ธนกร ส่งชุด เต็มเหนี่ยว ลุยสแกนตรวจคลังสินค้า 38 แห่งย่านบางขุนเทียน พบสินค้าไม่มี มอก.กว่า 300 ชิ้น

ธนกร ส่งชุด เต็มเหนี่ยว ลุยสแกนตรวจคลังสินค้า 38 แห่งย่านบางขุนเทียน พบสินค้าไม่มี มอก.กว่า 300 ชิ้น

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.38 น.

“ธนกร” ส่งชุด “เต็มเหนี่ยว” ลุยสแกนตรวจคลังสินค้า 38 แห่งย่านบางขุนเทียน พบสินค้าไม่มี มอก.กว่า 300 ชิ้น กำชับคุมเข้มสินค้าไม่ได้มาตรฐาน สกัดไม่ให้ถูกส่งต่อถึงมือประชาชน ลั่นพร้อมเด็ดขาดกับผู้ทำผิดทุกราย

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว นำโดย นางสาวพลอยลภัสร์ สิงโตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ลงพื้นที่สแกนตรวจเข้มสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ในคลังสินค้า 38 แห่ง ย่านบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เพื่อสกัดก่อนถึงมือประชาชน ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้แม้จะไม่ได้มีท่าเรือขนส่งสินค้าหลักตั้งอยู่ในพื้นที่โดยตรง แต่ในเชิงโลจิสติกส์จะเชื่อมต่อกับท่าเรือสำคัญในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งการนำเข้า-ส่งออกสินค้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์โดยมากมักจะใช้การขนส่งทางรถบรรทุกจากโกดังในย่านบางขุนเทียน เพื่อไปลงเรือที่ท่าเรือคลองเตย หรือท่าเรือแหลมฉบัง พื้นที่โซนนี้จึงเป็นแหล่งรวมคลังสินค้าที่เป็นจุดพักสินค้านำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก


อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตรวจพบสินค้าไม่ได้มาตรฐานในคลังสินค้าย่านนี้อยู่บ่อยครั้ง ถือเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่ต้องจับตามองและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งจากการลงพื้นที่ของชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยวเพื่อตรวจสอบคลังสินค้าทั้ง 38 แห่งในครั้งนี้ พบสินค้าไม่มี มอก. 300 ชิ้น เช่น ของเล่น ก๊อกน้ำ หมวกกันน็อก และเครื่องเสียง MP3 กระทรวงอุตสาหกรรมจะยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานก่อนถูกส่งต่อถึงมือประชาชน 

นายธนกร กล่าวอีกว่า นอกจากการตรวจคลังสินค้าทั้ง 38 แห่งแล้ว ยังเข้าตรวจสอบหมวกกันน็อกของกลางที่ยึดอายัดไว้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 9,633 ใบ มูลค่ากว่า 2,700,000 บาท ที่คลังสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ถนนอนามัยงามเจริญ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ซึ่งมีประวัติเคยถูกจับกุมเรื่องหัวนมยางสำหรับขวดนม (จุกนม) ไม่ได้มาตรฐาน ต่อมามีการยื่นขออนุญาตนำเข้าอย่างถูกต้อง สมอ. จึงเข้าดำเนินการถอนอายัดสินค้าที่ยึดไว้ แต่กลับพบว่ามีการนำเข้าหมวกกันน็อกไม่มีเครื่องหมาย มอก. มาจำหน่ายด้วย สมอ. จึงยึดอายัดหมวกกันน็อกดังกล่าวไว้ทั้งหมด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าของกลางทั้งหมดยังอยู่ครบในสภาพเดิม ไม่มีการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด 

"ขอฝากถึงผู้ประกอบการทุกรายที่กระทำผิดกฎหมาย ห้ามเคลื่อนย้ายของกลางโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตามมาตรา 142 นำเอกสารการยึดอายัดของเจ้าหน้าที่ออกไป ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ยืนยันว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดทุกราย” นายธนกร กล่าว

ด้านนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า สมอ. บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569  สมอ. ได้อายัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานเป็นมูลค่ากว่า 51 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเมื่อปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน ที่มีมูลค่ากว่า 141 ล้านบาท นอกจากนี้ สมอ. ยังบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ปูพรมการตรวจควบคุมการจำหน่ายสินค้าในท้องตลาด โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงและส่งผลกระทบในวงกว้างกับความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนสร้างเครือข่ายภาคเอกชนและเครือข่ายวิชาชีพในพื้นที่ให้มีความรู้ด้านการมาตรฐาน เพื่อเตรียมพร้อมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังสินค้าไม่ได้มาตรฐานในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top