักษ์  ข้าราชการ คณะผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ และประชาชนในจังหวัดลพบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมพิธีกรรม

พระครูใบฎีกาปัญญาวุฒิ วุฑฒิโก กล่าวว่า การสวดพระปริตรแบบรามัญหรือแบบมอญนี้ เป็นราชประเพณีโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง และเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งถือว่าเป็นพิธีเสกน้ำมันต์อันศักดิ์สิทธิ์ตามฉบับของพระมอญแต่โบราณ จัดแบบนี้มาแล้ว 5 ปี พระที่มาสวดมาจากวัดอัมพวัน ตำบลบางขันหมาก จังหวัดลพบุรี  พิธีดังกล่าวถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของราชสำนักไทย ที่ยังคงรักษารูปแบบการสวดแบบมอญโบราณไว้อย่างครบถ้วน


"อาตมาพยายามอย่างยิ่งที่พยายามรักษาสวดแบบรามัญเอาไว้ ซึ่งเดียวนี้หาพระสวดแบบนี้ยากมาก พระบวชน้อย รวมทั้งขับเคลื่อนวัฒนธรรมประเพณีอื่น ๆ  ที่เป็นอัตลักษณ์แบบมอญ  อาตมาร่วมกับชุมชนมอญบางขันหมาก ทำมานาน 20 กว่าปีแล้ว โดยมีกระทรวงวัฒนธรรม และชุมชนมอญและชาติพันธุ์อื่น ๆ เป็นภาคีเครือข่าย  สำหรับงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 โดยชูอัตลักษณ์ความรุ่งเรืองแห่งรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผ่านการตกแต่งเมืองด้วยแสงสี สื่อผสม และดอกไม้นานาพันธุ์ ควบคู่กับการย้อนรอยประวัติศาสตร์ในการแต่งชุดไทยเที่ยวงาน มีลานวัฒนธรรม นำสินค้าโอทอป อาหารพื้นบ้านมาร่วมจำหน่าย ส่วนการสวดพระปริตรรามัญจัดทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป.."

"สวดพระปริตรรามัญ"  จาก ราชประเพณีจากกรุงศรีอยุธยา จนถึง ปัจจุบัน

พิธีสวดพระปริตรรามัญมีต้นกำเนิดในราชสำนักสมัยอยุธยาที่ยังคงรักษามาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งน้อยคนนักจะทราบ ด้วยว่าเป็นพิธีการแต่เพียงภายใน โดยนิมนต์พระสงฆ์มอญ มาสวดด้วยรามัญวิธี ณ หอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งแต่เดิมนั้นต้องนิมนต์พระปริตรามัญดังกล่าวนี้ มาสวดพระปริตทุกวัน แต่ปัจจุบันคงเหลืองเพียงแค่วันธรรมสวนะเท่านั้น

การที่พระสงฆ์มอญสวดพระปริตรเสกน้ำพระพุทธมนต์ในพระบรมมหาราชวังนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชาธิบายว่า

“ในพระราชนิเวศน์เวียงวังของพระเจ้าแผ่นดินสยามตามแบบแผนบุรพประเพณีมีสืบมา พระสงฆ์รามัญได้สวดพระปริตรตามแบบอย่างข้างรามัญ ถวายน้ำพระพุทธมนตร์เป็นน้ำสำหรับสรงพระพักตร์ แลน้ำสรงพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าแผ่นดิน แลประพรมเป็นทักษิณาวัฏรอบขอบในจังหวัดพระราชมหามณเฑียรนี้ทุกวัน เป็นการพระราชพิธีมีสำหรับบรมราชตระกูลสืบมาแต่โบราณ”

ความหมายแห่งน้ำพระพุทธมนต์

หัวใจสำคัญของพิธี คือ การเสกน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อนำไปเป็นน้ำสรงพระพักตร์ และประพรมพระมหามณเฑียร เชื่อว่าจะช่วยคุ้มครองป้องกันภยันตราย และสร้างความเป็นสิริมงคลแก่พระราชสำนักและบ้านเมือง  ตามความเชื่อระบุว่า ธรรมเนียมนี้สืบทอดมาจากพระมหาเถรคันฉ่อง พระอาจารย์ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมอญ

มิติท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

การจัดพิธีสวดพระปริตรรามัญภายในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ไม่เพียงเป็นการสืบสานราชประเพณี หากยังเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสพิธีกรรมโบราณในสถานที่จริงทางประวัติศาสตร์

ท่ามกลางกำแพงอิฐสีส้มของพระราชวังเก่า เสียงสวดภาษารามัญที่กังวานในยามค่ำคืน สร้างบรรยากาศสงบ ขรึมขลัง และตราตรึงใจผู้ร่วมงาน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ของงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ “ละโว้ธานี” ได้อย่างลึกซึ้ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top