ผัวหึงโหดยิงเมียดับคาครัว! ก่อนเป่าหัวตัวเองสาหัส ทิ้งลูก 2 ขวบกำพร้า

ผัวหึงโหดยิงเมียดับคาครัว! ก่อนเป่าหัวตัวเองสาหัส ทิ้งลูก 2 ขวบกำพร้า

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.27 น.

หึงโหดยิงคาครัว! หนุ่มเจ้าของรถดั้มลั่นไกดับแฟนสาว ก่อนยิงตัวตายตามสาหัส ทิ้งลูกน้อย 2 ขวบกำพร้า

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 1 มีนาคม 2569 พ.ต.ท.ณรงค์ ปิยะพันธ์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.ไพรบึง รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านหมู่ 5 ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ หลังรับแจ้งได้ประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ และชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ


จุดเกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณด้านหลังตัวบ้านต่อเติมเป็นห้องครัวแยกออกจากตัวบ้านหลักอย่างชัดเจน เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบชาวบ้านจำนวนมากยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงเช่นนี้ในชุมชนที่เงียบสงบ

ภายในห้องครัวพบร่างผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย และร่างหญิงเสียชีวิตอีก 1 ราย รายแรกผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อคือนายพิเชษฐ์ อายุ 33 ปี อาชีพเจ้าของรถดั้ม ชาวตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณศีรษะ 1 นัด ใกล้กันพบอาวุธปืนแบลงก์กันดัดแปลง และปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 1 ปลอก ตกอยู่ไม่ห่างจากร่างผู้บาดเจ็บ

นายสุรพงศ์ บิดาของฝ่ายหญิง เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวคบหากับนายพิเชษฐ์มาประมาณ 3 ปี มีลูกชายด้วยกันวัย 2 ขวบ 1 คน ตลอดระยะเวลาที่คบหากันมา นายพิเชษฐ์มีพฤติกรรมหึงหวงรุนแรงอยู่เสมอ มักมีปากเสียงกับลูกสาวตนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการออกไปพบปะเพื่อนฝูงหรือไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ก่อนหน้านี้ลูกสาวเคยเล่าให้ฟังว่า นายพิเชษฐ์เคยข่มขู่จะฆ่าทั้งครอบครัว หากมีการเลิกราหรือมีปัญหากันรุนแรง อีกทั้งยังเคยนำปืนออกไปยิงนอกบ้านให้เห็นมาแล้ว สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในครอบครัว

นายสุรพงศ์ กล่าวต่อว่า ระยะหลังลูกสาวพยายามขอแยกตัวออกห่าง เนื่องจากทนพฤติกรรมหึงหวงไม่ไหว และต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยในวันเกิดเหตุ ลูกสาวตั้งใจจะไปงานแต่งงานของเพื่อนสนิท แต่นายพิเชษฐ์ไม่ยอมให้ไป ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ตนไม่ทราบแน่ชัดว่าประเด็นดังกล่าวเป็นชนวนเหตุโดยตรงหรือไม่ แต่เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากความหึงหวงสะสมที่ยืดเยื้อมานาน

นางสาวนิติยา อายุ 28 ปี เพื่อนสนิทของผู้ตาย เปิดเผยว่า วันนี้ตนมารับผู้ตายไปงานแต่งเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งในตัวอำเภอไพรบึง ช่วงประมาณ 10.00 น. ผู้ตายเล่าให้ฟังว่าแฟนหรือผู้ก่อเหตุโทรตามตลอด และบอกว่าจะตามมาที่งานด้วยแต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พอถึงช่วงเย็นประมาณ 16.30 น. ตนจึงขับรถมาส่งผู้ตายที่บ้านสวนของพ่อและแม่ หลังจากนั้นฝ่ายชายก็ได้ขับรถมายังบ้านหลังเกิดเหตุ โดยไม่รู้เลยว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเพื่อนของตน

โดยปกติแล้วผู้ตายเป็นคนนิสัยดีรักเพื่อน ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นคนอารมณ์ร้อนขี้หึง เมื่อ 4 ปีก่อนทั้งคู่เคยทำงานที่กรุงเทพฯ ผู้ก่อเหตุมีนิสัยหึงหวงและโมโหร้าย เคยใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายแต่ไม่โดน จนมีการแจ้งความดำเนินคดีและเลิกรากันไปในครั้งนั้น ตนไม่คิดว่าทั้งสองคนจะกลับมาคบหาและอยู่กินด้วยกันอีกจนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 1 คน และไม่คิดว่าผู้ก่อเหตุจะมาฆ่าเพื่อนตน ตนรู้สึกตกใจมาก สาเหตุหลักน่าจะมาจากความหึงหวงแล้วเกิดอารมณ์โมโหร้าย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งสมมติฐานว่า อาจเป็นเหตุทะเลาะกันอย่างรุนแรง ก่อนที่ฝ่ายชายจะใช้อาวุธปืนยิงฝ่ายหญิง และตัดสินใจยิงตัวเองตาม อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด ทั้งคราบเขม่าดินปืน ลายนิ้วมือ และวิถีกระสุน เพื่อยืนยันลำดับเหตุการณ์ที่แท้จริง

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก หลายคนระบุว่าทั้งสองคนมักมีปากเสียงกันจริง แต่ไม่คิดว่าจะลุกลามถึงขั้นจบชีวิตคู่เช่นนี้ โดยเฉพาะเด็กชายวัย 2 ขวบที่ต้องกลายเป็นกำพร้าในคืนเดียว สร้างความหดหู่ให้กับผู้ที่ทราบข่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไพรบึง เปิดเผยว่า จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำญาติและผู้ใกล้ชิดอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบประวัติการครอบครองอาวุธปืน เพื่อสรุปสำนวนคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top