'สรวีย์-เบญ' นอนคุก ศาลไม่ให้ประกัน ผู้จ้างวานอุ้มสังหาร ผจก.หนุ่ม หวั่นหลบหนี

'สรวีย์-เบญ' นอนคุก ศาลไม่ให้ประกัน ผู้จ้างวานอุ้มสังหาร ผจก.หนุ่ม หวั่นหลบหนี

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.06 น.

'สรวีย์-เบญ' นอนเรือนจำหลังวืดประกันคดีอุ้มฆ่า ศาลชี้ พฤติการณ์อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เป็นเรื่องร้ายแรง ส่วนสติ๊กเกอร์จอดรถศาลให้ยกเลิก หลังตั้นเคยเป็นผู้ประนอมข้อพิพาท 

วันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก คดีพนักงานสอบสวนสน.สุทธิสาร ได้ควบคุมตัวและ นายสรวีย์  หรือตั้น อายุ 46  ปี  และน.ส.เบญญาภา หรือเบญ  อายุ 45 ปี ลูกพี่ลูกน้องกัน 2 ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ และนำศพไปเผาอำพรางที่บ้านร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรีมายื่นคำร้องฝากขังศาลครั้งแรก


โดยพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณสรุปว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายรัฐ มณีประเสริฐ เข้าแจ้งความว่าไม่สามารถติดต่อ นายรุทธ์ หรือท็อป อายุ46 ปี น้องชาย ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์แห่งหนึ่งย่านสุทธิสารได้ 

ทั้งนี้จากการสืบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.20 มีคนร้าย 6 คนใช้รถยนต์และรถจักรยานต์ยน บังคับเอาตัวผู้เสียหาย ไปยังบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ก่อนร่วมกันบังคับหรือทำให้นายรุทธ์ อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ก่อนนำโทรศัพท์มือถือ2 เครื่องของผู้ตายไป โดยมีคนร้ายอีก 2 คนเป็นผู้รับงานสั่งการและประสานงาน ร่วมกันฆ่านายรุทธ์ ถึงแก่ความตาย และนำศพไปเผาที่ บ้านร้างแห่งหนึ่งในอ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ก่อนพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 8 คน ได้แก่ 1.นายจักรพันธ์ หรือเจ 2.นายพงศ์สิษฐ์ หรือเป้ 3 นายอภิสิทธิ์ หรือปอนด์  4 นายสิทธิโชค หรือแบล็ค 5.นายเผ่าทอง หรืออั้ม  6.นายบุญญพัฒน์ หรือสันติ ฐานผู้ร่วมกระทำความผิด และ 7.นายวีรวิชญ์ หรือขวัญ  8.นายภูเมธ หรือ อาร์ท  ผู้ต้องหฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด 

จากการสอบสวนขยายผลพบว่า นายสรวีย์ ได้กระทำผิดโดยเป็นผู้ว่าจ้างวานและใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ส่วนน.ส.เบญญาภา เป็นผู้ว่าจ้างหาข้อมูลและติดตามตัวผู้ถูกอุ้ม จนผู้ต้องหาคนอื่นสามารถอุ้มผู้ที่ถูกอุ้มได้จนกระทั่งเกิดเหตุเสียชีวิตและนำศพไปเผาทำลาย ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขอหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองของศาลอาญาที่1293,1294/2569ลงวันที่ 5 มีนาคม2569 ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ เมื่อวันที 5 มีนาคม 2569  ส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสารแจ้งขัอหาดำเนินคดี

เหตุเกิดบริเวณบ่อตกกุ้งแห่งหนึ่ง  ย่านซ.รัชดาภิเษก 18  กทม. อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และบ้านร้างแห่งหนึ่งใน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ตั้งแต่วันที 18 กุมภาพันธ์  ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2569 

การกระทำของผู้ต้องหาทั้ง สอง เป็นความผิดฐาน เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือยอมจำนนต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หน่วงเหนื่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ปลันทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป.หรือเพื่อให้ทันการรับกุม ไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียหาย.เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพ ส่วนของศพ ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย อั้งยี่ ซ่องโจร  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา84,199,209,210,289,309,310,340 ตรี,366/3 โทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป

ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้วแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปาก รอผลการตรวจประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานในคดีและอื่นๆ  ด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้มีกำหนด 12 วันนับตั้งแต่วันที่ 7 -18 มีนาคม นี้

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีนี้เป็นความผิดหลายท้องที่มีพยานที่ต้องรวบรวมหลักฐานอีกหลายรายการ ซึ่งมีพยานบุคคลวัตถุ,เอกสารเชิงพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งคดีนี้มีอัตราโทษสูงและประชาชนให้ความสนใจ หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะไปข่มขู่พยานยุ่งเหยิงกับพยานที่เจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมเพื่อพิสูจน์ความผิด และหลบหนี

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาทนายความผู้ต้องหาทั้งสอง ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอให้ปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง 

ศาลอาญาพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ตามหมายจับ ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสอง จะหลบหนีในชั้นนี้ จึงไม่อนุญาต ให้ ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง 

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางทันที

ผู้สื่อข่าวร่ยงานกรณีจากที่มีข่าวเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เกี่ยวกับสถานะนายสรวีย์ และประเด็นสติ๊กเกอร์จอดรถที่มีสัญลักษณ์ศาลนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นายสรวีย์ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประนีประนอมประจำศาล ซึ่งก่อนการขึ้นทะเบียนได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติตามระเบียบและไม่ปรากฏข้อมูลอาชญากรรมใด แต่เมื่อปัจจุบันปรากฏเป็นข่าวเรื่องการดำเนินคดีอาญา ในส่วนของการขึ้นทะเบียนผู้ประนีประนอมศาลอุทธรณ์และศาลจังหวัดพัทยา ได้มีคำสั่งให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ทันที ตามประมวลจริยธรรมผู้ประนีประนอม 

ส่วนสติ๊กเกอร์จอดรถชองศาลนั้น เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นบัตร หรือสติ๊กเกอร์ ที่ออกโดยถูกต้องในช่วงเวลาที่นายสรวีย์เคยปฎิบัติหน้าที่ โดยเป็นบัตรเก่าที่หมดอายุไปแล้ว และเมื่อมีคำสั่งให้นายสรวีย์พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ด้วยแล้ว บัตรจอดรถที่ปรากฏจึงไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top