วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ป.ป.ท.ค้น‘วัดป่ารักษาใจ’
รุกป่า/กว้านซื้อที่2พันไร่
“บิ๊กโก๋”เลขาฯ ป.ป.ท.ร่วมกับ“บิ๊กเต่า”รองผบช.ก. เปิดปฏิบัติการบุกตรวจค้น“วัดป่ารักษาใจ”ปมพบบุกรุกป่า-กว้านซื้อที่ดินสปก.กว่า2,000ไร่ ในพื้นที่ จ.สระบุรี แบ่งทำกุฎิชวนโยมผ่านโซเชียลซื้อถวายวัดหรือที่อยู่ปฏิบัติธรรมหลังละ500,000 บาท
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.00 น.ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ภายใต้การอำนวยการของนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.และพันตำรวจโทสิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมกา ป.ป.ท.พร้อม เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต และปปท. เขต 1 ร่วมกับ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก พลตำรวจตรี เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป่าไม้ นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนา สำนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัดสระบุรีและสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี ร่วมลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสถานะพื้นที่ครอบครองของวัดป่ารักษาใจ หมู่บ้านอริยะ วัดป่าชนะใจพุทธ สถานรักษาใจนานาชาติ และผาชนะใจ ณ ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก คาบเกี่ยว อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี
สืบเนื่องจากสำนักงานป.ป.ท.ได้รับการแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีวัดป่า หรือสำนักสงฆ์ นำโดยครูบาชัยวัฒน์ (ประวัติ บวชเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 ต้นสังกัดวัดศรีสุธาวาส (วัดเลยหลง) อำเภอเมืองจังหวัดเลย) แสดงตนเป็นผู้นำคณะสงฆ์และแม่ชี เข้ามาบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าบริเวณดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า และปัจจุบันยังมีการบุกรุก ปรับพื้นที่และสร้างสิ่งปลูกสร้างอยู่ตลอดเวลา
จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์พบว่าวัดป่ารักษาใจได้มีการเชิญชวนทำบุญ เรี่ยไรเงินในการปรับพื้นที่ก่อสร้างถนนและขุดล้อมต้นไม้จากที่สาธารณประโยชน์ เช่น บริเวณริมถนนสาธารณะไปตกแต่งพื้นที่ภายในวัด นำเครื่องจักรหนักเข้ามาในพื้นที่ ขุดปรับแต่งพื้นที่ให้ราบเหมาะแก่การก่อสร้าง ดันต้นไม้ทำถนนขึ้นไปในแนวป่าและทำการปรับพื้นที่ โดยการชักชวนผ่านช่องทางเฟสบุ๊ค tiktok, youtube เชิญชวนให้มาซื้อกุฎิถวายวัด หรือซื้อเพื่ออยู่ปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000บาท ทำถนนทางเข้าพุทธสถานวัดป่ารักษาใจนานาชาติ 10 กิโลเมตร มูลค่า 3.3 ล้านบาท และในการดำเนินการกิจการต่างๆ ภายในวัด ซึ่งส่วนมากเกี่ยวข้องกับการทำการสร้างสิ่งก่อสร้างและปรับพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือสปก.ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดิน ยังไม่ได้อนุญาตให้แก่ผู้ใด
สำหรับปฏิบัติการเข้าตรวจสอบสถานะพื้นที่ในครั้งนี้ พบว่า จุดที่ 1วัดป่ารักษาใจ อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พื้นที่ 13ไร่ ปรากฎชื่อผู้ได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตามเอกสาร สปก 4-01แต่ผู้ได้รับอนุญาตตามเอกสาร ไม่ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ต่อมาวัดป่ารักษาใจเข้ามาในพื้นที่ ในช่วงปี 2566 พบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมจากผู้เคยได้รับอนุญาตเดิม
จุดที่ 2 ถึง 4 (หมู่บ้านอริยะ วัดป่าชนะใจ พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และผาชนะใจ) อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินฯยังไม่ได้อนุญาตให้ผู้ใดเข้าทำประโยชน์ ผู้บุกรุกยึดถือครอบครอง มีพฤติกรรมก่อสร้าง แผ้วถางป่า นำเครื่องจักรหนักปรับพื้นที่ในบริเวณเนินเขาสูง โดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ สถานะพื้นที่ตามกฎหมาย เป็นผู้บุกรุกที่ดิน สปก.ตาม พ.ร.ก.สปก.พ.ศ. 2518และที่แก้ไขเพิ่มเติมมีความผิดตาม ม.54 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 สถานะของวัดป่า ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย คณะทำงานเรียกว่า เป็นที่พักสงฆ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จากเจ้าคณะปกครอง ดำเนินการก่อสร้าง โดยไม่เป็นไปตามพ.ร.บ.อนุมัติอนุญาตก่อสร้างฯ
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อออกหมายค้นและทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่วัดป่ารักษาใจ จ.สระบุรี โดยสถานะปัจจุบัน เป็นที่พักสงฆ์ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2566 ทั้งนี้เป็นการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าและที่ดินสปก.โดยการซื้อต่อจากชาวบ้าน ขณะนี้มีพื้นที่ที่ถือครองรวบรวมได้ประมาณกว่า 2,000 ไร่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี