​จับพ.ท.พันแก๊งยา อายัดทรัพย์กว่า122ล้าน

​จับพ.ท.พันแก๊งยา อายัดทรัพย์กว่า122ล้าน

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จับพ.ท.พันแก๊งยา

อายัดทรัพย์กว่า122ล้าน

ป.ป.ส.เปิดยุทธการ “ตัดเนื้อร้าย 2” ทลายเครือข่ายแก๊งค้ายา“เสี่ยจิว” จับกุม นายทหารยศพ.ท. และร.ท. เอี่ยวลักลอบลำเลียง-ฟอกเงินแก๊งยา อายัดทรัพย์กว่า 122 ล้านบาท เดินหน้าขุดรากถอนโคนต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.ได้เปิดปฏิบัติการยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 2 นำกำลังเข้าจับกุม 2 นายทหาร ยศ พ.ท.สังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม เกี่ยวพันกับการฟอกเงินยาเสพติด และ ร.ท.สังกัดหน่วยรบพิเศษ ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย ในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ‘เสี่ยจิว’ อดีตนักโทษที่แอบอ้างเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่


พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการทลายเครือข่ายนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้สกัดจับรถกระบะต้องสงสัยในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ยึดไอซ์ ล็อตใหญ่ 44 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 1,418 กิโลกรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่ยึดของกลางสำคัญคือโทรศัพท์มือถือ จนนำไปสู่การกู้ข้อมูลแชทไลน์ ทราบว่าผู้สั่งการคือนายชุติธัญญ์ หรือเสี่ยจิว ชาวเขากลุ่มชาติพันธุ์ ที่เคยถูกจับกุมในคดีเฮโรอีน เมื่อปี 2549 เมื่อพ้นโทษได้เปลี่ยนชื่อ-สกุล สร้างฉากลวงโลก แอบอ้างเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และกลับมาพัวพันกับการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยขนลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือ ลงสู่ภาคใต้ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่สะกดรอยรถบรรทุก 6 ล้อ ติดป้ายทะเบียนคล้ายรถทหาร จนเกิดการยิงปะทะกันที่ดอยแม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ตรวจยึดไอซ์ ซุกซ่อนในถังน้ำมัน กว่า 1,400 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหา 7 ราย โดย 3 ใน 7 ของผู้ต้องหา เป็นอดีตทหารที่ถูกไล่ออกจากราชการในคดียาเสพติด แล้วผันตัวมารับจ้างเป็นกองกำลังคุ้มกันและขนลำเลียงยาเสพติดให้เครือข่ายดังกล่าว

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวต่อว่า จากพยานหลักฐานที่มัดแน่น นำไปสู่การเปิดปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด โดยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ป.ป.ส.สนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ปูพรมตรวจค้น 8 จุดเป้าหมาย ใน จ.เชียงใหม่ เชียงราย นนทบุรี และ กทม.สามารถจับกุม น.ส.สิรินดา ภรรยาเสี่ยจิว นายศิวสรรค์ ผู้จัดหายานพาหนะ และ ร.ท.โชคชัย ทหารสังกัดกรมรบพิเศษ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทีมขนลำเลียงยาเสพติด พร้อมอายัดทรัพย์สินกว่า 47 รายการ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ เงินฝากในบัญชีธนาคาร รถยนต์ อาวุธปืน ทองรูปพรรณ และเงินสด มูลค่ารวมกว่า 122 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภายหลังการจับกุม ร.ท.โชคชัย จึงมีการสืบสวนขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลในเครือข่าย พบเส้นเงินต้องสงสัยเชื่อมโยงไปถึงนายทหารยศ พ.ท.กับภรรยา และเครือญาติฝั่งภรรยา โดยปรากฏหลักฐานการรับโอนเงินหลายล้านบาท จากเครือข่ายของเสี่ยจิว รวมทั้งพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่า เครือญาติฝั่งภรรยาของนายทหารยศ พ.ท.มีพฤติการณ์เป็นนอมินี ถือครองทรัพย์สินมูลค่าสูงแทนเสี่ยจิว และภรรยา รวมหลายรายการ

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงราย ออกหมายจับนายทหารยศ พ.ท.กับภรรยา ในข้อหาสมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ จากนั้นสำนักงาน ป.ป.ส.จึงเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายอีกครั้งในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เข้าจับกุม พ.ท.ปัณณ์ สังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมกับภรรยา ได้ที่ ริมถนนซอยแจ้งวัฒนะ 25 กทม.

“แม้ว่าขณะนี้ตัวการใหญ่อย่างเสี่ยจิว ยังอยู่ระหว่างหลบหนี แต่การกวาดล้างขบวนการนี้สามารถจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 2 ราย คือ ร.ท.โชคชัย สังกัดหน่วยรบพิเศษ และ พ.ท.ปัณณ์ สังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ถือเป็นการเด็ดปีกและตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ โดยข้อมูลการข่าวพบว่าเมื่อปี 2562 สำนักงาน ป.ป.ส.ได้รับแจ้งจากหน่วยงานพิทักษ์ชายฝั่งไต้หวัน ว่าเสี่ยจิว มีความเกี่ยวข้องกับคดีที่คนไทยและคนไต้หวัน ร่วมกันลักลอบนำเฮโรอีน เข้าไปจำหน่ายในไต้หวัน 29 กิโลกรัม และยังปรากฏข่าวจากหน่วยข่าวกรองกองทัพบก พบว่าเกี่ยวข้องกับคดีลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางทะเล เพื่อส่งไปประเทศที่สาม” พ.ต.ต.สุริยา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top