นักวิชาการเตือนฤดูร้อนปี 69 อันตราย เสี่ยงโรคลมแดด-ฮีทสโตรกพุ่ง คาดอุณหภูมิแตะ 43 องศา

นักวิชาการเตือนฤดูร้อนปี 69 อันตราย เสี่ยงโรคลมแดด-ฮีทสโตรกพุ่ง คาดอุณหภูมิแตะ 43 องศา

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.26 น.

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เตือนฤดูร้อนปีนี้ คนไทยเสี่ยง 'โรคลมแดด-ฮีทสโตก' ได้ง่าย

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  ฤดูร้อนปีนี้ คนไทยเสี่ยงต่อโรคลมแดด และฮีทสโตกได้ง่าย ..ระวังตัวด้วย!


1.ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่22 ก.พ. 69 โดยมีการคาดการณ์อุณหภูมิสูงสุดในบางพื้นที่อาจแตะ 43 องศา

ความรู้สึกว่าอากาศร้อนไม่ได้ดูจากค่าจากเทอร์โมมิเตอร์อย่างเดียวจะต้องพิ จารณาจากค่าความรู้สึกจริงหรือดัชนีความร้อนของร่างกายซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงมากกว่า...

ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิในบรรยา กาศ (Temperature)และความชื้นสัม พัทธ์ (Humidity) เป็นปัจจัยหลักที่ใช้กำหนดค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ของร่างกายซึ่งก็คือ"อุณหภูมิที่ร่างกายของเรารู้สึกได้จริง"(Feels Like)่ว่ามีค่าเท่าไหร่ อันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือไม่?....

ตามปรกติค่าความชื้นสัมพัทธ์ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย (เดือนมีนาคม - กลางพฤษภาคม) โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60 -75% หากในช่วงเวลาดังกล่าวอุณหภูมิจากเทอร์โมมิเตอร์สูงถึง 36 องศาเซลเซียส อาจจะทำให้ค่าดัชนีความร้อนขึ้นไปสูงกว่า 50 องศาได้ ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดดและ heat Stroke ได้..

2.ดัชนีความร้อน (Heat Index) คืออะไร?

คือค่าอุณหภูมิที่ร่างกายมนุษย์ "รู้สึกได้"จริงในขณะนั้น ซึ่งเกิดจากการรวมกันของอุณหภูมิอากาศและความชื้น สัมพัทธ์ โดยความชื้นที่สูงขึ้นจะทำให้เหงื่อระเหยได้ยากขึ้น ร่างกายจึงสะสมความร้อนไว้และรู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิจริงที่วัดได้จากเทอร์โมมิเตอร์

2.1.อุณหภูมิสูง + ความชื้นต่ำ: ร่างกายระบายความร้อนได้ดี รู้สึกสบายกว่า

2.2.อุณหภูมิสูง + ความชื้นสูง: เหงื่อไม่ออก ตัวเหนียว รู้สึกร้อนอบอ้าวและอันตรายต่อสุขภาพ

3. เกณฑ์ความอันตรายของค่า Heat Index (HI)

กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานทางด้านสาธารณสุขแบ่งระดับความเสี่ยงไว้ดัง นี้:

3.1. ค่าHI 27°C - 32°C (เฝ้าระวัง): อาจเกิดอาการอ่อนเพลียหากทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ

3.2. ค่าHI 32°C - 41°C (ระมัดระวังเป็นพิเศษ): มีโอกาสเกิดตะคริวจากความร้อนและเพลียแดด (Heat Exhaustion)

3.3.ค่าHI  41°C - 54°C (อันตราย): มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดตะคริวและเพลียแดด และอาจเกิด โรคลมแดด (Heat Stroke)

3.4.ค่าHI  54°C ขึ้นไป (อันตรายมาก): มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิด Heat Stroke ทันที 

4. ข้อแนะนำเมื่อดัชนีความร้อนสูง

4.1.ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวันและควรดื่มก่อนที่จะรู้สึกกระ หาย หากเหงื่อออกมากควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อทดแทนแร่ธาตุที่เสียไป
และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น

4.2.สวมเสื้อผ้าสีอ่อน เนื้อผ้าบางเบา เช่น ผ้าคอตตอน หรือ ผ้าลินินและทรงหลวมเพื่อให้อากาศถ่ายเท

4.3.ลดอุณหภูมิโดยอาบน้ำเย็นหรือใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว โดยเน้นจุดที่มีเส้น เลือดใหญ่อยู่ใกล้ผิวหนัง เช่น คอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อช่วยระบายความร้อนได้เร็วขึ้น

4.4.หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยพยายามอยู่ในที่ร่มหรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะช่วงเวลา 11.00 -15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top