วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันที่ 20 ก.พ. ที่สภ.วิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา และนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และทีมงาน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ. วิเศษชัยชาญ เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมกับ นายสนม สัปเหร่อ ที่ก่อเหตุกระทำอนาจารกับหญิงสาวที่ไปทำพิธี ในอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า นอกเหนือจากคดีอนาจารที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความไปก่อนหน้านี้ ทางนายอำเภอวิเศษชัยชาญได้ดำเนินคดีกับนายสนมในฐานความผิด พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน ปี 2528 ไปแล้ว ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่านายสนมมีพฤติกรรมกระทำความผิดทางคดีอาญาในอีกหลายข้อหาคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199 ซอนเร้น ปิดบัง ทำลายศพ มาตรา 150 ผ่าศพโดยไม่ใช่แพทย์นิติเวช มาตรา 366/3 ไม่มีเหตุอันควรเคลื่อนย้ายทำลายศพ มาตรา 334 ลักทรัพย์

จึงมาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มกับนายสนม พร้อมทั้งขอให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบความผิดในฐานฉ้อโกงประชาชนด้วย เนื่องจากพฤติกรรมเข้าข่ายความผิด
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีการทำเป็นกระบวนการรับผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมีนักการเมืองท้องถิ่นหนุนหลังนั้น ระบุว่าใครแตะเรื่องนี้ก็ต้องเดือดร้อน เพราะมูลนิธิทนายกองทัพธรรมไม่สนใจว่าจะเป็นใครมาจากไหน ใครให้การหนุนหลังเรื่องนี้เพื่อทำผิดให้เป็นถูก เราจะดำเนินการทั้งหมด ต่อเป็นให้นักการเมืองระดับประเทศก็ไม่สนใจ นักการเมืองท้องถิ่นไม่ต้องพูดถึง และอย่าให้มาวุ่นวายกับการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

ด้านนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา เปิดเผยว่า จากที่ตนเองไปสัมผัสพื้นที่ที่มีการฝังศพเด็กไม่สามารถสัมผัสอะไรได้เนื่องจากเป็นวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ก็มีข้อสงสัยหลายอย่างที่อยากรู้ อยากถามนายอำเภอวิเศษชัยชาญ ว่าทำไมแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับนายสนมในข้อหาเบา มีความเกรงใจนักการเมืองท้องถิ่นระดับจังหวัดหรือไม่ เนื่องจากทราบมาว่ามีทนายความของนักการเมืองท้องถิ่นระดับจังหวัดดูแลนายสนมอยู่
จากนั้นจึงเดินทางพบ นายอภิชาติ ศรีเหรา นายอำเภอวิเศษชัยชาญ เพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดี แต่ไม่พบตัวเนื่องจากไปราชการ

นอกจากนี้ วันนี้จะมีหญิงสาวผู้เสียหายอีก 3 คน มาชี้จุดเกิดเหตุในสำนักที่ทำพิธี เพื่อประกอบสำนวนคดีด้วย
จากนั้น นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา และนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และทีมงาน ได้เดินทางไปยังวัดสิงห์ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เพื่อพบกับ พระอธิการประเสริฐ ฐานยุตโต เจ้าอาวาส ซึ่งได้เล่าว่า ให้นายสนมอยู่โดยไม่ได้คิดค่าเช่ามาหลายปี ทราบแค่ว่ามีการทำพิธีให้กับลูกศิษย์ลูกหา แต่ไม่ทราบว่าทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การผ่าศพนำร่างเด็กออกก็ไม่ทราบว่าผิดกฎหมายเพราะไม่มีความรู้เรื่องกฏหมายเลย ส่วนจะมีใครเป็นแบล็คอยู่เบื้องหลังให้หรือไม่นั้นก็ไม่ทราบ
.jpg)
อย่างไรก็ตาม เมื่อหมอปลาถามกับ พระอธิการประเสริฐ ว่าจริงหรือไม่ที่วัดแห่งนี้มีเครือญาติของเจ้าอาวาสเข้ามาดูแลยุ่งเกี่ยวด้วย ก็ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง จะมีก็ช่วยงานเล็กน้อยอย่างเช่นการทำความสะอาดวัดไม่มีเรื่องของผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง
จากคำถามดังกล่าวจึงสร้างความไม่พอใจกับญาติของ พระอธิการประเสริฐ ที่อยู่ในระหว่างสื่อมวลชนสัมภาษณ์ (น้องสะใภ้) จึงชี้แจงว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับพระอธิการประเสริฐ ที่ผ่านมา พระอธิการประเสริฐเคยบอกเคยเตือนนายสนมว่า เห็นมีลูกศิษย์ลูกหามาทำพิธีเยอะภาพลักษณ์ดูเหมือนเป็นพุทธพาณิชย์เพราะอยู่ในพื้นที่วัด แต่นายสนมก็ไม่เชื่อฟังยังเปิดสำนักให้ลูกศิษย์ลูกค้ามาทำพิธีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรณีนี้ก็ขัดใจกับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะญาติพี่น้องของพระอธิการประเสริฐ ที่นายสนมไม่เชื่อฟัง

ซึ่งชาวบ้านรับรู้มานานแล้วว่านายสนมรับทำพิธีหลายอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าไปก่อเหตุรวมรามกับเหยื่อที่ทำพิธี ซึ่งก็ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมดังกล่าว แต่อยากจะชี้แจงคือญาติพี่น้องของพระอธิการประเสริฐ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผลประโยชน์จากเงินที่ได้จากการทำพิธีของนายสนมแต่อย่างใด พระอธิการประเสริฐก็มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ที่ยอมให้นายสนมตั้งสำนักอยู่ในเขตวัดเพราะไม่อยากมีปัญหาด้วย ถือว่าต่างคนต่างอยู่ไปเพราะเคยตักเตือนกันไปแล้ว พอรู้ว่ามีคำสั่งจากเจ้าคณะจังหวัดให้รื้อถอนสำนักดังกล่าวและให้ขับไล่นายสนมและภรรยาออกไป ก็เห็นด้วย เพราะอยากให้ออกไปจากวัดนานแล้ว
ซึ่งในวันนี้มีหญิงสาวผู้เสียหาย 3 คน ที่ถูกนายสนมกระทำอนาจารมาชี้จุดเกิดเหตุที่สำนักด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย ก็ได้ขนย้ายสิ่งของออกไปจากที่ตั้งกู้ภัย ที่นายสนมอยู่และที่ทำพิธี ตามคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัด

ล่าสุดจากการประชุมของรองเจ้าคณะจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวาน (19 ก.พ.69) มีมติให้รื้อถอนสำนักของนายสนมในวัน 23 กุมภาพันธ์นี้ แต่จากการแจ้งความในวันนี้ทำให้ยังไม่สามารถรื้อสำนักดังกล่าวได้ เพราะยังมีหลักฐานทางคดีอีกหลายอย่างที่ต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบให้ 100% ก่อน ตอนนี้ห้ามมีใครพักอาศัยและดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งนายสนมและภรรยาก็ไม่ได้อยู่ในสำนักดังกล่าวแล้ว



โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี