วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 20 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียก น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อและรักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พรรคเพื่อไทย พร้อมครอบครัว ได้แก่ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล (กำนันป้อ) อดีตรัฐมนตรีช่วยฯ และนางยลดา หวังศุภกิจโกศล (เจ๊หน่อย) นายก อบจ.นครราชสีมา ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯนั้น
คดีนี้เป็นคดีพิเศษที่ 119/2566 (แยกจากคดี 154/2562) กรณีบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่สาธารณประ โยชน์ "หาดสวนยา" ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน พบว่าบริษัทดังกล่าวขุดบ่อกักเก็บน้ำ 3 บ่อ เนื้อที่รวมประมาณ 16-1-58.4 ไร่ เพื่อใช้ในโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง โดยอ้างเอกสารสิทธิที่ดินและที่ดินมือเปล่าของรัฐ พร้อมมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนช่วยออกเอกสารมิชอบฐานความผิดหลักตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ประมวลกฎหมายที่ดิน และประมวลกฎหมายอาญา (เช่น มาตรา 360 ฐานทำให้เสียหายทรัพย์สินสาธารณะ) คดีนี้สอบสวนยืดเยื้อมานานกว่า 6 ปี ตั้งแต่ ป.ป.ช. ส่งเรื่องคืน DSI เนื่องจากบางผู้ถูกกล่าวหาไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ
.jpg)
โดยก่อนหน้านี้ มีการร้องขอความเป็นธรรมและเลื่อนการเข้าพบหลายครั้ง จน DSI และอัยการมีมติร่วมกันดำเนินการแจ้งข้อหา ล่าสุด นายวีรศักดิ์ (กำนันป้อ) เดินทางเข้าพบและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ขณะที่นางยลดา ส่งเอกสารขอเลื่อน ส่วน น.ส.สุดาวรรณ ยังไม่เข้าพบ เนื่องจากอยู่ในสมัยประชุมสภาฯ ซึ่งมีเอกสิทธิ์ ส.ส. คุ้มครอง และยังไม่แจ้งว่าจะมารับทราบหรือไม่ หากไม่มา ต้องให้ทนายแจ้งเหตุขัดข้องต่อ DSI ซึ่งDSI ยังคงสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อไป สำหรับคดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับสูงและครอบครัว
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นเวลา 3 ชม. จึงออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับยกมือพนมไหว้ และพูดว่า ตนรีบกลับบ้านที่ จ.นครราชสีมา แต่ตนได้ปฏิเสธไปว่าเอกสารมันตรงกับที่หลักความจริง และมันเป็นเรื่องของบริษัทฯ พร้อมยืนยันว่า ตนมีโฉนดทุกแปลง
.jpg)
เมื่อถามว่าคดีมีการสอบสวนมาตั้งแต่ปี 2562 แต่กลับเพิ่งมาเป็นประเด็นในปี 2569 มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่นั้น นายวีรศักดิ์ แจงว่า ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น (พร้อมหัวเราะแห้ง) แต่มองว่าไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งแต่อย่างใด ส่วนจะเป็นประเด็นที่ส่อเป็นการสกัดเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ ตนมองว่าไม่ใช่ ทั้งนี้ ตนยังไม่มีกำหนดการที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง
ส่วนกรณีของบุตรสาว น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และภรรยา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล จะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น นายวีรศักดิ์ รีบปฏิเสธว่า ตนต้องรีบกลับบ้านที่จังหวัดนครราชสีมา เพราะน้ำมันยิ่งไม่ค่อยมี เดี๋ยวกลับไม่ถึงบ้าน ก่อนยกมือไหว้และขอบคุณสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าว และย้ำชัดเจนว่า พื้นที่ในจำนวน 3 บ่อดังกล่าวตามที่ปรากฏในข่าวสาร ตนมีถูกต้องทั้งหมด
.jpg)
และเมื่อถามว่ามีลักษณะเป็นการขุดบ่อน้ำเพื่อไปใช้สำหรับโรงงานแป้งมัน หรือมีวัตถุประสงค์การใช้น้ำเพื่อการใด ขอให้ชี้แจงสักเล็กน้อย ปรากฏว่า นายวีรศักดิ์ ไม่ได้ตอบคำถามนักข่าว แต่ทีมงานฝ่ายกฎหมายที่เป็นผู้หญิงของนายวีรศักดิ์ ได้กล่าวเสริมขึ้นมาว่า มันเป็นบ่อในเอกสารสิทธิ ทำในฐานะกรรมการมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ทีมงานฝ่ายกฎหมายของนายวีรศักดิ์ ได้พยายามเดินเลี่ยงผู้สื่อข่าวที่ติดตามสอบถามถึงกรณีการเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษของ น.ส.สุดาวรรณ และนางยลดา โดยบอกเพียงแค่ว่า ตอนนี้เข้าสู่กระบวนการแล้วขอให้ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการแทนและยืนยันว่าได้มีการปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่ถูกพนักงานสอบสวนแจ้งดำเนินคดี ทั้ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และประมวลกฎหมายที่ดิน และไม่ต้องมาชี้แจงอะไรเพิ่มเติม รวมถึงไม่ต้องมารายงานตัวใด ๆ อีกแล้ว ก่อนที่ทีมงานฝ่ายกฎหมาย จะยุติการให้สัมภาษณ์ และเดินเข้าห้องกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทันที
ทั้งนี้มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่าในส่วนของนางยลดา ได้ส่งเอกสารขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหา ส่วน น.ส.สุดาวรรณ อยู่ในระหว่างการมีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครอง จึงยังไม่ได้เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี